สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนเป็นศูนย์ที่สุขสำราญเบิกบานใจ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์19 KB
วันที่แก้ไข24 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน คนจนเป็นศูนย์ที่สุขสำราญเบิกบานใจ ก็มาพูดถ้าถึงเรื่องที่อาตมาจะพูด ในงานนี้สำคัญทีเดียว แต่ว่า ตอนนี้ก็ขอเกริ่นนำไปก่อน เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบพุทธ ตั้งหัวข้อให้อาตมาบรรยาย เพื่อฟ้าดิน สร้างคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ ประเทศไทยกำลังมีปัญญารู้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ในหลวงตรัสไว้ แก้ปัญหา เศรษฐกิจ เศรษฐกิจคืออะไร เศรษฐกิจ โดยความหมายไม่ใช่เป็นหลักวิชา แต่เป็นความหมายง่ายๆพื้นๆที่คนจะเข้าใจ เศรษฐกิจคือสิ่งที่เราอาศัยร่วมกัน อย่างไม่เดือดร้อนขาดแคลน ขัดเขินอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากินใช้อาศัยร่วมกันอยู่ มันกระจายทั่วกันได้อย่างพอเพียง ไม่ขัดสนไม่ลำบากไม่แก่งแย่งทะเลาะวิวาท อยู่กันอย่างสงบสุข อยู่กันอย่างพอเป็นไปได้อย่างดี เรียบร้อยในสังคมเลย จะมีอะไร มีสิ่งที่ต้องอาศัยกินใช้ กินก็มีกิเลส ของใช้ก็มีกิเลส ยิ่งไปหลงของใช้นี่ ก็ของกินก็หลอกกันบ้าบออะไรไม่รู้ น่าได้น่ากินน่าเอร็ดอร่อย มีทั้งกินอร่อย กินแล้วมีเกียรติ กินแล้วเท่ระเบิดสารพัดที่จะมี ไม่รู้กี่มิติ เอามาปั้น ให้คนเกิดอุปาทานหลงยึดติดกันไปไม่หาสาระที่ว่า กินเพื่ออะไร กินนี่ ที่จริงแล้วมีกิเลสมากกว่าของใช้ ของใช้นี่จะสารพัดปรุงแต่งไปเยอะ ซึ่งเราก็ต้องอาศัยบ้าน แต่มันไม่มี ขีดตัดเขตได้ง่ายเลย แต่กินนี่ กินเราใช้ภาษาว่าบริโภค ใช้เราใช้ภาษาว่าอุปโภค กินนั้นคืออาหารคำข้าว ธาตุอาหารที่กินเข้าไปสังเคราะห์ร่างกาย ให้ใช้มาปรุงแต่งร่างกายเรา เป็นธาตุอาหารวิตามินสาระ น้ำมันคาร์โบไฮเดรตอะไรต่างๆ ที่ร่างกายต้องการนักโภชนาการจะรู้ดี มันก็มีจำกัด มันไม่เกินไปกว่านั้น เขาจำกัดว่ามี 5 หมู่ ได้ครบแล้ว ก็พอ ไม่ต้องเอาอะไรมาเกิน แต่นี่มันหลอกมากเกินกว่า 5 หมู่ แปลงกายไปย้ายออกไปเป็นล้าน ห้า

อ่านต่อ

หมู่นี้แปลงกายเป็นล้าน เราก็รู้ทัน ตั้งแต่หยาบ ตัดออกให้เหลือสาระแท้ ยิ่งอยู่กับหมู่กลุ่มที่ไม่เอาอาหารพิษอาหารเฟ้อเกินมา เราก็ช่วยการคัดเลือกอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีเข้ามาง่ายๆหรอก อยู่ที่นี่ไม่ต้องพิจารณามาก กินเข้าไปเถอะไม่มีสารพิษอะไรที่จะทำร้ายร่างกายหรอก ไม่ต้องเสียเวลาพิจารณาด้วย บนโต๊ะนี่กินได้ ระวังท้องแตกอย่างเดียว มันเยอะ เพราะว่ามันเป็นการรู้ พวกเราคัดเลือกคัดเฟ้น ไม่ให้หยาบๆพวกนี้มา ละเอียดๆมา กว่าจะมาถึงพวกเรานี่ อยู่นอกเขตเทศบาล เข้ามาไม่ได้ง่ายๆ การสัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เราก็ต้องเข้าใจภาษาสื่อสภาวะพวกนี้อย่างดี แล้วรู้ความจริงว่าอันนี้หมายถึงอันนี้ หมายถึงรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส แล้วเราไปรับอะไรเกินกว่าความจริงตามความเป็นจริง เราก็โง่อยู่ตลอด เราก็มาลดสิ่งไร้สาระลง ก็น้อยลง แค่เราทำสิ่งที่จำเป็นสำคัญ มาอุปโภค บริโภค มันก็มีขีดความพอแล้ว ใครที่มีขีดความพอคุณก็สบายแล้ว แม้จะน้อยหน่อย เราก็สร้างเสริมขึ้นมาเพราะว่ายังไม่พอ ถ้าเราพอแล้วลดความพอลงไปอีก ถ้ามันเกินไป มากไปแล้ว เราก็น้อยมาแล้วก็พอ ๆ อธิบายพยัญชนะ ที่เรียกว่า อัปปิจฉกถา สันตุฏฐิกถา ปวิเวกกถา อสังสัคคกถา วิริยารัมภกถา ถ้าคำนี้ครบเลยสวรรค์นรกหมดเกลี้ยง วิริยารัมภะ แสดงว่าเราไม่ได้มากินแรงใคร เรามาขยันหมั่นเพียรสร้างสรรเสียสละ เราไม่เป็นภาระใคร ต่อมาอีกสี่อัน สวรรค์เราก็หมด ลดได้ อสังสัคคะ แล้วก็สงบหยุด เพราะอะไรเพราะเราเข้าใจความมีน้อย น้อยนี่มีขีดที่ความไม่เดือดร้อนทรมานเราก็พอ สันตุฏฐิหรือสันโดษคือน้อยเท่านี้ก็พอ อัปปิจฉะกับสันตุฏฐิจึงเป็นตัวไขความทุกอย่าง น้อยก็พอ แต่สังขารร่างกายจิตใจไม่เสื่อมไม่ทรุดไม่เสีย จบ เรารู้ความพอดีความพอเพียงความพอเหมาะ มันเป็นความรู้ในความจริงตามความเป็นจริง ก็จบ

คำว่าความจนนี้เขากลัวกันนัก จนถึงที่สุดแล้วเป็น 0 จนที่สุดคือเป็น 0 0 คืออะไร ศูนย์มีเงื่อนไขชัดเจนคือว่า สิ่งที่เราอาศัยเป็นปัจจัยชีวิต เครื่องใช้ เป็นปัจจัยในการทำงาน มีพอใช้ สะดวก คนดีแล้วทำงานเต็มที่ ดีไม่ดีของเกินเฟ้อด้วย เราใช้ไม่หมดหรอก ก็ทำงานเต็มที่แล้ว ของที่มีอยู่เหลือนั้น มันเหลือมือเราอีก แบ่งให้คนอื่นใช้ก็ยังได้เลย ไม่ได้ขาดแคลนนะ ดีไม่ดีใช้เกิน บางทีมีประสิทธิภาพเยอะแยะ อาตมายังใช้คอมพิวเตอร์ไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนร้อยของประสิทธิภาพมัน เป็นต้น อะไรอื่นๆอีกมาก สรุปแล้ว เราควรทำงานให้มันเต็ม ก็ทำประสิทธิภาพเต็ม และการใช้ผลผลิตรายได้คุณไม่ได้กินใช้ ตามที่ผลผลิตแรงงานคุณออกไป คุณยังมีส่วนเหลือ คิดตามความรู้ทางโลกเลย ยังมีส่วนเหลือส่วนเกิน ไม่เป็นหนี้ทั้งทางธรรมและทางโลก ก็มีส่วนเกินให้คนอื่นไปตลอดคุณเป็นเจ้าหนี้ด้วยถ้าจะว่ากันไป แต่ว่าไม่ต้องไปจำเลย สัจจะมันก็ทำงานของมันเอง เราไม่ต้องไปวุ่นวายกับสัจจะ เราก็ทำสัจจะของเราให้ซื่อสัตย์บริสุทธิ์ ไปยุ่งไปกวนให้โง่ทำไมสัจจะไม่ไปโกรธใครไม่ไปบังคับใคร สรุปแล้ว คนจนนี้มีที่จบเป็นศูนย์ แต่คนที่ตั้งจิตไปรวยนี้มันไม่มีที่จบ มันเหมือนปากกรวย แต่คนที่มุ่งมาจนมีศูนย์เป็นที่จะ เป็นก้นกรวย 0 เมื่อคนใดที่รู้ว่าจิตใจตัวเองมีความพอ โดยมีเหตุปัจจัยที่พอใช้เรียกว่า บริขาร สิ่งที่เราต้องอาศัย ทำงาน ถ้าจะพูดไปแล้วจะลงพยัญชนะ ปร คือรอบ ถ้วน ขาร คือสิ่ง ข.คือว่าง 0 ส่วน ร.นี้มี คือเราอาศัยให้มีใช้อาศัยพอเหมาะ คือมันมี อะ อา อิ สามเส้าเป็นลำดับ แต่ถ้าเอาคี่คู่ก็ อะ อิ อุ ถ้า อา อี โอ ก็เอาคู่

เรายืนอยู่ในฐานของศูนย์ของความจน มันไม่มีที่ไปแล้วมันเป็นความจบ อาตมาอ่านสภาวะพวกเรามีที่จบแล้ว แม้จะมีกิเลสเหลือ แต่อยู่ในนี้เรามีระบบความสูญ คุณอยู่ในนี้จึงมีความจำนน อย่างไรก็ต้องสูญ แต่ที่นี่มีระบบสาธารณโภคี คุณต้องไม่มีกิเลสส่วนตัวที่จะไปบุกรุกทรัพย์สินส่วนกลาง จะใช้เท่าไหร่ก็ตามบารมี แต่เป็นหมาหัวเน่าเขาก็ไม่ค่อยอยากให้ แต่ถ้าเป็นคนดีขอเท่าไหร่เขาก็ให้ แล้วคนดีก็ไม่ได้อยากได้มากมายอะไรเกิน มันซ้อนไปเรื่อย เพราะฉะนั้นจึงมีอยู่อย่างเพียงพอ เราควรสร้างสรรค์ขยันหมั่นเพียร มันมีมากพอมาเหลือเฟือ ไปเกื้อกูลข้างนอกได้ อย่างเราสร้างอาคาร บวร สร้างเพื่อเพื่อคนภายนอกแท้ๆ ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องมาเสียดอกเบี้ย ของพวกเรานี้ก็ยังมีเหลือยักไว้ ถ้ามันเดือดร้อนก็ขอขูดเพิ่ม ตอนนี้ก็ยังพอไปได้ สรุปว่าคนที่มีปัญญาชัดเจน มีความเฉลียวฉลาด มาเป็นคนจนคือไม่มีอะไรมาก เรามายึดถือเป็นเราเป็นของเรามาก ของส่วนรวมจะอุดมสมบูรณ์ก็เป็นของส่วนรวม ผู้บริหารร่วมกัน แม้แต่องค์รวมของเรา เราก็ไม่พยายามกักตุนไว้ ถ้าหากสะพัดได้ก็รีบสะพัดออก จึงเป็นความคิดทางเศรษฐศาสตร์ ที่ลึกซึ้งที่สุดวิเศษที่สุด ไม่เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่พวกไม่เห็นแก่ส่วนรวมของเราด้วย จัดสรรไว้ให้พอเหมาะพอดีพอควร แล้วเราไม่หยุดในการพัฒนาตัวเองที่จะมีทั้งคุณภาพได้ทั้งสิ่งดี ของดี ราคาถูก ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ ขายสดงดเชื่อ ไม่เอาระบบสินเชื่อ ระบบสินเชื่อเป็นระบบที่ออกฤทธิ์เลวร้ายมากตอนนี้ เราล้มล้างระบบนี้ไปได้เลย มาเอาทำจิตใจให้เป็นอย่างนี้กัน อาตมาว่าเราได้ตั้งหลัก ตั้งฐาน ฐานของบุคคลมีความจริงเกิดเป็นฐาน มันมีจริงแล้ว เป็นสเตตัส ทุกวันนี้ก็สามารถยืนยันได้ว่ามันเป็นจริงมีจริง status quo แปลว่าสถานะที่มีในปัจจุบันนี้ ทนโท่เลย สิ่งที่มันมีจริงหรือนี่ยืนยันปัจจุบันนี้ คุณมายืนยันได้ ในความจริงตามความเป็นจริงแล้วแม้แต่ status quo มันก็ไม่เที่ยง มันมีอยู่ในขณะนี้ ถ้ามันแย่อนาคตก็เสื่อมลงไปกว่านี้เพราะมันไม่เที่ยง แต่ถ้ามันไม่แย่มันจะเดินอนาคตมันก็เจริญกว่านี้ มันก็ไม่ใช่อันนี้แล้วไม่ใช่ status quo ที่เป็นปัจจุบันนี้แล้ว เราเจริญเพิ่มขึ้นตามเวลามันก็เจริญไปอีก ถ้าหากพวกเราเข้าใจแล้วทุกลมหายใจเข้าออก แต่ละคนมีสัมประสิทธิ์ coeficient พลังงานแรงงานที่สร้างสรรค์ก้าวหน้า สัมประสิทธิ์แปลว่าอัตราการก้าวหน้า ที่ก้าวหน้าในระดับคูณเป็นต้นไปด้วย ต่างจากบวก ต้องดูซ้ำซ้อนว่า ต่างกันอย่างไร บวก คูณ ยกกำลัง สามเส้านี้ ยังมีมิติในการยกกำลังมากมายอีก ระดับคูณก็เป็นชั้นๆ รู้จักอัตราส่วน สังขยาพวกนี้ แล้วสภาวะที่เราจะวัดด้วยสังขยาเลข เราก็เข้าใจกัน เศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ในระบบสาธารณโภคี หรือระบบที่พระพุทธเจ้าค้นพบแล้วเอามาเปิดเผยนี้ อาตมาก็ยังมั่นใจที่สุดเลยว่า เศรษฐศาสตร์สาธารณโภคีนี้ มันไม่มีดีกว่านี้อีกแล้ว ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว แม้แต่ระบบคอมมิวนิสต์ก็ต้องการแบบนี้ ระบอบประชาธิปไตยก็ต้องการแบบนี้ แม้ที่สุดระบอบเผด็จการ และผู้ที่เผด็จการก็มีจิตใจไม่มีตัวตน เป็นพระราชาที่มีทศพิธราชธรรมเป็นต้น หรือไม่ใช่พระราชา พระเจ้าแผ่นดินก็เป็นผู้บริหารที่สุดยอดมีทศพิธราชธรรมเหมือนกัน ก็จะอยู่ในบริบทนี้ไปหมดเป็นอื่นไปไม่ได้ สุดยอดแห่งเศรษฐกิจของมนุษยชาติของโลกไม่ว่าในยุคไหน มันไม่มีอะไรสูงกว่านี้หรอกพระพุทธเจ้าท่านได้ค้นพบแล้วก็ ตราไว้ มีหลักฐานในสาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ มันสุดยอด แห่งทฤษฎีความรู้ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ ยืนยันได้ในโลก อาตมามั่นใจ พวกเราพากเพียรศึกษาปฏิบัติเถอะ จะได้เป็นเนื้อแท้เป็นหน่วยของมวลแห่งสังคม สาธารณโภคี หรือระบบบุญนิยมหรือสังคมพุทธศาสนาที่เป็นเนื้อแท้ 100% ดำเนินไปให้มนุษย์โลกได้รู้ ซึ่งเขาก็ต้องการ แต่เขายังไม่เข้าใจไม่รู้ว่าต้องเป็นอย่างนี้หรือ เพราะเขายังไม่เชื่อ หนึ่งไม่เชื่อว่าทฤษฎีนี้จะดีกว่าทฤษฎีที่เขายึดถือ ทฤษฎีที่เขาถืออยู่ เขาเชื่อว่าดีกว่า หรือทิฏฐิตามภาษาบาลี ถ้าทฤษฎี เป็นภาษาสันสกฤต ความหมายอันเดียวกัน เพราะฉะนั้นผู้ที่เข้าใจสภาวะ สุดยอด ยอดสุด และยอดสุดๆ อันนี้สุดๆยอดแล้วไม่มียอดกว่านี้อีก นี่มันสุดยอดแล้วตอนนี้ยอดมันสุดๆแล้วไม่มีอื่นอีกแล้วจะ ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญาแล้วจะมีอานิสงส์ 5 ประการในการฟังธรรม เข้าหลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ทำได้รวบรวมไว้หมดแล้วพระพุทธเจ้า ไม่ต้องห่วงเลย ยิ่งพูดยิ่งเห็นจริง ว่าเรานี่มาทางถูกแล้วนะ แล้วก็มองไปในสังคมโลกก็น่าสงสาร ไม่ว่าจะเป็นอิสราเอลปาเลสไตน์ ไม่ว่าจะเป็นทางเกาหลีเหนือ อเมริกา อะไรก็แล้วแต่ เห็นแล้วก็ ธรรมะ 2 ธรรมะ 2 ระหว่างปาเลสไตน์ กับอิสราเอล ธรรมะ 2 ระหว่างอเมริกากับเกาหลีเหนือ หรือซ้อนในแต่ละประเทศของเขาไม่มีความรู้เท่าไหร่ กำลังแย่งอำนาจกันอยู่ มีไม่รู้กี่ประเทศตอนนี้ แม้แต่ในประเทศไทยก็ยังมีการแย่งอำนาจกัน แต่ใครๆก็รู้ว่า ตอนนี้ใครอยู่เหนือ เหนือนี้ไม่ได้เบ่งข่มนะ มีคนเสนอว่า.. เปรียบสังคมเหมือนคอมพิวเตอร์ที่มีไวรัสติดในฮาร์ดดิสก์ ต้องใช้โปรแกรมบุญจัดการ พ่อครูว่า..สรุปแล้วบุญไปทำลายสิ่งเลวร้าย ในฮาร์ดดิสในคอมพิวเตอร์ ต้องทำรายสิ่งที่ตัวเป็นภัยคือไวรัส ไม่จัดการมันไม่ได้ มันเล่นงานเราเมื่อไหร่ อาตมาบางทีทำงานอยู่ แต่ก่อนทำงานอยู่มันล้มของเราไปหมด เราไม่เก่งต้องอาศัยคนมากู้ หลายอย่างต้องเริ่มต้นใหม่ ทรมานทรกรรม หลายคนคงมีประสบการณ์ สรุปอีกทีหนึ่งว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบพุทธนั้น ถ้าเราศึกษาสัจธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว อาตมาเป็นผู้ที่เขายืนยันว่า อาตมาเคยพูดที่บอกว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเรานี้เป็นพระโพธิสัตว์ แล้วอาตมาก็มีนัยละเอียดกว่านั้น แต่ยังไม่อยากจะพูดเท่าไหร่ ท่านเป็นพระโพธิสัตว์จริงๆ แล้วก็มาแสดงตน ปรากฏการณ์จริง แล้วมีพระจริยวัตรทรงงานไปตั้ง 70 ปี อยู่ในหน้าที่ของพระองค์ก็ทำได้อย่างอิสระเสรีบริบูรณ์ไม่มีใครต้าน คนละขั้วกับโพธิรักษ์เลย ทำอะไรก็ถูกต้าน มันไม่เหมือนกันเป็นคนละฟากฟ้า อาตมาพูดไปแล้วไม่ได้หมายความว่าท้อถอยหรือน้อยใจ มันเป็นเรื่องจริงที่ต้องพิสูจน์กันอย่างแท้จริง เป็นเรื่องซับซ้อนที่ไม่ได้เข้าใจได้ง่ายๆ อาตมาก็ไม่มีเลยน้ำหนักในใจตนเองที่จะเป็นน้ำหนักที่จะท้อถอย ท้อแท้น้อยใจเสียใจเว้าใจแหว่งไม่มี อย่างไรก็สู้ๆ อาตมาไม่มีถอยหลัง อาตมาก็ชัดเจนในตัวเองว่าไม่ได้ไปทำร้ายใคร ไม่มีใครบาดเจ็บ คุณยังโง่เอง กระทบทางใจเท่านั้นเอง อย่างเก่งก็ หอกอาตมาไปปัก มุขสตีเท่านั้น ทั้งได้กายกรรมไม่เคยไปทำร้ายใครเลยไม่เคยตบใครสักครั้งเลย เตะก็เคยเตะ ไม่เคยกระทบกระเทือนใคร อาตมาแม้แต่ทุบโต๊ะก็ไม่เคย มีปัญญามากกว่าสามัญอยู่ คนไม่มีปัญญาไปทุบโต๊ะแล้วมือใครเจ็บ พลังงานอาตมาแรงอย่างมากก็ปากหอก เขาก็ว่าปากหอกไปจะมีศัตรูไม่ใช่หรือจะไปทำทำไม แต่ขนาดนี้ เขายังไม่หยุดเลย เขาไม่รู้ความดื้อด้านดันทุรังของมนุษย์มีเท่าไหร่ในยุคนี้ แรงสูงมาก ดื้อด้านดันทุรัง อาตมมาไม่บอกจุดสำคัญหรอกว่าทำไมอาตมายังทำอย่างนี้อยู่ อาตมาบอกจุดสำคัญคุณรู้ไต๋ก็เสร็จ อาตมาเล่นไพ่โป๊กเกอร์ เล่นเผเป็นนะ บอกไปก็หมดตัวสิ อาตมาทำงานจะต้องมีตัวตน แต่ตัวตนของอาตมาไม่ทำร้ายใคร เป็นตัวตนที่เหมือนพืชมีแต่ให้ประโยชน์ผู้อื่น จะใช้ปากหอกทิ่มแทงผู้อื่น ก็เพื่อให้ผู้อื่นได้ประโยชน์ไม่ได้ทิ่มแทงให้เลวร้ายมากขึ้น หรือถึงตายไม่มี คุณไปอุปาทานเองว่าอาตมาทิ่มแทง หากคุณไม่มีแผลก็แทงไม่เข้า หยิกไม่เข้าฟันไม่ออก คุณไม่มีปัญหาหรอก อาตมาจะยิงระเบิดหรือเอาปังตอเอาง้าว 80 ชั่งไปฟัน คุณก็ไม่กระเทือนไม่เดือดร้อนหรอก รับรองว่าคุณหนังเหนียวกว่ากัน คำว่าหนังเหนียวคือด้าน มันหนาอย่างนั้น หนาด้านๆก็ต้องใช้อย่างนี้ ไม่อย่างนั้นไม่เกิดผลก็จะทำอย่างเสียแรงเสียเวลาเปล่าๆได้ดีกว่าเลิก แต่ถ้าทำต้องทำขั้นนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นมันไม่เข้า ถ้าไม่อย่างนั้นมันไม่รู้สึกรู้สาอะไร ขนาดนี้ยังรู้สึกรู้สากันเท่าไรขณะนี้ ทำไมมันถึงได้หนังเหนียวจัง คุณอู๊ดบอก...ผมรู้ว่า พ่อครูจะเปิดอะไร พ่อครูว่า...อย่าอยากโชว์เลย คือถ้าคุณอวดดี ถ้าถูกอาตมาก็เสียงาน สองถ้าคุณอวดดีผิดก็ขายหน้า อาตมาไม่ต้องการเปิดเผย อาตมาเคยเปิดเหมือนกัน ก็ต้องผ่านๆ เขาจับไม่ทัน คุณทันก็ดีแล้ว ของจริงเปิดทั้งหมดได้อย่างไร คุณรู้ของจริงแล้วก็เดินเปิดเปลือยกายโทงๆบ้าหรือ ปิดไปก่อน ให้มันรู้จักสังคมบ้าง ถ้าในยุคโบราณก็เดินเปลือยกายได้ แต่ในยุคนี้ไม่ได้ ในยุคนี้กิเลสไม่เหมือนพันปีที่แล้ว ที่ไม่มียึดถือสมมุติอะไร 2000 ปีที่ผ่านมา ในยุคของพระพุทธเจ้าก็มีการนุ่งห่ม ห้าพันหรือหมื่นปีที่แล้วก็ได้แต่ในยุคนี้ไม่ได้ ต้องรู้กาละเทศะ

คำว่าเศรษฐศาสตร์หรือคนจนเป็นคนจนที่เป็น 0 และเขาเต็มใจจนตั้งใจจนได้แล้ว ก็เป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ เขาไม่ได้แกล้งทำหรอก ถ้าหากแกล้งทำจะไม่นาน อดทนเอาเสแสร้งเอา จะต้องบังคับตนเอง แต่นี่ไม่ต้องมาเคร่งอะไร มันก็เป็นอย่างนี้เป็นไปตามจริง มันมีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกแล้ว ก็มีเท่าที่เรามีแล้ว มันสมบูรณ์มันสบายและ แล้วก็ทำงานให้เต็มที่แข็งแรงสุขสำราญเบิกบานใจ มีแต่อายุจะยืนยาวไปถ้าหากเพิ่ม Coefficient สัมประสิทธิ์ของตัวเองก็จะอายุยืนยาวไป อาตมาทำมาได้1 นักษัตรแล้ว จะเพิ่มอีก 1 นักษัตร อายุก็จะเป็น 96 ปี ถ้านักษัตรที่ 3 ถ้าเป็น 108 อาตมาก็จะยังไม่พอ จาก 108 ก็เป็น120 จาก120 เพิ่มเป็น 132 ,144 เอาให้มันชัดเจนลงไปเลยว่ะ พิสูจน์กันว่าอันนี้สามารถเพิ่ม สัมประสิทธิ์ของตน ถ้าหากทำได้ 151 ปี ถ้าได้144 แล้วก็แถมเพิ่มบารมีตัวเองอีกสัก 7 ปี ค่อยไป สมณะเดินดินว่า...เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวแอร์โฮสเตสอายุ 81 ปียังทำงานได้อยู่ พ่อครูว่า..ด้วยหลักการนี้มั่นใจว่าไม่ผิดหรอก เป็นแต่เพียงว่าอาตมาจะมีบารมีพอไหมเท่านั้นเอง ตอนนี้ก็พยายามสร้างบารมีทับทวีขึ้นไป มันอยู่ที่กรรม อยู่ที่จิตกับกรรมของเรา เราจัดสรรกรรมเราให้สมดุล มากเกินไปหรือน้อยเกินไปก็เสื่อม ต้องรักษาสมดุลให้ดี แน่นอนว่ามันมีสิ่งที่ โอเวอร์แลปบ้าง มีแลบเลียส่วนนั้นส่วนนี้ จะเป๊ะไม่ได้ มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้ด้วยเพราะจะต้องมีสภาพเกินล้ำหน้า เกริ่นนำหน้า เหลื่อมล้ำหน้าไปได้เรื่อยๆ อาตมาจึงมีลักษณะ คนมอง เป็นสุดโต่งหรือเกินไป อยู่เสมอเลย เพราะเขาไม่รู้ว่าอาตมาสร้างพลังงานยกกำลังของสัมประสิทธิ์ อาตมาต้องเติมยกกำลังของสัมประสิทธิ์ อาตมายกกำลัง 2 ได้แล้ว ก็ต้องพยายามยกกำลัง 3 ยกกำลัง 4 ถ้าไมเช่นนั้นอาตมาไม่มีอัตราการก้าวหน้า คุณจะให้อาตมาเบาลงมา อาตมาจะต้องเพิ่ม แล้วคุณจะให้อาตมามาเบา อาตมาจะเดินไปถึงจุดหมายได้อย่างไร 151 ปี มันขัดแย้งกับความเป็นจริง ต้องชัดเจนจริงๆว่าคนจนนี่คือ 0 แล้วคนจนมีประสิทธิภาพที่เป็นสัมประสิทธิ์สร้างสรรค์เพิ่มได้มากมีปฏิภาคทวีขึ้นเรื่อยๆ เป็นบวก เป็นคูณ เป็นยกกำลัง นี่คืออัตราคำว่าก้าวหน้า progression ratio อาตมาก็ไม่ได้ไปขึ้นๆลงๆ กับคนพูดคนท้วงคนติงมาก ฟังเขาแล้วก็รู้ว่าตนเองทำผิดหรือไม่อย่างไร อาตมาไม่ได้ทำผิด ทำในสิ่งที่ตนเองตั้งใจอยู่แล้วก็จบ ในการฟังคนตำหนิ ก็ขอบคุณ ติงติมาเถอะ อาตมายินดีรับ แล้วอาตมาเชื่อว่าอาตมารับได้จะติติงมาอย่างไร ถ้าติติงมาอย่างไร้ความรู้ก็จะรู้ ติติงมาอย่างสาดเสียเทเสียก็รู้ หรือแม้ติติงมาด้วยความโกรธ หรือติติงมาด้วยความโลภของคุณหรือติติงมาด้วยโมหะ คนไม่เต็มหลงเลอะก็จะรู้ เราก็ต้องดูตามความจริงที่ว่านั้น เลือกเอา แม้คนติมาด้วยความโกรธแต่เข้าท่า ในความโกรธนั้นของเขาแต่มีสาระที่ดี อาตมาก็ยังขอบคุณเลย จะติมาด้วยความโกรธก็ตาม ความรักตัวเอง เป็นความปรารถนาเป็นปัญหาของตัวเองต้องการจะด่า ก็ตาม ดีไม่ดี บางคน ด่ามาก็อร่อยดี ด่ามันดี สะใจถ้าเป็นเรื่องของคุณ อาตมาไม่ได้เสียคุณเป็นคนเสีย อาตมายังไม่ขึ้นไม่ลงกับอำนาจภายนอก จะบอกว่าหน้าด้าน ก็ไม่มีปัญหาอาตมาไม่เป็นคนหน้าด้าน แต่เป็นคนยืนหยัดยืนยันในหน้าที่ในสิ่งที่อาตมาจะทำ เพื่อประโยชน์ ไม่ใช่เรื่องเพื่อตัวเองของอาตมาแต่อย่างใด อาตมาก็ตั้งใจทำไป ประเด็นแค่ว่า ถ้าไปบอกคนให้พยายามปฏิบัติอย่างที่ในหลวงเราได้ตรัสไว้ ทำแบบคนจน ให้มาเข้าใจความจน ชีวิตจนคืออะไร คือไม่ต้องสะสมทรัพย์ศฤงคารบ้านช่องเรือนชานของเรามาก มีน้อยๆ แต่สูญ ก็จบแล้ว แล้วก็มาอยู่กับหมู่กลุ่มชุมชน เพื่อนที่มี0นี้เยอะในชาวอโศก เพื่อนที่มี0นี้เยอะ อย่างอาตมายกตัวอย่างสมณะของเรา ไม่มีสมบัติพัสถานอะไร 30 ถึง 40 ปีมาแล้ว นี่ไม่อยากเอาคืนจากน้องบ้างหรือ สมบัติพ่อแม่มีเยอะแยะ ตอนนี้พี่สาวก็ไม่เอาแล้ว ไม่แย่ง ตัวเขาก็ต้องยกให้น้องสาวหมด คิดจะไปเอาบ้างหรือไม่ สมณะเดินดินว่า...ไม่มีครับ พ่อครูว่า...อาตมาก็มีน้อง ก็ไม่ได้คิดจะไปเอาอะไรของใคร แม้น้องก็ไม่เคยไปบอกอะไรมากมาย ก็พูดบ้างว่ารู้จักสละออกบ้าง แต่ไม่ได้บอกว่ามาให้ตัวเองหรอกนะ ไม่เคยไปบังคับใช้อำนาจบาตรใหญ่ว่าเราเป็นพี่ก็ไม่ได้ทำ ให้เขารู้ตัวเอง ให้เขาเข้าใจเอง ให้ทำของเขาเอง ถึงประโยชน์ของเขาอย่างนี้เป็นต้น เขาก็อยู่ของเขาได้รอดมีเหลือด้วยซ้ำ เขาจะไม่ทำก็ไม่เป็นไรไม่มีปัญหา ไม่ได้ไปถึงหน้าตัดใจว่าเราเป็นพี่ ดีไม่ดีเป็นพี่ที่เลี้ยงเขามาทุกคน อาตมาพูดได้เต็มปากตามสัจจะ เอาที่อาตมาว่า ทฤษฎีของพระพุทธเจ้านี้ อาตมาว่าอย่างไรๆอาตมาไม่ไปปักกิ่งหว้าหรอก แต่ใครจะมาปักกิ่งหว้า ท้าดีเบตก็ไม่มีปัญหา ญาติธรรมว่า…ก็ต้องพิสูจน์กันว่าอันไหนถูกผิดกันชัดๆ พ่อครูว่า...อาตมาก็ทำอยู่แต่คนที่ถูกว่าก็หาว่าข่มเบ่งยกตนข่มท่าน แต่ประมาณว่าก็เป็นธรรมชาติดีนะไม่เน้นมากกว่านี้ ถ้าจะเน้นข่มมากกว่านี้ แม้จะมีตัวตน ถ้าจะข่มเบ่งก็จับมาตัวต่อตัวไล่ไปว่า อาตมาเหนือกว่าตรงไหน อาตมาว่าทำได้แต่ไม่ทำ อาตมาว่ามันไม่น่าดูหรอก มันน่าเกลียดก็ไม่คิดจะทำ กลัวว่าจะเป็นอย่างนั้นด้วยซ้ำไป ถ้าจะทำนี่อาตมาเปิดมาเมื่อไหร่ ก็ได้ แต่มันรู้อยู่เข้าใจอยู่ ก็พาดพิงบ้างก็ขออภัยที่ยกตัวอย่างประกอบ บางท่านตายไปแล้วก็หยิบไปว่า ก็ต้องขออภัย ถ้าศาสนาพุทธในประเทศไทยปรับตัวขึ้นมาสัก 25 เปอร์เซ็นต์หรือ 50 เปอร์เซ็นต์เลย อาตมาจะพูดได้สวยได้เบาได้สุภาพงดงามกว่านี้เยอะเลย แต่ทุกวันนี้ จำเป็นต้องปากจัด อาตมาโทษพวกคุณนะไม่ได้โทษตัวเอง นี่พูดตรงๆ ปรับเปลี่ยนท่าที ได้ไหมเล่าถ้าปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ว่าเข้าใจแล้ว จะเปลี่ยนท่าทีแล้ว จะหยุดแล้วที่ทำ สองจะพูดยอมรับคำพูดอาตมา แต่นี่ไม่แอ๊ะอะไรเลย นี่ก็ทำอยู่อย่างเก่านั่นแหละ จะให้ทำอย่างไรก็ต้องกระตุก มีคนว่า_เขาหูไม่กระดิก อุดหูแล้วขโมยกระดิ่งไปอีก พ่อครูว่า…เปรียบเทียบอย่างนี้ก็ดี

ไปทำความเข้าใจกับความจนให้ดี ความจนเป็นสิ่งที่ประเสริฐ จนอย่างมีปัญญาอุดมสมบูรณ์มหัศจรรย์ มีประโยชน์คุณค่าต่อผู้อื่นต่อสังคม คนจนอย่างนี้ มันไม่ใช่สิ่งน่ากลัว ถ้าจะพูดมากกว่านี้ว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่องด้วยซ้ำไป พวกคุณเองต่างหากที่ยังไม่ยอมปลดปล่อย มีกันคนละมากมายมหาศาลให้ลดละลงมาเฉลี่ยและสละออกไปบ้าง แต่นี่กอบโกย ไปร่วมกันกอบโกยอยู่ทำไมนักเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ ตัวเองก็ยังกอบโกยแล้วไปชวนเพื่อนให้กอบโกยอีก เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธมีแต่ให้สละออกมา น้อยลงแล้วอยู่ได้ น้อยลงและให้อยู่ได้ ในหลวงท่านได้ใช้ศัพท์ว่าพอเพียง สมบูรณ์แล้วจบแล้ว เศรษฐศาสตร์พอเพียง แต่นี่เขาไม่พอเสียที เพียงนี้ ยังไม่พอหรือไง เพียงนี้พอเสียทีเถอะ เพียงคือขีด เพียงนี้ พอเสียที มันลดกว่านี้ได้อีกนะ แต่เพียงนี้ยังไม่พอเสียที ยิ่งใหญ่นะ ศัพท์คำว่าเพียงกับพอ เราเพียงนี้ พอแล้วก็ลดขีดเพียงลงไปอีกให้ต่ำลงได้อีก สมณะเดินดินว่า...ต้องถามว่าทุกวันนี้ เราขีดเส้นความเพียงความพอให้กับตัวเองได้หรือยัง อยู่กับชาวอโศกได้ทบทวนว่าอยู่มากี่ปี 5 ปี 10 ปี 20 ปี เราขีดเส้นนี้ได้หรือยัง เมื่อขีดเส้นได้แล้ว ก็ต้องมีทิศทางลดลงไปอีก ไปหาทิศทางความสูญลงอีก พ่อครู พูดมา 30 40 ปีทำให้เราเห็นความจนความสูงว่าเป็นความสุดยอด มีความสุขสำราญเบิกบานใจ พ่อครูว่า สุขสำราญเบิกบานใจน่ารักๆอบอุ่น ต่อให้อีก สมณะเดินดินว่า...แต่ก่อนนี้พ่อครูพูด กำไรและขาดทุนของอาริยชน ญาติธรรมพ่อค้าว่ารับไม่ได้ยอมไม่ได้ ดีว่าเขาตายไปแล้ว ถ้ายังไม่ตายก็คงจะทำความเข้าใจในประเด็นนี้ได้ ก็จะเห็นถึงความสำคัญอย่างหนึ่งว่า ทิศทางของความจน จนไปสู่ความสูญ เรายิ่งจนเท่าไหร่ ความสมบูรณ์พูนสุขก็ยิ่งมี เหมือนนักเล่นกายกรรมจะหกคะเมนตีลังกาอย่างไรก็ยังมีฟูกรองรับ สาธารณโภคี ถ้าเราจนมากเท่าไหร่ กองกลางก็จะมีมากเท่านั้น เราจะไปเสียเวลาสะสมทำไม เราจะขับรถก็มีรถไม่รู้กี่คันมีคนขับให้ด้วย อาหารการกินก็มีให้เรากิน เจ็บปวดก็มีคนรักษา แล้วจะไปเสียเวลาหอบหวงให้เป็น ปลิโพธทำไม จนอย่างอุดมสมบูรณ์พูนสุข มีความมั่งมีความปลอดภัยในชีวิต มีญาติพี่น้องมิตรสหายมากมายก่ายกอง เป็นระบบที่ประชาธิปไตยเขาต้องการเผด็จการก็ต้องการ เป็นระบบสูงสุดของมนุษยชาติ ที่จะพึงเข้าถึงได้ แต่พ่อครูก็บอกว่า เรายังไม่รู้ถึงความวิเศษ ว่าเราอยู่อย่างนี้มีความวิเศษอย่างไร พี่น้องมีความอุดมสมบูรณ์พูนสุขสมรรถภาพก็เพิ่มอยู่ตลอดเวลา มันเหมือนกับลมที่พัดไปพัดมา แต่คนไม่รู้คุณค่าว่ามันทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนอยู่ในโลกนี้ ฟังวันนี้แล้ว พวกเราก็คงจะอยากจะเป็นคนจนมากขึ้นจนไปสู่ความสูญต่อไป

https://youtu.be/VqrYeC0sttg 601224_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ คนจนเป็นศูนย์ที่สุขสำราญเบิกบานใจ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน