สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ศิลปะโลกุตระกับแบบคนจน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ศิลปะโลกุตระกับแบบคนจน _มีคำถามเด็กๆ จาก สสภ.ถามมาว่าแบบคนจนนั้นเป็นศิลปะแบบโลกุตระ หรือไม่อย่างไรครับ และถามอีกว่า ศิลปะแบบโลกุตระสามารถนำไปปฏิบัติให้ตนเองเป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจได้อย่างไรครับ พ่อครูว่า...คนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ เป็นโลกุตระจริงๆ และถามอีกว่า จะสุขสำราญเบิกบานใจได้อย่างไร ก็อธิบายตอนนี้คร่าวๆ คนจนนั้นเป็นศิลปะแบบโลกุตระ แน่นอน ในความหมายหนึ่ง แต่คนจนที่ไม่เป็นศิลปะ ไม่เป็นโลกุตระ ใครๆก็เข้าใจได้ แบบปุถุชน คนจนที่ไม่มีคุณสมบัติดี คนจนที่พฤติกรรมไม่ดี ประพฤติไม่ดี ก็ลึกซึ้งกว่า นอกจากคนจนที่ประพฤติไม่ดีก็ต้องได้รับวิบากไป มีความทุกข์ทรมาน ทีนี้ คนจนแบบที่ไม่ได้ประพฤติไม่ดี คนจนแต่ประพฤติดี ก็ยังจน ก็มีสองนัย นัยหนึ่งนั้น จนแต่ประพฤติดี ก็เป็นคนเสียเปรียบอยู่ในสังคม เสียสละอยู่ในสังคม ที่อยู่ในสังคมต้องจน เพราะถูกเอาเปรียบจากคนในสังคม จากผู้มีอำนาจผู้มีความฉลาดกว่า ก็เอาเปรียบไปก็ได้เปรียบไป ก็เลยต้องจน ผู้ที่จนแบบนี้ถือว่าเป็นวิบากของเขา หรือจริงๆแล้ว เขาก็อยากสู้แต่ก็สู้ไม่ได้ วิบากเขาอย่างหนึ่งอีกอย่างหนึ่งเขาก็สู้ไม่ได้ก็หมายความว่า เขาไม่มีความรู้ความสามารถที่จะสู้ มันก็ต้องแพ้ภัย แต่ใจเขายังอยากสู้อยู่แต่เขาต้องแพ้เพราะสู้ไม่ได้จริงๆ จนอย่างจำนน อย่างพ่ายแพ้ในสังคมโลกีย์ก็มีเช่นนี้ แต่สังคมโลกุตระ คนจนที่พ่ายแพ้ ก็ไม่สู้ ยิ่งคนที่ชนะเราเขาไม่ซื่อสัตย์ไม่สุจริตเท่าที่เราเห็น ไม่ซื่อตรงเลย ก็ปล่อยให้เขารับวิบากไป เราจะสู้กับเขาด้วยความซื่อสัตย์สุจริตจนสิ้นสุดพลังงานความซื่อสัตย์สุจริต เราก็แพ้อีกก็จบ อย่างอาตมาใช้แบบนี้ สู้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จนในที่สุดแพ้ก็ไม่มีปัญหา เป็นโลกุตระที่ดีที่สุด แพ้ก็แ
อ่านต่อ
พ้ ขอให้เรารักษาความบริสุทธิ์ดีงามให้สูงสุด โศลกที่อาตมาให้ไว้ ความบริสุทธิ์ เท่านั้น ที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด เราจะมีปัญญารู้ความบริสุทธิ์ของเราเท่าไหร่ก็ตามก็จริงใจที่สุด บริสุทธิ์สูงสุดก็ใช้ได้ ตรวจอ่านให้ดีอย่าทำลวกๆ ถ้าทำลวกๆ ก็เสียเอง ตั้งใจทำอย่างละเอียดลออจริงๆมีความแหลมคม ปัญญาของเราเองตรวจให้จริง ก็จบที่ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ถ้าตรวจลวกๆ ความจริง ก็มีความไม่บริสุทธิ์ซุกซ่อน วิบากซ้อนลงไปอีก ยิ่งประมาทยิ่งซับซ้อนทับถมไปอีก ก็อาจเข้าใจได้ยากอยู่
ศิลปะโลกุตระนั้นสามารถนำไปปฏิบัติให้เป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานจะได้อย่างไร อันนี้ อโศกเราพาทำอยู่ จนกระทั่งประกาศความจริง คนจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ เป็นปัจจัตตัง เป็นความรู้จริงเห็นจริงของเราเอง ว่า เราอยู่กับความจนอยู่กับความจนขณะนี้ แม้เราเองก็รู้ว่า ถ้ามีความจนอย่างบริสุทธิ์ ไม่แฝงไม่ยักยอก จนจนถึงที่สุดเป็น 0 เราก็อยู่ได้จริงๆ ไม่มีปัญหาอะไร จะไม่กระดี๊กระด๊าในจิตจริง ถึงวาระควรจะได้มีมา เสร็จแล้วก็หมด เราก็อยู่กับความสูญ อย่างใช้เวลาขณะครั้งมากมายก่ายกอง เป็นหลักฐานยืนยันว่าเราอยู่กับศูนย์ได้อย่างสบาย ไม่ได้เดือดร้อน แฝงอะไรเลย เราจะมีญาณปัญญาตรวจสอบตนเองได้อย่างชัดเจน ผู้ใดที่มีความรู้ในความจน ความไม่มี ความสูญ กาละเวลา กับสิ่งที่ประกอบในชีวิตเรา เราก็จะมีข้อมูลหลักฐานพวกนี้ ยืนยันตัวเราเองว่า เราอยู่ในข่ายของความจน เพราะอยู่กับส่วนกลาง สาธารณโภคีมีความปลอดภัยอยู่ได้ ไม่ต้องห่วงจริงๆเลย สังคมสิ่งแวดล้อมดี มิตรดีสหายดี สุดยอดแล้ว ไม่มีอะไรอื่นแล้ว เราจะมีปัญญาความรู้ชัดเจน เราก็ไม่ต้องห่วงกังวล เบิกบานใจสบายๆปกติหายห่วงจริงๆ 601225_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัมประสิทธิ์จากมิตรดีสหายดีสิ่งแวดล้อมดี