พ่อครูคุยกับเทวดาเพื่อสอนคนให้พ้นสุขพ้นทุกข์อย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.47 KB
วันที่แก้ไข21 ธันวาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

พ่อครูคุยกับเทวดาเพื่อสอนคนให้พ้นสุขพ้นทุกข์อย่างไร _เด็กบ้านราชฯถามมา…คำว่า หลวงปู่คุยกับเทวดาคืออะไรครับ พ่อครูว่า... เอ้าดี อธิบายสู่ฟัง คำว่า คุยกับเทวดา ไม่ใช่ภาษาของอาตมาพูด ถ้าเป็นภาษาของพระพุทธเจ้าท่านตรัสของท่าน ซึ่งอาตมาก็มี อย่างเดียวกันกับของพระพุทธเจ้านั่นแหละ มันคือภูมิรู้ ภูมิรู้ของเราเอง พระพุทธเจ้าท่านศึกษามามีภูมิรู้ของท่านอยู่ในสัญญา อยู่ในธนาคารความจำ ที่ท่านมีมา เยอะ ธนาคารความจำ โลกุตรธรรมก็ดี โลกียธรรมก็ดี เยอะ เพราะฉะนั้นเวลามาเปิดเผยมาสอนมาอธิบาย มันจะเอามาทั้งหมด โครม มาทั้งหมดเลยมันไม่ได้ มันก็ต้องค่อยๆทยอยออกมา เอาออกมา ดีไม่ดีมันมีมากก็ต้องเอามาจัดระเบียบ ลำดับ ก่อนหลัง อะไรต่างๆนานา เพราะฉะนั้นคำว่า คุยกับเทวดา ก็เท่ากับว่า เราเอาความจำ ที่เป็นความรู้ความจริงสัจธรรมที่เรามี พระพุทธเจ้าท่านมีของท่านเท่าไหร่ ท่านเป็นเจ้าของ ท่านเป็นธรรมสามี อาตมาก็มีธรรมะของอาตมาเท่าที่มี ยิ่งเกิดมาในยุคนี้ไม่มีพระพุทธเจ้า ไม่มีไก่ตัวพี่ ไม่มีสัตบุรุษที่เป็นพี่ ยิ่งกว่าอาตมา อาตมาถึงผู้ที่ต้องเอาของตัวเองออกมาทั้งหมด ก็จึง ค่อยๆคุยกันกับเทวดา ค่อยๆคุยกันกับธรรมะของเรา อะไรควรจะออกมาก่อน อะไรควรจะออกมาทีหลัง ตอนนี้ถึงคราวที่ออกมาได้หรือยัง เอาออกมาพูดได้หรือยัง มีลำดับที่ควรหรือยัง ผู้ที่จะรับธรรมะในระดับนี้ขั้นนี้มันสมควรหรือยัง ก็คุยกันกับเทวดา คุยกันกับความรู้ของเรา ที่เรามี ก็เท่ากับเรามาตรวจสอบ มาเลือกเฟ้น เหมือนสำนวนหนึ่งที่พระพุทธเจ้าท่านใช้ว่า พอตื่นเช้า ท่านก็ระลึกถึงว่าวันนี้ควรจะไปโปรดใคร ก็เหมือนกับเทวดาไปสอนเขา ควรจะไปโปรดใครก็เรียงลำดับ ทำตามที่ควร อย่างนี้เป็นต้น พระพุทธเจ้าท่านจะไปโปรดใคร ของท่านเป็นผู้ที่มีอนาคตังสญาณ มีญาณหยั่งรู้อะไร

อ่านต่อ

ที่ลึกซึ้งมากมายว่า ถ้าไปโปรดผู้นี้ขณะนี้เหมาะสม แล้วจะเป็นประโยชน์ เป็นหัวหน้าหมู่ หัวหน้าคณะ หรือเป็นผู้ที่จะโปรดแล้วจะมีผลมีประโยชน์ ได้อะไรที่เป็นกอบเป็นกำ เหมาะสมเหมาะควร ไม่ใช่เป็นเบี้ยหัวแตกเลอะเทอะ ท่านมีภูมิธรรมละเอียดลออสูงส่งยิ่งกว่าอาตมา อาตมาก็ได้แต่สอนกลางๆไป บางที เด็กๆก็รับไม่ค่อยไหว บางทีผู้ใหญ่ก็ดี ว่า เออ สูง ส่ง ผู้ที่มีภูมิปัญญาสูง แล้วอาตมาก็ต้องอธิบายธรรมะ ที่สูงและละเอียดไปเรื่อยๆ จึงบรรยายธรรมะมามากกว่า 50 ปีแล้ว ผู้ที่รับจากอาตมามาก็ช่วยบรรยายตามขั้นตอนมาอยู่แล้ว อาตมาจึงต้องทำฐานที่มันสูงขึ้นไปที่ยังไม่มีใครพูดได้ ไม่มีใครเอามาอธิบาย ก็อธิบายเอาไว้ ยิ่งอายุมากใกล้จะตาย ก็รีบเอาออกมาสาธยาย ทำให้เข้าใจเอาไว้ ซึ่งมีอีกเยอะที่เขาอธิบายธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างผิดๆ อาตมาจึงต้องเก็บเอามาแก้ เอามาบอกใหม่ให้มันชัดเจน ถ้าอย่างนั้นมันผิดนะ อย่างนี้ถูกเป็นอย่างนี้ ต้องเอามาแก้ เอามาย้ำ ยืนยัน ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่ออาตมาไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับคนหรอก แต่อาตมาจริงใจและมีสิทธิ์ที่จะพูดความจริง พูดในกาละที่สมควร ต้องทำ เพราะในชีวิตสัตว์โลกไม่มีอะไรจะดีเท่ากับธรรมะ โดยเฉพาะธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นโลกุตระ สุดยอดแล้ว ถ้าได้ฟังแล้วก็จะทำให้ตนเองเป็นคนดี 1. อย่างที่เทวะโลกียะเขารู้ เป็นคนดีในโลกตามสมมติสัจจะ 2. อันนี้สิยิ่งใหญ่ จะต้องรู้โลกุตรธรรมหรือความรู้ของพระพุทธเจ้าตรัสรู้ว่า คุณจะต้องรู้ว่าเกิดมาจิตวิญญาณของคุณนี้ 1. คุณต้องทำให้ดี ดีถาวรและไม่ทันช่วยเกิดตลอดกาล มีหลักประกันจะเกิดอีกกี่ชาติคุณก็ไม่ทำชั่ว สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปกำลังสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) จิตสะอาดบริสุทธิ์ถาวรแน่นอนเที่ยงแท้ ให้เป็นหลักประกันของศาสนาพุทธ ที่จะทำดียังไม่มีการทำชั่วอีก จะเกิดอีกกี่ชาติกี่ชาติต่อไปก็ไม่เป็นไร เพราะฉะนั้นเป็นคนที่มีหลักประกันอยู่ในโลกนี้ 2. รู้จักจิตนิยาม รู้จักอัตภาพ ความเป็นอนัตตา ว่ามันเป็นเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่งกันอยู่เท่านั้น จริงๆ มันเป็นอนัตตาไม่ใช่อัตตามันไม่ใช่ตัวจริง จริงๆหรอก มันก็อยู่ในภาวะที่คุณเข้าใจได้ ผู้ที่มีปัญญาเข้าใจได้เป็นพระอรหันต์แล้วเป็นโพธิสัตว์จะชัดเจนเลย อยู่ไปก็ได้ เป็นอมตะบุคคล ทำประโยชน์ต่อไป 1. ไม่ทำชั่วไม่ทำบาปแล้ว เด็ดขาด มีหลักประกันอยู่แล้ว 2. ก็สอนให้คนดีตามโลกียะเขาสอน ดีที่สุดด้วยรู้จักดีที่ชัดเจน แล้วดีได้โดยเที่ยงแท้ไม่มีตกต่ำอีกเป็นธรรมดา อวิปรินามธัมมัง นิยตะ เที่ยงแท้มีแต่จะไปสู่ที่สูงที่สุดเป็นต้น 3. สลายอัตภาพได้เลยเป็น 0 ไปเลย คุณยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ยังไม่สลายอัตตา สูญเป็นดินน้ำไฟลม คุณก็ทำหน้าที่สืบทอดพระศาสนา หรือว่า สอน สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ทุกพระองค์ สถาปนา เอาความรู้อันนี้ให้แก่มนุษย์เอาไว้ อย่าให้สูญสิ้นไป เพราะว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เกิดมาแล้วสุดท้าย ชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ศึกษาความรู้มาทุกอย่างในโลกรู้หมด เรียกว่า เป็น Doctor Post Doctor ทุกประเภท แต่แล้วไม่เอาสักอย่าง มาเอาธรรมะที่จะต้องรู้จักจิตนิยาม รู้จักบุคคล รู้จักอัตภาพ รู้จักอัตตา แล้วสอนให้หมด ทำอนัตตาให้แก่ตัวเองก็ได้นิพพานเป็นปริโยสานให้ได้ 1. เพราะมีโลกุตระที่เป็นหลักประกัน เป็นคนดีไม่ทำชั่วอีกเลย มีหลักประกันไม่ทำชั่วอีกเลย เกิดกี่ชาติก็ไม่ทำชั่วอีกเลย มีแต่ทำดี 2. รู้จักสัจธรรมมีจิตนิยามสลายได้เป็นศูนย์ จะอยู่ก็อยู่ได้มีหลักประกันอย่างนี้ด้วย แล้วก็สอนให้พ้นทุกข์พ้นสุขด้วย 641220 รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 21 ตอบปัญหาให้พ้นความสุขคือความโง่

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน