สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ขาดทุนคือกำไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ขาดทุนคือกำไร พวกเราภาคภูมิใจ ที่ได้มาสนองพระราชดำรัสได้ พระราชดำรัส ขาดทุนคือกำไร และแบบคนจน ในหลวงท่านก็มีพระปรีชาญาณของท่าน ในฐานะที่ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ฟังดีๆจะเข้าใจชัดว่า ท่านเป็นพระโพธิสัตว์จริง พระโพธิสัตว์คือ ผู้ที่มาทำประโยชน์ ให้แก่ผู้อื่น มาเป็นผู้ที่สร้างความสุข ให้แก่ผู้อื่น พหุชนหิตายะ (เพื่อหมู่มวลมหาชน เป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ (เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ (รับใช้โลก ช่วยโลก) นั่นแหละคือ พระโพธิสัตว์แท้ๆ พวกเราภาคภูมิใจ ที่ได้สนองพระราชดำรัสในหลวง ในสังคมเรามาเป็นแบบคนจน มาแบบขาดทุน ไม่ได้ทำแบบนักค้าขายทุนนิยม ที่ดั๊มพ์ราคา ลดราคา ขาดทุนไม่ใช่แต่เราจริงใจ ที่จะหาวิธีขาดทุน ให้กับสังคม ให้ได้ นี่คือ ความจริงของสังคมมนุษย์ ที่เข้าใจความจริงอันนี้ แล้วเป็นความดีงาม เป็นสิ่งที่ควรพากเพียรปฏิบัติ ให้ตรงตามมีกันจริงๆ ชาวอโศกเรา เป็นคนตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ ขอยืนยัน ทำอย่างจริงใจ เราทำตลาดอาริยะ ครั้งใหญ่ ก็ได้ขายขาดทุน ให้แก่ประชาชนจริงๆ ซึ่งรัฐบาลเอง ก็ไม่มีใครจะทำ ที่จะมาทำอย่างนี้ เพื่อให้ประชาชนเขาได้รับ การซื้อขายขั้นอาริยะ ขั้นขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา อย่างแท้จริง ให้ประโยชน์แก่ประชาชน ง่ายๆซื่อๆ เอาของมาขาย ให้ถูกกว่า ราคาที่เราซื้อมา เป็นต้น ต้นทุนจริงๆ มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ต้นทุน จะต้องรวม ค่าแรงงานด้วยนะ แต่บางคน ไม่คิดรวมค่าแรงงาน เราเองรู้การคิดต้นทุนพวกนี้ดี ที่เราทำประจำชีวิต คือลดค่าแรงงาน ของเรา ลดค่าตัวของเรา ค่าความสามารถ ค่าการทำงานของเรา เพื่อให้แก่สังคม แม้เราลดไม่หมด เช่น ค่าแรงงานของเรา วันละ 500 เราก็เอาแค่ 200 เราก็ลดไป 300 แล้ว เมื่อรวมกับวัตถุดิบ ค่าโสหุ้ย เป็นต้นทุน
อ่านต่อ
แล้ว ค่าแรงงานค่าโสหุ้ย ค่าวัตถุดิบ ก็คือต้นทุน แต่คนที่คิดต้นทุน ไม่คิดค่าแรงงาน ดีไม่ดี ซื้อมา100 ก็ต้องขาย 80 หรือ 99 ค่าอื่นไม่คิดเลย ก็พาซื่อนะ ถ้าเราทำได้เราก็ทำ แต่จริงๆแล้ว ทำไม่ได้หรอก ไม่งั้นไม่เหลือ ซึ่งทำให้เขาไม่ค่อยเชื่อ แต่นักเศรษฐศาสตร์เขาก็รู้ ที่มีปัญญาจะเข้าใจ เขาเข้าใจว่า เราเอาประเด็นนี้ มาทำโก้ เหมือนพวกพ่อค้า ลดราคา ขายถูก เพื่อนล่อหลอกให้มนุษย์ มาชื่นชมยอมรับ เขาไม่เชื่อว่า เราจริงใจ แล้วหาวิธีขาดทุนให้ได้ เป็นความซับซ้อนอีกเยอะ เป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ เราทำได้ถึงขั้น สาธารณโภคี มันเป็นเรื่องเศรษฐกิจ หรือเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ คนมารวมกัน แล้วก็สร้างสรรผลผลิต แล้วก็เอาไปขาย ขายก็พยายามให้ราคาถูก แต่ในการสร้างผลผลิต นั้นๆออกมา คนของเรา ไม่ได้คิดค่าแรงงานเลย แล้วเราก็ได้ผลผลิตมา แล้วก็ไปขาย เราก็ลดราคาลงได้อีก พวกเราไม่ได้คิดค่าแรงงานเลย เราทำงานเจ ขายอาหารเจ เราก็ทำได้ ขายเจได้เยอะแยะมากมาย ราคาเท่านั้นแหละ เทศกาลเจก็ขายได้มาก แล้วก็ขาดทุนได้ เห็นว่าพวกเรามีเศรษฐศาสตร์ ที่ได้มาร่วมกินร่วมกัน ใช้สร้างสรรค์มีชีวิต ในระบบสาธารณโภคี เป็นระบบเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ถ้ารัฐบาลบริหารประเทศเข้าใจอย่างนี้ แล้วก็หาคนที่จะมีความเข้าใจเรื่องนี้ ปฏิบัติอย่างนี้ เอาไปพยายามสร้างให้สังคม มีเศรษฐศาสตร์ หรือเศรษฐกิจแบบนี้ขึ้นมา ถ้าเข้าไปอยู่ในแผนพัฒนาชาติ ในหลวงท่านตรัสว่า เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง นี่แหละคือ เศรษฐศาสตร์ ที่จะต้องขาดทุน ให้แก่สังคม ท่านตรัสคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง ต่อมาท่านก็ตรัสว่า เอาแบบคนจน ถ้าขายแล้วให้ตนเองมีน้อย หรือเอาน้อยลง ตรงกับอัปปิจฉะในศาสนาพุทธ อย่าไปเอาเปรียบเอารัด เอาสิ่งที่แลกเปลี่ยนมา ให้น้อยลงได้เรื่อยๆ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า… พ่อครูพูดถึงในหลวง ในเรื่องของทำแบบเศรษฐกิจพอเพียง และขาดทุนคือกำไร พ่อครูว่า...คำว่าแบบคนจน เขาไม่เข้าใจ แค่คำว่าพอเพียง มาจากสันตุฏฐิหรือสันโดษ คนที่มีขีดความพอของชีวิต เป็นคนเจริญ ใครไม่รู้จักพอ ได้ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ได้มาเท่าไหร่ก็ไม่พอ คนนั้นเป็นโลกียะธรรมดา ถ้าใครรู้จักพอแล้ว ให้ตนเองลดลงมา หาความมักน้อย จนเป็นสูญ คนที่ศูนย์ได้แล้ว เสียสละให้ผู้อื่น จึงเรียกว่า คนขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา ในหลวงตรัส แบบเป็นขั้นตอน แบบเศรษฐกิจพอเพียง แล้วมาเป็นแบบคนจน แล้วมาเป็น ขาดทุนของเรา คือกำไรของเรา แต่นักเศรษฐศาสตร์ นักบริหารนักการศาสนา ไม่เข้าใจถึง พระปรีชาญาณของในหลวง และรับสนอง พระราชดำรัสนี้ไม่ได้ แต่อโศก รับพระราชดำรัสของในหลวง มาปฏิบัติได้ ขออภัย ที่ต้องพูดความจริง ไม่ได้คุยตัว แต่สังคมไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วยเลย น่าเสียดาย ที่สังคมไม่รู้จักสาระที่เป็นสาระ ไม่รู้จักสิ่งที่ดีงาม ที่ควรส่งเสริม ถ้าสังคมไทย เขาไม่รังเกียจ อโศก จะรังเกียจด้วยอะไร ไม่รู้หรอก แต่เขาทำไมถึงรังเกียจ ไม่รู้พฤติกรรมของชาวอโศก แล้วก็ไม่ส่งเสริม ไม่ช่วยโฆษณา ไม่ช่วยโปรโมท ว่าอย่างนี้ตรงกับพระราชดำรัส ตรงกับอุดมคติ อุดมการณ์สูงสุด ตรงกับศาสนาพุทธ ที่เมืองไทยมีชาวพุทธถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร ก็ควรจะแสดงอะไร แสดงว่า คนไทยไม่มีภูมิรู้ธรรมะพระพุทธเจ้า ไม่รู้แก่นแท้แน่แท้โลกุตระ ของพระพุทธเจ้า ผู้ที่มาปฏิบัติโลกุตรธรรม จะถูกคนเขาหมั่นไส้ ถูกต่อต้าน ถูกล้มล้าง แล้วมันจะไปพูดไปได้อย่างไร แต่กลับไปส่งเสริมธัมมชโย มันจะอย่างไร มันไปไม่ออกแล้วนะ มันไปไม่รอดแล้วนะ ไม่มีภูมิปัญญา รู้สัจธรรม ของพระพุทธเจ้า ต้องขออภัย ที่พูดเหมือนยกตัว แต่ต้องมาพูดสัจธรรม สิ่งที่ควรยกย่องก็ควรยกย่อง จะดันทุรังมายกย่องตัวเองด้วย เพราะไม่มีคนอื่นให้ยก แม้แต่นักปฏิบัติธรรม พระกรรมฐาน พระปฏิบัติ ก็ไม่ได้เป็นพระอย่างโลกุตระ ไม่เป็นพระมาหาสันโดษ ให้สมกับเป็นศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาสังคม ไม่ได้หนีเข้าป่าหลับตา อยู่ป่าเขาถ้ำ จะอยู่กับสังคมธรรมดา และปฏิบัติศีล ไปตามลำดับ บรรลุธรรม เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ไปตามลำดับ เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย อาตมาพูด ทุกวันนี้แรง ถ้าอาตมาพูดไม่ถูกต้อง ผิด แต่แรงขนาดนี้ เขาจะเอาอาตมาตาย อย่างเขียดเหยียดขาตาย แบนติดเพดานเลย อาตมาพูดมาเกือบห้าสิบปีแล้ว ฟังแล้วดูยวนๆ แต่ก็พูดหวานไม่เป็น ไม่ใช่นักพูดเพ้อพก มันกระดาก เหนียมที่จะพูดเช่นนั้น พูดไม่ออก พูดแต่ความจริง เมื่อพูดความจริง ก็ลงน้ำหนักความจริง เพื่อให้รู้ และเข้าใจได้จริงๆ ออกทั้งท่าทาง คีตะ วาทิตะ นัจจะ
600403_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บุญกับฌาน และกายคือนามรูป