สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การให้อย่างวัฒนานุกูล.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.54 KB
วันที่แก้ไข3 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การให้อย่างวัฒนานุกูล มันมีเหตุการณ์ อันยิ่งใหญ่ เกิดขึ้นในประเทศไทย มีพฤติการณ์ตอนนี้ ก็เกิดอยู่ที่ กลางกรุงเทพฯ ก็คือที่สนามหลวง เกิดพฤติกรรม สาธารณโภคี คนที่ไปสนามหลวงทุกวันนี้ ก็มีคนที่ไปเอา คือไปกิน บางคนเอาของไปแจก เอาของส่วนเล็กส่วนน้อย แต่ตั้งร้านแจกจริงๆเลย มีหรือไม่ ก็ไม่รู้ ในการแจกข้าวของต่างๆ มีแต่แจกในส่วนย่อย เอากระดาษทิชชู จะเอาไปทำอย่างนั้น โดยเฉพาะ ใครมาก็เลี้ยงอาหาร กินกันไป ไปสนามหลวง ก็เป็นแหล่งกลาง มันเกิดเหตุการณ์ที่ พระเจ้าอยู่หัวของไทย สวรรคต ก็ถือว่าที่นั่น เป็นที่ตั้งพระบรมศพ เป็นอาณาบริเวณ ก็เหมือนบ้านใดบ้านหนึ่ง มีพ่อบ้านเสียชีวิต คนก็ไปบ้านนั้น ก็ไปแสดงน้ำใจ อันนี้ก็เหมือนกัน ไปแสดงน้ำใจ เมื่อในหลวงท่านสิ้นพระชนม์ เอาสนามหลวง เป็นส่วนกลาง ประเพณีของไทย บ้านไหน ที่มีพ่อบ้านเสียชีวิต หรือแม้แต่ที่สุดคนอื่นๆ คนก็จะต้องไปแสดงน้ำใจ นั่นแหละเหมือนกัน ระลึกถึงคุณงามความดี จะคล้ายๆอย่างนั้น แต่อันนี้มันยิ่งใหญ่ ผ่านไป 100 วันกว่าแล้ว เพราะพ่อบ้านผู้นี้ ได้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ ต่อประเทศชาติ คนก็จะมากัน เพื่อมางานศพ ก็เป็นงานพระบรมศพ ของพ่อของประเทศ และมีคุณธรรม ที่แท้จริงของพระองค์ ทำให้คนต้องมาจริงๆ ฉันเดียวกัน บ้านใด ที่มีพ่อบ้าน ที่คนเคารพนับถือบูชากัน เขาก็จะไปงานศพกันมากอย่างนี้เหมือนกัน ถ้าพ่อบ้านคนนั้น เป็นคนมีคุณงามความดี แล้วเสียชีวิตลง คนที่เคารพนับถือบูชาระลึกถึง ก็จะมาเคารพศพ มาแสดงความระลึกถึง มันเป็นความอาลัยอาวรณ์ ถึงผู้ที่สิ้นชีพไป เป็นคนที่ไม่ควรตาย เป็นคนควรอยู่ เพราะท่านเป็นคนดี เป็นคนไม่ควรตาย จะเห็นได้ว่า เมื่อท่านตายลงไปแล้ว คลื่นของความระลึกถึง ของมนุษย์ มันก็จะเกิดขึ้น ขึ้นอย่างนี้ จึงเป็น Bomb

อ่านต่อ

of love ที่ยิ่งใหญ่ ระเบิดเถิดเทิง เป็นอาการของ การระลึกถึง คุณประโยชน์ คุณค่ายิ่งใหญ่ ที่มีในพระองค์ ที่มีพระจริยวัตรอยู่ ตั้งแต่มีพระชนชีพ เมื่อสิ้นพระชนม์ลงไป ก็เกิดความอาลัยอาวรณ์ ไม่อยากให้สูญสิ้นไปชอบเป็นสิ่งที่ดีที่ประเสริฐ มีคุณค่า มีประโยชน์ อันยิ่งใหญ่ นี่แหละ มนุษย์เราก็มีชีวิต ที่ประพฤติตน ทำตนมีกรรมกิริยา อาชีวะ กัมมันตะ วาจา สังกัปปะ ในขณะที่เรายังไม่ตาย ได้ช่วยเหลือผู้อื่น ได้ช่วยเหลือสร้างสรรค์ ทำประโยชน์ อาตมาก็มาระลึกถึงตนเอง อาตมาเกิดมาในชีวิตนี้ ได้บำเพ็ญตน แต่ก่อนนี้เกิดมาแล้ว จนกระทั่งอายุ 36 ปี เราก็ทำเพื่อตัวเอง เป็นฆราวาส ทำเพื่อตัวเอง หาเงินหาทอง ลาภยศสรรเสริญ มา ให้แก่ตนเอง ที่จริง มันแปลว่าเอา ไม่ใช่ให้แก่ตัวเอง ที่จริงพูดเท่ ว่าให้ แต่ที่จริง เอาวัฒนานุกูล ต่างหาก ชีวิตเอามาตลอด 36 ปี พอถึงเวลา ก็ระลึกได้ แล้วก็จะไม่เอา มีสมบัติข้าวของอะไร ก็แบ่งแจกให้น้องๆหมด บอกว่าพี่ไปแล้วนะ ออกมาตอนแรก ยังไม่ได้บวชนะ ไปวัดอโศการาม ไปสร้างกุฏิอยู่ที่นั่น ออกมา แต่อยู่ไม่นาน ก็มาบวช ถ้ายังไม่ออกมา ก็เป็นพวกที่ เอาวัฒนานุกูล แต่ออกมา ก็เป็นพวกที่ ให้วัฒนานุกูล แต่ในหลวง ท่านเป็นผู้ให้ ในทุกที่เลย เพราะท่านมีพระหน้าที่ ที่จะต้อง ออกไปบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชากร ส่วนอาตมานั้น มาให้ทางจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้น พฤติกรรมอาตมา จึงเป็นพฤติกรรม ทางนามธรรม เป็นงานทางนามธรรม ส่วนในหลวงนั้น ครบพร้อม ทั้งนามธรรมและวัตถุธรรม ท่านต้องไปทรงงาน บริหารกว้างใหญ่ เป็นหน้าที่ที่เต็มที่ อาตมานั้น เป็นหน้าที่เจาะลึก ทางจิตวิญญาณ ให้ทางจิตวิญญาณ เป็นประธาน มโนปุพพังคมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา ให้จิตวิญญาณ ให้จิตวิญญาณเป็นผู้ให้ ผู้เกื้อกูล ถ้าอาตมา ทำให้ประชาชนคนไทย เป็นผู้ที่ ไปประกอบงาน เป็นสาธารณโภคีได้หมดทั้งประเทศเลย นี่จบเลย ยิ่งใหญ่เลย เป็นผู้ที่จะทำเป็นส่วนกลาง นี่คือเนื้อแท้ของ ธรรมะพระพุทธเจ้า ให้เป็นคน ไม่ถือตัวถือตน เป็นคนทำหน้าที่เพื่อสาธารณะ เกิดโภคทรัพย์ทั้งหลาย ตั้งแต่เมล็ดข้าว จนกระทั่งถึงเพชร ทอง คือสิ่งที่จะผลิต สร้างสรรค์ เพื่อกินใช้ แจกจ่ายกัน เป็นสาธารณะ ยิ่งใหญ่กว่าคอมมิวนิสต์ ยิ่งใหญ่กว่าประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยแบ่งเศษได้ เป็นสาธารณะ เข้าส่วนกลาง แค่ภาษี เท่านั้นเอง แต่ของเราชาวอโศก ทำแล้วเข้ากองกลาง เรียกว่า เสียภาษี ร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้สำเร็จแล้ว อาตมาออกมา ทำงานทางนามธรรม เพื่อให้ประเทศ เพื่อให้สังคมมนุษย์ เกิดสาธารณโภคี สำเร็จมานานพอสมควร ก็ได้อย่างนี้แหละ เกิดเป็นมนุษยชาติแบบนี้ แล้วก็อบรมบรรยาย เพื่อจะให้เกิดจิต เป็นผู้ให้ ให้มี DNA ให้ จนกลายเป็น วัฒนานุกูล หยั่งลงเป็น DNA วัฒนานุกูล พอพูดถึงตรงนี้ ทำให้เห็นว่า นามสกุล ของอาจารย์ กฤษฎา ให้วัฒนานุกูล เป็นนามสกุล ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ มนุษย์พัฒนาเจริญขึ้นไปเป็นผู้ให้อย่างนี้ มันก็จะมีกฤดาภินิหาร ไปทั่วโลก ถ้าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ แล้วก็พัฒนาศาสนา พัฒนาคุณธรรม ให้เกิด ให้วัฒนานุกูลได้สำเร็จ เมืองไทยก็เกิด กฤดาภินิหาร แน่นอน เป็น Bomb of love แน่นอน พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ในสนามหลวง นั่นแหละคือ พฤติกรรมการให้ ทุกคนไปให้ทางนั้น แต่แน่นอน เมื่อมีผู้ให้ ก็ต้องมีผู้รับ เท่านั้นเอง ผู้รับก็คือคนไทย ต่างคน ต่างแสดงออกถึง การเป็นผู้ให้ และก็ต้องมีผู้รับ มีทายกและปฏิคาหก ทำให้เกิดพฤติกรรม ทางสังคมที่ยิ่งใหญ่ คนที่ไปที่นั่น ก็จะถูกสนามแม่เหล็ก ทำให้เกิดจิตวิญญาณเป็นผู้ให้ นอกจากคนไม่ดี จะเห็นเป็นช่องทาง แสดงความโลภ จะเอา คนนั้น ก็เป็นหน่วยโมเลกุล ที่ตกเข้าไปสนามแม่เหล็ก ที่เป็นตัวขบถ ตัวบาป เพราะเข้าไปในที่นั้น ต้องเป็นผู้ให้ ไม่ใช่ไปแอบเป็นผู้เอา มันเป็นสนามแม่เหล็กแห่งการให้ 600213_ทวช.พุทธาภิเษก#41 ปฐมอโศก สมาธิของศาสนาพุทธ ตอนที่ 2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน