สื่อธรรมะพ่อครู(กำลัง 4 พ้นภัย 5) ตอน กำลัง 4 พาพ้นภัย 5_.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(กำลัง 4 พ้นภัย 5) ตอน กำลัง 4 พาพ้นภัย 5 เมื่อคนบรรลุผลอย่างนี้ ในชีวิตมีกรรมกิริยา 1. ทำอาชีพ 2. ทำกรรมการงาน 3. ทางวาจา 4. ทางความคิด ในมรรคมีองค์ 8 รวม 4 อย่างนี้ไว้แล้ว ให้ศึกษากรรมทางวาจา ทางความคิด แล้วจัดการองค์ประชุม ของพลังงานทางจิต กายวาจา ทางการงานเลี้ยงชีพ คนถึงแล้ว ทำได้อย่างไม่มีเหตุปัจจัยที่พาไปชั่วไปอกุศลอีกเลย อาตมาถึงทำงานหรือยังเต็มใจ ไม่ต้องการอะไรตอบแทน แต่ก็มีคนให้อะไรมาตอบแทน เป็นชีวิตที่สุขสบาย และเป็นชีวิตปลอดภัย เป็นชีวิตที่ ถ้าเป็นจริงคนที่บรรลุแล้วทุกกรรมกิริยาไม่มีอกุศล อาชีวะ กัมมันตะ วาจา สังกัปปะ จึงเป็นชีวิตที่สบายไหม ปลอดภัย พ้นภัย 5 เป็นพลัง 4 พ้นภัย 5 1. ปัญญาพลัง (กำลังคือ ปัญญา) . . . 2. วิริยพลัง (กำลังคือ ความเพียร ขยัน) . . 3. อนวัชชพลัง (กำลังคือ การงานที่ปราชญ์ไม่ติ) . , 4. สังคหพลัง (กำลังคือ การสงเคราะห์ช่วยผู้อื่น) , มีต่อ... รู้พลังงานจิตที่เกิดอุปจยะ แล้วไม่ให้มีอกุศลร่วมด้วย จนเป็นอัตโนมัติไม่มีอกุศลร่วมปรุงแต่งด้วยเลย แล้วเป็นพลังงานที่มีความเพียรเสมอ ไม่ใช่ว่าบรรลุธรรมแล้วไปอยู่สงบสบาย อยู่ว่างๆ ไม่ทำอะไรเลยไม่นึกถึงใคร ไม่มีสาราณียะ ไม่มีเมตตา ไม่รู้จักสังคม ไม่รู้จักการงาน ไม่รู้จักพากเพียร อย่างนี้ไม่ใช่ แต่รู้ดี และมีความเพียร และมีการงานที่ไม่มีโทษ ปราชญ์ไม่ติเตียนเลย อาตมาว่า ได้ทำการงานที่อนวัชชะ ผู้รู้จะไม่ติเตียน ผู้ติเตียนอาตมาคือผู้ไม่รู้ ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เขาไม่รู้ ก็เลยติ หรือผู้รู้ข้อบกพร่องของอาตมาเขาก็ติ ก็ต้องขอบคุณ สุดท้ายเหลือพลังงานที่ทำเพื่อผู้อื่น สังคหพละ มีพลังงานของตนเพื่อรับใช้ช่วยเหลือผู้อื่นเป็นนักประชาธิปไตยเบอร์ 1 ของโลก มีชีวิตเพื่อรับใช้มวลชน มนุษยชาต
อ่านต่อ
ิ เป็นนักประชาธิปไตยสุดยอด ช่วยคนอย่างจริงๆ ไม่ต้องการอะไรตอบแทนด้วยความบริสุทธิ์ใจปรารถนาดี และมีความรู้ความสามารถมีปัญญา จึงไม่มีภัยไม่มีโทษ พ้นภัย 5 ภัยของความชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็ไม่มีภัย อาชีวิตภัย ไม่เป็นภัยกับใครเลย มีแต่คุณค่าประโยชน์ไม่เป็นโทษแก่คนทั้งปวง จึงเป็นมนุษย์ที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ ที่พ้นภัย 5 1. อาชีวิตภัย (ภัยจากการดำรงชีวิต หาอาหารเลี้ยงกาย) 2. อสิโลกภัย (ภัย คือ การติเตียนจากคนโลกๆ) 3. ปริสสารัชภัย (ภัยคือ การสะทกสะท้านต่อสังคม) . 4. มรณภัย (ภัยคือ ความตาย) 5. ทุคติภัย (ภัยคือ ทุคติ เช่น อบายภูมิ นรก เดรัจฉาน ฯ) (พลสูตร พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 209) อย่างอาตมาตำหนิติเตียนใครไม่เคยกลัวไม่เคยหวั่นเกรงสะทกสะท้านเลย ติเตียน นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง ส่วนมรณภัย จะชัดเจนว่าเราสามารถมีชีวิตอย่างไม่ทำชั่ว ไม่มีทุคติภัย ไม่ตกนรก ไม่ได้สร้างนรกให้กับตัวเอง มันชัดเจน เพราะเรารู้จักกรรมกิริยาต่างๆที่ผิดที่ชั่ว ต่ำแล้ว ยิ่งตาย ก็ชัดเจนว่า ตายคืออะไร การตายทางร่างกาย มรณภัย ส่วนอรณะ เป็นความตายของจิตวิญญาณที่ควรให้ตาย จนไม่เกิดอีกเลย ผู้บรรลุอรณะคืออรหันต์ อรณะ แปลว่าไม่มีสงคราม อรหันต์คือไม่มีอะไรลึกลับแล้ว (รหะคือลึกลับ) เพราะสิ่งที่เป็นสิ่งลึกในจิตใจลึกขนาดไหนก็เรียนรู้จนจบหมดแล้ว เรียนรู้อกุศลจิตอย่างไรแค่ไหนก็เรียนรู้กำจัดได้หมด จบเป็นอรหันต์ สัจจะเหล่านี้ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ตรัสรู้แล้วเอามาประกาศให้แก่โลก เป็นความรู้ที่เยี่ยมยอด รู้อย่างสมบูรณ์แบบทุกอย่าง อาตมาเองต้องการอยากจะมีความรู้อย่างนี้ จึงตั้งปณิธานเรียนรู้ชาติแล้วชาติเล่า เป็นโพธิสัตว์สั่งสมบารมีเพื่อจะได้บรรลุสูงสุดเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ที่พูดนี้ไม่ได้อวดตัวอวดตนอวดดิบอวดดี แต่เป็นความรู้วิชาการ ที่คนทำได้จริง แม้ที่สุด ชาตินี้อาตมารู้ตัวแล้วอายุเลย 36 ถูกโลกครอบงำ ลิงลมอมข้าวพอง พอรู้ตัวแล้วก็มาทำงานทางนี้ดีกว่า จนผ่านอีก 36 ปี เลยอายุ 72 ปีแล้ว ตอนนี้ มีหน้าที่จะทำให้คนเข้าใจสิ่งประเสริฐ อันนี้ว่าดีที่สุด บอกความจริงด้วยหลักวิชาการว่า เป็นสิ่งที่ควรได้ควรเป็น แต่คนไม่ประสีประสา เหมือนไก่ได้พลอย เหมือนลิงได้แหวน ไม่รู้ค่าว่าสิ่งนี้มันดี สิ่งนี้มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด โดยเฉพาะเกิดมาเป็นมนุษย์ควรจะได้สิ่งนี้ แต่คนกลับไม่เห็นค่า อาตมาพูดขณะนี้ แม้คนได้ยิน ก็จะไม่ซาบซึ้งเท่าไหร่หรอก สำหรับคนที่ไม่ประสีประสา ฟังก็บอกดูดีเท่านี้แหละ แต่ถ้าคนมีปฏิภาณปัญญาจะรู้ว่านี่แหละคือสิ่งที่เกิดมามีชีวิตแล้วควรจะได้อันนี้อย่างยิ่ง เกิดมาชาติไหนก็แล้วแต่ ขออภัยที่จะอธิบายลึกหน่อย อาตมาก็รู้แล้ว เป็นได้แล้วด้วย และ เห็นว่ามันควรจะต้องให้คนอื่นได้อย่างนี้จริงๆ จึงอยู่มีชีวิตอยู่ทำงานอันนี้ ขออภัยที่พูดนี้ไม่ได้อวดตัวตน แต่พูดสัจจะที่ใจอาตมาเป็นจริง เป็นอย่างนั้นจริงๆ 600315_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อสุรกายแก่นในธรรมกายเก๊