190225 สุสิมสูตร-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์163 KB
วันที่แก้ไข1 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เวลานี้เป็นบ่ายวันที่ 25 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพุทธมณฑลที่รักและอบรมธรรมะกับผู้ที่มาสำนักคณะกรรมการวันนี้จะได้อธิบายหลักสูตรเอาไว้หูฟังกันพอสมควรซึ่งเป็นข้อ 279 จากรัชกาลมาอย่างนี้สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ณพระเวฬุวันการันต์ทักษะวิวาห์สถาน เขตพระนครราชพฤกษ์สมัยนั้นแลพระผู้มีพระภาคอันเทวดาและมนุษย์ทั้งมวลสักการะเคารพนับถือบูชายำเกรงได้ทรงได้จีวรบิณฑบาตเสนาสนะเภสัชบริขารเป็นปัจจัยแก่คนไข้แม้ภิกษุสงฆ์กันเทวดาและมนุษย์ทั้งมวลก็สักการะเคารพนับถือบูชายำเกรงใจจีวรบิณฑบาตเสนาสนะและเทศกาลบริขารเป็นปัจจัยแก่คนไข้แต่พวกปริพาชกเดียรถีย์อื่นอันเทวดาและมนุษย์ทั้งมวลไม่สักการะไม่เคารพไม่นับถือไม่บูชาไม่ยำเกรงไม่ จีวรบิณฑบาตเสนาสนะและเภสัชบริขารเป็นปัจจัยแก่คนไข้ประวัติตนนี้ก็เท้าความถึงง่ายๆว่าสมัยนั้นพระพุทธเจ้ากับสาวกทั้งหลายเป็นผู้ที่ได้รับความนับถือแล้วการได้รับความนับถือได้รับความเคารพได้รับความบูชายำเกรงแม้ที่สุดแต่บิณฑบาตเสนาสนะบริษัทจีวรอะไรต่างๆก็ได้รับเป็นผู้ที่มีอาชีพมีความนับถือมีความเคารพยำเกรงได้แล้วแต่ส่วนปริพาชกเดียราศีอื่นคือหมายความว่าพวกนักบวชที่มันไม่ตรงกันกับพระพุทธเจ้าเป็นนักบวชต่างลัทธิจึงมี ในการประพฤติต่างๆนานาอันไม่ค่อยเข้าร่องข้าวรอยอะไรล่ะใครจะเทียบเคียงกับสมัยนี้มันก็จะเห็นอยู่ได้ง่ายๆเหมือนกันว่านักบวชพระพุทธปฏิบัติเพื่อที่จะสู่จุดสูงสุดจะเสร็จแล้วก็ปฏิบัติไปตามลัทธิของตนต่างๆนานาอะไรเข้าจุดไม่เข้าแนวไม่มีอันเป็นไปตามธรรมและเป็นไปตามสัจธรรมมันก็ไม่ได้อธิบายโทรไม่ได้ลาภไม่ได้สิ่งที่ควรได้ไม่ได้ความเคารพนับถือยำเกรงว่าไม่ได้แม้กระทั่งว่าจีวรอาหารบิณฑบาตเสนาสนะหรือว่าเภสัชต่างๆก็ไม่ได้แต่สำหรับพวกปริพาชกจากเป็นอย่างนั้นผมเดินหน้าที่ต่างๆก็ชัก

อ่านต่อ

ลำบาก ไปสมัยนั่นแหละปริพาชกอาศัยอยู่ณพระนครราชคฤห์กับปริพาชกบริษัทเป็นอันมากคือสิมักก็มีคณะพวกปริพาชกต่างๆมีบริษัทจะมีหมู่กลุ่มและอาศัยอยู่เป็นอันมากอยู่ในราชกิจนั่นเองดังนั้นบริษัทของปริพาชกว่ามาเถิดท่านเศรษฐีมะท่านจงประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระสมณโคดมท่านเรียนธรรมแล้วพึงบอกข้าพเจ้าทั้งหลายพวกข้าพเจ้าเรียนธรรมนั้นแล้วจะกล่าวแก่คฤหัสถ์ทั้งหลายเมื่อเป็นเช่นนี้แม้พวกเราก็จะมีเทวดาและมนุษย์ทั้งมวลสักการะเคารพนับถือบูชายำเกรง ได้จีวรบิณฑบาตเสนาสนะเภสัชบริขารเป็นปัจจัยแก่คนไข้แม้แต่บริษัทหรือหมู่พวกของซูชิมก็เห็นว่ามันไม่ชัดไม่เข้าทีใช่ไหมตนเองชักไม่ค่อยมีใครเคารพยำเกรงนับถือและไม่มีทางได้แม้แต่ปัจจัย 4 ก็ไม่ค่อยจะได้เลยไม่มีทางได้มันชักรถออกไปหมดก็เลยแนะนำให้สุดหิมะไปเถอะท่านไปเรียนวิชามาจากพระสมณโคดมวันนั้นนะถ้าไปเรียนพรหมจรรย์จากในสำนักโคนมแล้วก็จะได้มาสอนพวกเรามาบอกพวกเราพวกเราก็จะได้มีคนเคารพนับถืออย่างเคร่งปัจจัยต่างๆ เธอสิมาปริพาชกก็ยอมรับทำบริษัทของตนก็ยอมเธอจะมาก็ยอมรับคำพวกบริวารพวกบริษัทต่างๆของตนคือครอบครัวของตนและเข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงที่อยู่ได้ปลาอาศัยกับพระท่านพระอานนท์เส้นทางการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้วจึงนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้กล่าวกับท่านพระอานนท์ว่าท่านพระอานนท์ผมปรารถนาจะประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมวินัยนี้แล้วก็เลยเข้าไปขอพระพุทธศาสนาปริพาชกเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายอภิวาท พระผู้มีพระภาคแล้วจึงนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่าพระพุทธเจ้าข้าศึกที่พระปริพาชกผู้นี้กล่าวอย่างนี้ว่าท่านพระอานนท์ผมปรารถนาจะประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมะวินัยนี้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าอานนท์ถ้าอย่างนั้นเธอจงง่ายสุดที่มาปริพาชกบวชมอบไปขอความสุขมาจากพระพุทธเจ้าบวชแล้วพระพุทธเจ้าก็ตรัสง่ายได้บอกว่าเออถ้างั้นเธอก็พาเธอกลับไปบวชก็แล้วกันเธอจะมาปรีชาโชคได้บรรพชาอุปสมบทในสำนักของพระผู้มีพระภาคแล้วงานนี้เราความอาจารย์ธรรมดา มีการมาประพฤติเปลี่ยนนิสัยอยู่ตามที่ 4 เดือนถ้าธรรมดาวันนี้จะอยู่ในประเภทนั้นหรือเปล่าไม่ได้อธิบายรายละเอียดมีเขาก็เล่าความโลตัสไปเลยว่าเสือชีวะไปบวชแล้วว่าได้บวชแล้วว่างั้นนะสมัยนั้นแหละได้ยินว่าภิกษุเป็นอันมากอวดอ้างพระอรหัตผลในสำนักพระผู้มีพระภาคราคาพระองค์ทั้งหลายรู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้วพรหมจรรย์อยู่จบแล้วกิจที่ควรทำทำเสร็จแล้วกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มีแต่สมัยนั้นก็ได้ยินกันว่าภิกษุเป็นอันมากคือทั่วไปนั่นแหละที่ถูกเป็นอันมากที่สุดทั้งหลายก็ต่างก็อ้วน หากก็บอกว่าตัวเองได้บรรลุแล้วจะงดอย่างนี้อันนี้ได้หมดแล้วชาติสิ้นแล้วพรหมจรรย์อยู่จบแล้วก็ว่าไปตามธรรมดาส่วนมากนี่ก็เหมือนกับสมัยนี้แหละคือว่าทุกห้างหรือว่าถูกก็ได้ยินได้ฟังว่าใครจะมาอวดตอนหาแต่ผลมันไม่มีใครจะมาอวดอ้างว่ามีอุตรดิตถ์ทำทำไมไม่มีใครกล้าพูดเลิกกันน่ะแต่สมัยนี้ก็ได้ยินได้ฟังมาว่าแต่สำหรับพวกผู้มีพระภาคพระภิกษุเป็นอันมากเพราะที่สุดต่างๆเนี่ยอวดอ้างไงอวดอ้างอธิบดีท่านก็สิว่าท่านจะมาได้ฟังมาว่าภิกษุ อวดอ้างพระอรหัตผลในสำนักพระผู้มีพระภาคว่าข้าพระองค์ทั้งหลายรู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้วพรหมจรรย์อยู่จบแล้วกิจที่ควรทำทำเสร็จแล้วกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่ได้มีเธอจะมักจะได้ยินมาอย่างนั้นทันใดนั้นเองถ้ามาก็เข้าไปหาภิกษุเหล่านั้นถึงที่อยู่ได้ปลาอาศัยกับพิษสุนัขการผ่าตัดสายพอให้ระลึกถึงกันแล้วจึงนั่งณที่สุดในหน้าที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้กล่าวกับภิกษุเหล่านั้นว่าได้ยินว่าท่านทั้งหลายอวดอ้างพระมหากรุณาธิคุณแล้วพรหมจรรย์อยู่จบแล้วกิจที่ควรทำทำเสร็จแล้วกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้ไม่ได้มีดังนี้จริงหรือ ส่วนมากก็เข้าไปถามเลยไปถามพระต่างๆที่ว่าคือมีพระเป็นอันมาแล้วพระองค์เยอะแยะไปว่างั้นเถอะปวดหลังบอกรหัสแต่ผลกันบอกว่าคุณธรรมที่ตนมีอะไรต่างๆนานาจิตติมาก็เข้าไปหาพระเหล่านั้นเข้าไปถามว่าได้ยินว่าท่านอวดอุตริก็ตามหรือว่าอวดฉลาดแต่ผลจริงหรือที่สุดทั้งหลายก็กล่าวว่าจริงอย่างนั้นท่านผู้มีอายุแต่ผมอายุใช่เป็นอย่างนั้นส่วนมากก็ดูก็ได้ทำผมมีอายุทั้งหลายพวกท่านรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนี้ย่อมบรรลุอิทธิฤทธิ์วิธีหลายประการคือคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ทำให้ปรากฏก็ได้ ยังไม่หายไปก็ได้ทะลุฝากำแพงภูเขาไปได้ไม่ติดขัดเหมือนไปในที่ว่างก็ได้ผุดขึ้นดำลงในแผ่นดินเหมือนในแม่น้ำเหมือนในน้ำก็ได้เดินบนน้ำไม่แตกเหมือนบนแผ่นดินก็ได้เหาะไปในอากาศเหมือนนกก็ได้ลูบคลำพระจันทร์พระอาทิตย์ซึ่งมีฤทธิ์มีอานุภาพมากด้วยฝ่ามือก็ได้เช่นอำนาจใช้อำนาจทางการไปตลาดแต่ไปตลอดพรหมโลกก็ได้บ้างหรือหนอมันเหมือนกันกับสมัยนี้มันพากันเข้าใจผิดหมดเพราะศาสนาเนี่ยจะบอกว่าปฏิบัติเข้าแล้วบรรลุธรรมแล้วมันก็จะได้คุณอภิสิทธิ์อภิญญาต่างๆปฏิบัติก็แล้วเหาะได้นะดำน้ำดำดินได้นะ คำว่าอธิปไตยหรือว่ามีอานุภาพมากคำพระอาทิตย์พระจันทร์ได้ด้วยฝ่ามืออะไรต่างๆเนี่ยมันเหมือนกับความเข้าใจเดี๋ยวนี้เดี๋ยวนี้ยังไม่ร้ายเท่าสมัยพระพุทธเจ้าด้วยสมัยพระพุทธเจ้านั้นร้ายกาจยิ่งกว่าเดี๋ยวนี้ไปเลยถึงเข้าใจผิดกันไปเลยเพราะแบ่งแยกแต่กลุ่มกันออกไปปฏิบัติธรรมนี่มีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้เป็นคณะโน้นคณะนี้จนกระทั่งจับกันไม่ติดแล้วเขาจะมาจากพระพุทธเจ้าก็ประกาศทำขึ้นมากลางหมู่พวกเจ้าคณะทั้งหลายประกาศออกมาแล้วท่านก็ประกาศนิพพานประกาศประกาศผลประกาศคุณวิเศษไม่ใช่ประกาศธรรมดาท่านเป็นพระพุทธเจ้าด้วยฟังดูดีๆนะถ้าเราจะประกาศแค่อริยะหรือเราจะประกาศแค่อรหันต์นี่ยังไม่เท่าไหร่ในการที่มีธรรมะเดี๋ยวนี้อยู่ในวงทั้งหลาย มันยังไม่สุดใช้ในประกาศพระพุทธเจ้าเลยพระพุทธเจ้าได้ประกาศพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลยนะไม่ได้ประกาศเล็กๆน้อยๆเพราะฉะนั้นขณะนี้มันมีกึ่งหนึ่งถ้าเราจะประกาศอย่างนี้มันก็คล้ายๆรูปรอยคล้ายกันเขาก็จะประหลาดอะไรกันนะแม่อวดอ้างอะไรกันเหมือนกันแหละแต่ว่ายังไม่ถึงขนาดนั้นแต่ทำไมพระพุทธเจ้าเนี่ยมันเหมือนกันกับลูกลอยคล้ายๆเหมือนอย่างนี้เหมือนกันคือไม่มีใครกล้าพูดเอารหัสแต่ผลก็ไม่มีใครกล้าพูดไม่มีใครจะอวดอุตริมันจะทำอะไรนอกจากมันมีแต่หัวเราจะเข้าใจผิดหมดเลยว่าอุษณีย์ พูดก็อย่างที่พูดกันอยู่เนี่ยทั้งหมดเพราะฉะนั้นถ้าคนข้างนอกต้องมาพูดกันกับเราเดี๋ยวนี้นะถ้ามาถึงก็มาถามฉันได้ข่าวว่าท่านนี่อรหัตผลเป็นพระอรหันต์ท่านเองเนี่ยคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้หลายคนเป็นคนเดียวก็ได้ทะลุฟ้าทะลุกำแพงภูเขาได้ออกกำลังเดินน้ำดำดินอะไรได้ก็ตามที่ว่านี่ได้อย่างนั้นจริงๆเหรอเขามาถามกันถ้าเล่นจะเข้าใจว่าอย่างไรแต่เข้าใจว่าเขาหมายว่าอย่างที่ท่านเข้าใจหรือเปล่าเอาตัวออกอะไรเขาจะต้องเข้าใจว่าหมอท่านก็จะต้องเข้าใจอย่างนี้เหมือนกันเพราะอรหันต์ทั้งหลายนี่ท่านก็เหมือนกัน คือสิมามาถึงดอนปีกก็มามาถามว่าท่านได้ผลจริงๆเหรอลูกชายถ้าอย่างนั้นท่านก็เหาะเดินได้สิเดินน้ำดำดินได้สิอย่างนี้แน่ๆพระอรหันต์เหล่านั้นก็ดูหาภิกษุหาได้เป็นอย่างนั้นมาให้ท่านผู้มีอายุพระพิสูจน์ว่าอรหันต์เหล่านั้นท่านก็บอกสาวมันเป็นอย่างนั้นหรอกแน่ๆเพราะเราเข้าใจอยู่แล้วแม่เดี๋ยวนี้อย่างผมจะเข้าใจผมเข้าใจเข้าใจผมเข้าใจว่าพวกนี้เข้ามาเอางี้ฉันได้เขียนหนังสือนี้ออกมาฉันก็พยายามที่จะปรับความเข้าใจแต่จะปรับทีเดียวก็ยากแต่เดี๋ยวก็จะหาว่าศาสนาพุทธที่ไม่มีนิดนึงแต่ทีนี้มันก็จะเข้าใจผิดก็จะดีอย่างไรแล้วค่อยค่อยปูฐาน จนกระทั่งมาขนาดนี้แล้วผมยังอยู่เลยปกติมันจะยังไงก็ยังไม่รู้เลยนี่ผ่านออกไปเนี่ยมันจะขนาดไหนก็ยังไม่รู้เลยไปหักโค่นเขานี่อะไรต่างๆที่เขาคิดนี่ขนาดว่าไม่ใช่สมัยที่มันไม่มีเนื้อไม่มีหนังอะไรพระพุทธเจ้าเกิดนะหมายความว่ามันไม่มีเนื้อไม่มีหนังแล้วแต่สนามมันแย่แล้วทีนี้ขนาดเรายังมีเนื้อมีหนังบ้างขนาดนั้นยังจะขนาดไหนก็ลองดูกันลูกลอยคล้ายกันแต่ว่ายังไม่แรงเท่าสมัยนั้นมันแรงจริงๆเอออันนี้พอมาถามก็อย่างว่าขนาดเรายังบอกไม่ใช่ครับผมว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกถ้าเขามาถามเราก็จะบอกว่ามันเป็นอย่างนั้นหรอกแน่ๆคือสิมาก็บอกท่านผู้มีอายุทั้งหลายพวกท่านรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนี้ย่อมได้ยินเสียง 2 ชนิด เปิดเสียงที่เป็นเสียงมนุษย์ทั้งที่อยู่ไกลและใกล้ด้วยทิพย์พระสูตรธาตุอันบริสุทธิ์ร่วมสอดของมนุษย์บ้างหรือหน่อก็เหมือนกันจะต้องมาถามด้วยความหมายว่าถ้างั้นท่านก็ได้ยินเสียงทิพย์สิถ้าอ่านหนังสือสุดยอดปาฏิหาริย์เข้าใจแล้วจะเข้าใจเข้าใจถ้างั้นก็มาถามว่าจะมาเอางี้ถ้างั้นก็ได้ยินเสียงที่คนธรรมดาไม่ได้ยินสิเขาจะหมายมีสัญญากำหนดหมายไปเลยว่าเป็นหมาเอาอย่างนั้นไม่ได้มาเอาอย่างที่เราเอามาให้หรอกเขาไม่ได้มาอย่างที่เรามาอย่างที่เราอธิบายเขาไม่ได้มาอย่างนี้หรอกเขาจะมาอย่างที่เขามาได้ยินเสียงประหลาดประหลาดที่ผมว่าถ้าใครได้ยินเสียงที่เหมือนมิเตอร์คอยรับฟังเสียงไอ้เสียงขึ้นความถี่ที่มันหูคนรับไม่ได้มันก็เก่งเท่าหูหมามันก็ไม่เก่งเท่าไรมันก็เท่านั้นเอง ไอ้อย่างนี้มันก็ไม่ประหลาดอะไรนักหนาเพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าปฏิบัติบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วก็จะได้สามารถแค่นี้นะไม่เข้าท่าเท่าไหร่หรอกไม่เหมือนกันพิษสุนัขนี่ก็เข้าใจแล้วก็ตอบว่าหาเป็นอย่างนั้นไม่ทันมีอายุบอกว่าใช่แล้วไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้หรอกไม่ได้เป็นอย่างนี้หรอกตัวสีมาก็ถามต่อไปอีกซัก 2 ข้อแล้วพระอรหันต์อะไรไม่ค่อยมีอะไรเลยแม้ว่ามีอุตริมนุษยธรรมมีความเก่งอะไรยังไม่เห็นเข้าท่าเลยศาลก็ไปอีกดูก็ได้ท่านผู้มีอายุทั้งหลายพวกท่านรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนี้ย่อมกำหนดรู้ใจของสัตว์อื่นของบุคคลอื่นได้ด้วยใจคือจิตมีราคะก็รู้ว่าจิตมีราคะหรือจิตปราศจากราคะก็รู้ว่าจิตปราศจากราคะจิตมีโทสะก็รู้ว่าจิตมีโทรศัพท์หรือจิตปราศจากโทรศัพท์ก็รู้ ปราศจากโทสะจิตมีโมหะก็รู้ว่าจิตมีโมหะหรือจิตปราศจากโมหะก็รู้ว่าจิตปราศจากโมหะจิตหดหู่ก็รู้ว่าจิตหดหู่หรือจิตฟุ้งซ่านก็รู้ว่าจิตฟุ้งซ่านจิตเป็นมหากษัตริย์ก็รู้ว่าจิตเป็นมหาทักษาหรือจิตไม่เป็นมหากษัตริย์ก็รู้ว่าจิตไม่เป็นมหากะจิตมีจิตอื่นยิ่งกว่าก็รู้ว่าจิตมีจิตอื่นยิ่งกว่าหรือจิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่าก็รู้ว่าจิตไม่มีที่อื่นยิ่งกว่าจิตเป็นสมาธิก็รู้ว่าจิตเป็นสมาธิหรือจิตไม่เป็นสมาธิก็รู้ว่าจิตไม่เป็นสมาธิจิตหลุดพ้นก็รู้ว่าจุดสุดท้ายก็รู้ว่าจิตไม่หลุดพ้นบ้างหรือหน่ออันนี้รอบใหญ่โตปริญญามาหมดเลยแท้ที่จริงถ้าพูดอย่างนี้แล้วพูดถูกแต่คือผู้ที่มีใจตัวบริหารก็จะรู้จิตอย่างนี้แหละหลวง จิตเป็นไอ้พวกนี้พวกนี้ทั้งหมดมันจนกระทั่งถึงวิมุติอ่าววิมุติถ้าเกิดว่าพูดอย่างนี้ก็หมายถึงแต่พระอรหันต์เหล่านั้นท่านรู้ว่าสูติบัตรไม่ได้หมายความว่าเฮียโตปริยายไม่ได้หมายความว่าเจโตปริญญาโชติมานี้จะต้องหมายไปถึงบอกว่าหนักใจหนักใจทายใจเลยใครจะคิดยังไงใครจะนึกยังไงรู้ตัดใจแต่ตอนนี้กำลังนึกอยู่นึกอย่างงั้นอย่างงี้คราวนี้กำลังนึกอย่างนี้ไปหมดเลยที่พระภิกษุทั้งหลายแหล่ตรงที่ว่าสัญญาไปอย่างหนึ่งรูปนั้นเป็นอย่างหนึ่งแต่สัญญาอีกอย่างหนึ่งตำรวจเป็นตัวคนละอย่างสัญญากับลูกคนละอย่างกำหนดไม่เหมือนกันหรอก ไม่ตรงกันไม่ใช่เป็นสัญญาอันเดียวกันเป็นผู้คนเดียวกันหรอกรูปที่หมายแล้วอย่างนี้แต่สัญญาหมาอีกอย่างหนึ่งกำหนดหมายไปอีกอย่างหนึ่งถ้าพี่สุจึงบอกหาเป็นอย่างนั้นไม่ท่านผู้มีอายุแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิดว่าจะยิ่งงงเข้าไปจ่ายให้พระอริยะมันเป็นยังไงกันพระอรหันต์ต่างๆแล้วก็บอกว่าใช่บอกว่าทหารจะค้นใช่ด้วยอดทนทีเดียวแหละถ้าต่อไปก็บอกว่าสุดหิมะก็ถามต่อไปดูกันนะท่านผู้มีอายุทั้งหลายพวกท่านรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนี้ย่อมระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมากคือได้ตั้งแต่ชาติหนึ่งบ้างสองชาติบ้าง 3 ชาติบ้าง 4 ชาติบ้าง 5 ชาติบ้าง 10 ชาติบ้าง 20 ชาติบ้าง 30 ชาติบ้าง 40 ชาติบาง 50 ชาติบ้าง 100 ชาติบ้าง บักแสนชาติเป็นอันมากบังตลอดวิวัฒนาการเป็นอันมากบ้างในภพโน้นเรามีชื่ออย่างนั้นมีโทษอย่างนั้นมีผิวพรรณอย่างนั้นมีอาหารอย่างนั้นเสวยสุขและทุกข์อย่างนั้นมีกำหนดอายุเพียงเท่านั้นครั้นจุติจากภพนั้นแล้วได้มาเกิดในภพนี้ย่อมระลึกถึงชาติก่อนได้เป็นอันมากพร้อมทั้งอาการพร้อมทั้งอุเทศด้วยประการฉะนี้บ้างหรือหนอจะถามว่าได้บุพเพนิวาสานุสติญาณระลึกชาติอย่างนู้นอย่างนี้เล่าให้ฟังแต่สิ่งนั้นก็หมายมันอย่างเดียวนี้แหละไม้บางคนเดี๋ยวนี้สมองระลึกชาติแล้วก็เอาแล้วไปเลยทีเดียวหลังจากชาติครั้งนี้ไปแล้วลึกไปนู่นนี่ 2 ชาติ 3 ชาติ 4 ชาติหน้าชาติเป็นลิเกละครถูกไปทีเดียวผ่านโน้นเกิดเป็นพระ สวนถาดนี้เกิดเป็นพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าหลวงฉาดนั้นเกิดเป็นเศรษฐีชาตินี้เกิดเป็นลิงเป็นค่าอะไรก็ตามแต่หลอกกันน้ำแข็งอย่างนั้นแน่นอนคือกันว่าคิดอย่างนี้แน่นอนพระพิฆเนศเหล่านี้ท่านเข้าใจเหมือนกันแต่เดี๋ยวนี้ความหมายจะเป็นอย่างนี้หมดแล้วเดี๋ยวนี้ก็เหมือนกับสมัยนี้ถ้าไปพูดอย่างนี้แล้วก็มาอย่างนี้ไม่ถามใครก็ได้รับรองเขาจะเอาอย่างนี้เลยน้อยสำนักๆพาไปถามสำนักงานพระพุทธทาสก็เออเดี๋ยวค่อยยังชั่วหน่อยมันก็ไม่หมายเอาอย่างนี้นะแต่ถ้าไปถามสำนักเหล่านั้นแล้วก็ผมว่าร้อยทั้งร้อยนะผมว่าร้อยทั้งร้อยเขาจะมาอย่างนี้ทั้งนั้นแหละเขาจะไม่มาอย่างที่เราหมายเขายังกำหนดอย่างที่เรากำหนดเขาจะไม่เข้าใจอย่างที่เราเข้าใจ เขาบอกแล้วว่าสมัยโน้นเหมือนกันมันผ่านไปจนเขาจะเขียนหมดแล้วมันก็เดี๋ยวนี้กำลังเพี้ยนไปถ้าผมไม่มาเกิดนี่ปล่อยไปอีกสักหน่อยก็เหมือนกันหรือผมเกิดก็ตามอีกไม่ช้าไม่นานก็จะเปลี่ยนต่อไปก็หันกลับอีกไม่มีอะไรดึงอยู่ไม่มีอะไรกันอยู่เรามาหว่านลงไปสำหรับผู้มีปัญญารับเท่านั้นเองแล้วเมื่อวานลงไปเท่านั้นเองแล้วก็จะได้ผู้มีปัญญามาจำนวนหนึ่งไม่มีอะไรดึงอยู่มันจะเป็นอย่างนี้จะเป็นอย่างนี้ในอนาคตก็เป็นเป็นอย่างนี้หรือไม่อยู่หรอกแต่ก็ได้ช่วงนี้เท่านั้นแหละที่สุดทั้งหลายท่านพระอรหันต์ทั้งหลายท่านก็รู้แล้วก็ตอบว่าหาเป็นอย่างนั้นไม่ท่านผู้มีอายุท่านก็ตอบสนองอีกว่าไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหมายหรอก ต่อไปอีกโชติมากกว่าดูก็แล้วแต่ผมมีอายุทั้งหลายพวกท่านรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนี้ย่อมเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติกำลังอุบัติเลวประณีตมีผิวพรรณดีมีผิวพรรณทรามได้ดีตกยากด้วยคริสตจักร 6 ด้วยที่ไปจับสุขอันบริสุทธิ์ร่วงจากสวดมนต์ของมนุษย์ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมว่าท่านผู้เจริญทั้งหลายสัตว์เหล่านี้ประกอบด้วยกายทุจริตวจีทุจริตมโนทุจริตเซียนพระอริยเจ้าเป็นมิจฉาทิฐิยึดถือการกระทำด้วยอำนาจมิจฉาทิฏฐิเมื่อตายไปก็เข้าถึงอบายทุคติวินิบาตนรกท่านผู้เจริญทั้งหลายส่วนสัตว์เหล่านั้นประกอบด้วยกายสุจริตวจีสุจริตมโนสุจริตไม่ติเตียนพระอริยเจ้าเป็นสัมมาทิฏฐิยึดถือการกระทำด้วยอำนาจสมาธิ ไม่ตายไปก็เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ย่อมเห็นหมู่สัตว์กูกำลังจุติกำลังอุบัติแล้วประณีตมีผิวพรรณดีมีผิวพรรณทรามได้ดีตกยากด้วยทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมด้วยประการฉะนี้บ้างหรือหนอเหมือนกันแหละถ้าจะบอกว่าศัตรูก็อาจจะไปนึกถึงคนที่เกิดอย่างนี้ก็ให้มันไม่นึกถึงคนเกิดคนอื่นรู้ความเกิดดับของสัตว์ต่างๆต้นไม้อย่างนี้อีกเหมือนกันบอกหาเป็นอย่างนั้นไม่ท่านผู้มีอายุฟังนะบอกว่าท่านบอกว่าท่านเป็นพระอรหันต์ก็คิดเหลือเกินถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วก็ อภิญญาแกว่าอะไรใครมากหรืออุปชาผมนี่ที่พึ่งสิ้นบุญไปเนี่ยไม่นานทำไมเหาะให้ดูถ้าไม่เชื่อไม่ต้องเอามากเอาใครหรอกนี่ไม่ใช่มาว่าลับหลังที่ตายไปแล้วพยานรับมาจากปากท่านกัลยาโนผู้หลานรับมาแท้ๆจากอุปทานนี่แหละเพราะว่าหลานจะเกิดไปบอกอุปชาบอกว่าผมนี่เป็นพระอริยะอย่างนั้นอย่างนี้เออเสร็จแล้วเสียงกันไปกันมาข้าไม่เชื่อถ้าไม่เคาะมาให้ดูเดี๋ยวนี้ข้าไม่เชื่อเพราะบางทีข้าจะกลับก็เป็นชาววังไม่ต้องเอาอื่นเอาไกลหรอกงานหลวงอานี่แหละเพราะป้ายค่าดูก็จะกลับเดี๋ยวนี้ถึงจะ ถ้าไม่เชื่อไม่งั้นไม่เป็นพระอริยะพระอรหันต์อะไรไม่ได้พระอริยะก็หาต้องออกให้ดูถึงจะเป็นพระอรหันต์ยืนยันจากนั้นนี่ยังไม่ถึงสิ้นซากของศาสนาพุทธรอมันก็เป็นอย่างนี้แล้วก็เข้าใจอย่างนี้ขนาดนี้แล้วถ้าถึงขนาดที่พระพุทธเจ้าจะมาอุบัติและแน่นอนมันก็จะกลับหมดแล้วเขาก็มาถามว่าจะมาถามอย่างนี้แล้วจะมาเป็นอย่างนี้นี่ขนาดถามไปแล้วต้องถึง 5 อย่างแล้วอภิญญาต่างๆบอกว่าไม่ใช่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นไม่ได้เป็นอย่างนั้นไม่ได้อย่างนั้นมันเจริญก้าวหน้าบุพเพสันนิวาส 30 กันยายนสุดท้าย ประติมากรรมผู้มีอายุทั้งหลายพวกท่านรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนี้ย่อมถูกต้องหารูปวิโมกข์อันสงบก้าวล่วงลูกพี่โมกทั้งหลายได้กายบ้างหรือหนอสุดท้ายก็ถามเข้าไปอีกตอนนั้นก็ต้องได้วิมุติๆดับสนิทภาษาของเขาในนี้ซึ่งก็เหมือนกันเดี๋ยวนี้นึกว่าการได้รับนิโรธนิโรธจะเป็นสภาพแบบที่เขาเข้าใจเดี๋ยวนี้เขาก็เข้าใจวันนี้รอดอย่างที่เขาก็จ่ายกันไม่ใช่อย่างที่ผมอธิบายนะนี่เราก็จะต้องนิโรธหลับตาหรือวันนี้ก็เป็นยังไงก็ไม่รู้คือเขากะเก่งกันอยู่ตามสัญญาตามที่เขากำหนดไว้วันนี้ผมก็จะไม่ต้องเป็นอย่างนั้นคราวนี้เราก็ต้องไม่มีอะไรเลยนิดนึงไม่มีเป็นท่อนไม้เป็นอะไรก็ มันไม่รู้จะเป็นยังไงคนอย่างนั้นน่ะเขาเองเขาก็กำหนดไม่ถูกเหมือนกันแต่ว่าถ้าเป็นคนธรรมดานี่ไม่ได้ถ้าเป็นคนธรรมดายังพูดจาอยู่ต่างๆนานายังยิ้มแย้มอยู่ยังเป็นไปอย่างนี้ไม่ได้แล้วยิ่งพูดแรงๆอยู่อย่างนี้ด้วยไม่ได้เป็นเพราะอะไรไม่ได้หรอกศาลต้องคือจะขยับอะไรน่ะจากนิดนึงเวลากับมันได้หรอกเป็นโทรศัพท์เราพระอะไรหมดซึ่งก็ขายไม่ออกแล้วจะเป็นสภาพอย่างไรเขาก็เดาไม่ออกบอกไม่ถูกเหมือนกันลูกๆของเขาก็กะอย่างที่เขาเป็นเดี๋ยวนี้แหละเพราะเดี๋ยวนี้ไปถามว่าอย่างนั้นก็อาจจะเป็นยังไงก็ได้อันนี้ด้วยจะมาบัตรรับอะไรก็ได้ไม่มีก็จะพูดเป็นภาษาอังกฤษแต่เขาก็ไม่รู้ว่าไอ้ที่นี่ก็ยังไม่มีเอาไม้เอาขนาดไหนอย่างไรและเป็นสภาพอย่างไร จากขี้เหร่จังๆอยากฟังอยากรู้เป็นอะไรเป็นระดับไหนไม่รู้ว่าคนพวกนั้นมาถามเขาจะมีสัญญากำหนดหมายแบบนี้เขาถามเราเราก็ต้องถามถ้าไม่ถามแล้วไม่ตอบเลยว่าไม่เป็นอย่างนั้นเราก็จะต้องย้อนถามว่าไม้เอายังไงเราอธิบายไปเขาก็จะอธิบายของเขาด้วยถ้าเข้ามาเอาอย่างนั้นแล้วก็ไม่ใช่เราจะต้องบอกอย่างนี้จริงๆเราจะต้องบอกต่อเขาไปเลยว่าถ้าเอายาที่ท่านหมายนี่นะไม่ใช่หรอกวิโรจน์จะมาบอกเจ้าไม่ใช่เราหรือนี้อากาศของพระพุทธเจ้าไม่ใช่หรอกหรืออาจสามารถขยายของท่านอันสุดท้ายอันที่ 6 อาจจะพยายามของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างที่คุณคิดไม่ใช่หรอได้ลูกพี่บอกด้วยกาย นั่งหลับแข็งไปหรือดับไม่รู้เรื่องไม่มีอะไรไม่ใช่นี่พระอรหันต์ทั้งหลายท่านก็ตอบเหมือนกันหาเป็นอย่างนั้นไม่ทันผมมีอายุคนก็หมดท่าแล้วสิตอนนี้ทุกคนไม่เข้าใจนะเราคิดดูสภาพจิตใจเขานะบอกมาถามหมดเลยอภิญญาหรือว่าอุตรดิตถ์ธรรมทั้งหมดมาถามแล้วบอกอะไรมันจะตั้งถึงอันสุดท้ายอาจจะมาขยายงานแล้วก็ถามว่าเป็นอย่างนี้หรือเปล่าเพราะอะไรก็บอกหาเป็นอย่างนั้นไม่ท่านผู้มีอายุคนก็ปกติตายแล้วอ้าวแล้วเป็นพระอรหันต์ยังไงถึงจะกินยาที่ 6 แล้วก็ไม่มันก็ไม่รู้เรื่องอะไรกันสนิมมากก็บอกดูกระทะท่านผู้มีอายุทั้งหลายคำตอบ ดูก็แล้วท่านผู้มีอายุทั้งหลายคำตอบนี้และการไม่เข้าถึงธรรมเหล่านี้ถือว่าท่านมองพระอรหันต์ตอบหมดเลยว่าไม่ๆๆทั้งหมดเลยบุตรมนุษย์การตั้ง 6 อย่างก็บอกไม่ 6 นี่ไงเล่าสุดท้ายเอารูปพี่โมทย์ถูกต้องเอารูปอันสงบกล้าโลกมีหมดทั้งหลายนี่แหละอาสวะอันสุดท้ายก่อนเรียงมาลำดับธรรมดาเราใช้อันนี้แทนก็เหมือนกันแต่ทีนี้พระอริยะทั้งหลายแหล่ท่านกำหนด นี่มาถึงเลยอันที่ 6 หลังจากจุดๆๆแล้วที่บุพเพสันนิวาสอันนี้ก็อันสุดท้ายไม้เอาความสงบสำนักคือมันเป็นไปหมดแล้วนึกว่าเป็นความแล้วก็เป็นนิโรธสมาบัติเป็นอะไรก็ได้ไปถามลูกๆลักษณะอย่างนี้คือแท้จริงก็หมายความว่าพยายามคือถ้าไม้เอาในรูปที่เขาหมายตามตัวชี้เป้าหมายพระอรหันต์ทั้งหลายก็บอกไม่ใช่ไม่ใช่เราอย่างที่หมายฉันจะบอกว่าหาเป็นเช่นนั้นไม่ได้รูปลอยเนี่ยมาหมดเลยถามตั้งแต่ต้นมาเลยแต่เจ้าของเงินไปฝากมาได้แต่อีกวิธีและก็ได้ยินเสียงสองเสียงสดคลิปแล้วก็ไลน์มานี้ว่าฉันสัญญาก่อน ความเกิดความดับเร็วบ้างสักนิดบ้างจนกระทั่งอันสุดท้ายที่ 6 นี้ก็บอกว่าถูกต้องมีอารมณ์ดีมากอาจจะบอกหรือก้าวล่วงหมดทั้งหลายอันสุดท้ายคือมันพูดก็จนกระทั่งเลอะไปจนกระทั่งอันสุดท้ายก็มาเอาอย่างนี้แต่อันสุดท้ายเป็นอาจจะมาพยายามหรือเป็นนิโรธสุดท้ายข้อสุดท้ายพอถามถึงข้อสุดท้ายแล้วเธอจะมาก็หมดดูไปแล้วไม่รู้จะถามอะไรแล้วนี่ก็บอกว่าได้พระอรหันต์จนกระทั่งสุดท้ายถึงอาสวะสุดท้ายหรือว่าไอ้สิ่งสุดท้ายที่ว่ายอดเยี่ยมแล้วนะครับก็บอกว่าหาเป็นอย่างนั้นไม่สุจริตมาก็บอกดูก็แล้วแต่ผัวมีอายุ คำตอบนี้และการไม่เข้าถึงธรรมเหล่านี้มีอยู่ในเรื่องนี้ในบัดนี้อาวุโสเรื่องนี้เป็นอย่างไรกันแน่ภาษาสำนวนเขาก็ไม่รู้จะแปลยังไงเขาก็บอกว่าให้แล้วมันอะไรกันยังไงกันเนี่ยยังไงกันสุติมาก็นั่งลงเสร็จแล้วยังไงจะอะไรอะไรก็ไม่ได้อะไรสักอย่างหนึ่งถามอะไรก็บอกว่าไม่ๆๆเป็นอย่างนั้นไม่เป็นอย่างนั้นแล้วยังไงกันน่ะถ้างั้นพระอรหันต์ทั้งหลายก็บอกว่าถ้าจุดสีม้าผมทั้งหลายหลุดพ้นได้เป็นปัญญาไม่ใช่อย่างที่ท่านหมายมีหรอกทั้งหมดที่ไม่ใช่ผมหลุดพ้นได้ด้วยปัญญา เกิดปัญญารู้เห็นแจ้งถึงที่สุดเพราะอนาคตก็บอกผมไม่เข้าใจเนื้อความแห่งธรรมที่ท่านทั้งหลายกล่าวโดยย่อโดยพิสดารได้เพราะผมงงหมดแล้วท่านเอาแต่ตอบสั้นๆสั้นๆผมเข้าใจอย่างพิสดารหรือว่าอย่างละเอียดไม่ได้และคำกล่าวที่ท่านว่านี่ขอท่านทั้งหลายจงกล่าวแก่ผมเท่าที่ผมจะฝึกเข้าใจเนื้อความเป็นธรรมที่ท่านทั้งหลายกล่าวโดยย่อโดยพิสดารเธออธิบายหน่อยเถอะมาทำงานเราย่อๆนี้ต้องการจะขยายคำย่อนี้โดยพิสดารหน่อยเถอะให้ผมได้เข้าใจหน่อยเถอะผมไม่รู้เรื่องแล้วท่านพูดนี่ผมงงหมดแล้วไม่รู้เรื่องแล้วหมายความว่าไง ภิกษุทั้งหลายในก็บอกว่าท่านจุติมาท่านจะพึ่งจะพึ่งเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตามแต่ผมทั้งหลายก็หลุดพ้นได้โดยปัญญาบ้างก็บอกว่าไม่รู้ถ้าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ไม่รู้จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตามผมก็หลุดพ้นนะเดี๋ยวปัญญาคือพระอรหันต์เหล่านี้เนี่ยเป็นพระอรหันต์ธรรมดาทหารใหม่อธิบายไม่ไหวเหตุการณ์หน้าหลักฐานด้วยปฏิเสธด้วยปฏิเสธไปในตัวด้วยการนั่งหลับตาเลยทีนี้ท่านก็ไม่มีภาษาที่จะพูดมากแล้วทีนี้เธอก็ไม่อยากจะอวดดีเพราะว่าในขณะนี้พระพุทธเจ้ายังอยู่นะคือพวกนี้แต่ก็เรียนซะยกไปให้พระพุทธเจ้าก็ถามอะไรไม่ถามถาม มันน่าสนุกอยู่หรือล่ะที่ท่านทั้งหลายแหล่ที่จะมาแสดงภูมิเล่นๆใช่ป่ะแต่ท่านก็บอกได้แต่เพียงว่าท่านทำได้แต่แค่ว่าถ้าเป็นพระอรหันต์เราบรรลุอรหัตผลท่านก็อดอุษามณีมนุษย์ทำได้แต่แค่นี้ก็จะให้อธิบายมากอธิบายผลของมันทั้งหมดคือสิมามาถามไม่รู้คุณจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตามเราหลุดพ้นได้ด้วยปัญญาเราก็หลุดพ้นแล้วก็แล้วกันแต่ต่างกันระหว่างนี้ถ้าสูตรสูตรนี้ที่เอาขึ้นมาเปล่าที่ขึ้นเอาขึ้นมาพูดกันเนี่ยนักแสดงให้เห็นว่าการกล่าวอิตาลีมนุษย์บอกว่าเราเป็นพระอรห

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน