190316 อุปกิเลส-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์224 KB
วันที่แก้ไข1 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เช้าวันที่ 16 มีนาคม 2519 พ่อท่านพักโพลีรักได้อบรมธรรมแก่ผู้ที่มาพำนักนะธรรมสถานแดนอโศกนครปฐมข่าววันนี้อยากจะขอพูดถึงอุปกิเลสให้ละเอียดชัดๆลงไปอีกเพราะว่าจิตของเราพวกเราเนี่ยขณะนี้เนี่ยมันกำลังมีตัวละเอียดและมันกำลังมีตัวไม่ละเอียดเพราะมันละเอียด ถึงไม่ละเอียดเพราะเรานี่ไม่ละเอียดเราจึงไปละเอียดฟังภาษาดูดีๆโดยเฉพาะผู้หญิงเป็นตัวละเอียดเป็นตัวน้อยผู้ชายเป็นตัวใหญ่ผู้ชายเป็นตัวก้อนเป็นตัวหลักผู้หญิงเป็นตัวฝอยผู้หญิงยิ่งฝอยก็ยิ่งฝอยยิ่งละเอียดมันก็เลยยิ่งแหลกฟังภาษาดีๆมันยิ่งละเอียดมันก็เลยยิ่งแหลกเพราะฉะนั้นความเละมันและยิ่งกว่าความกว้างขณะนี้เราเข้ามาหาในตอนละเอียดแล้ว ทุกขณะนี้ทุกของพระเบาบางแต่ทุกข์ของผู้หญิงจะหนักขึ้นเพราะว่ามันมันถึงขั้นละเอียดขึ้นมาทีนี้ผู้หญิงนี่ละเอียดแต่ไม่จับไม่เกาะเกาะยากจับยากตัดสินยากไม่มั่นคงไม่แน่นอนไม่เด็ดเดี่ยวลักษณะของผู้ชายเนี่ยมั่นคงเด็ดเดี่ยวเป็นตัวเป็นตนสภาพของผู้หญิงนี่เป็นสภาพของความฟุ้งซ่านหรือความเป็นปัญญาสภาพของพระเป็นสภาพเป็นสภาพของผู้ชายเป็นสภาพของเจโตเป็นสภาพของ ความหยั่งลงความตั้งลงความเป็นก้อนถ้าแยกเป็นโคตรแล้วก็พระเป็นกัสสปะโคตรผู้หญิงเป็นโกนธัญญะโคตรพระเป็นหน่วยเจโตตัวหลักผู้หญิงเป็นหน่วยเป็นยาไว้แบบเก่งระแวงระแวงคิดเล็กคิดน้อยจุกจิกจู้จี้จมอยู่แหยมพวกนี้เป็นเรื่องเป็นเรื่องของตัวปัญญาเนี่ยเป็นตัวขี้ออกเป็นตัวขยายให้เป็นตัวจุ๊บๆๆอยู่นั่นแหละนั่นแหละคือคุณสมบัติของ วิธีเพศส่วนบุรุษเพศนั้นเป็นลักษณะแน่นลักษณะไม่จู้จี้จุกจิกไม่วนไปวนมาเด็ดขาดลงตัวให้เป็นตัวแล้วที่ตัวเกิดแล้วแล้วก็เป็นแล้วเราไม่ค่อยวนไม่ค่อยจุกจิกจู้จี้ไม่ค่อยหยุมหยิมให้ไปลักษณะผู้ชายโดยเฉพาะเรื่องหยุมหยิมเลยเข้าใจแล้วกันแล้วตั้งหลักลงมันชัดเจนตัดสินเด็ดเดี่ยวเฉียบ

อ่านต่อ

ขาดก็เป็นแล้วไปแล้วก็ไม่ต้องวุ่นวายอะไรอีกจึงเลิกบ่นเลิก ตายก่อนตายเป็นก็เป็นเลิกกันก็เป็นแล้วไปไม่เป็นลักษณะของผู้ชายหรือลักษณะของบุรุษเพศจะย้อนให้ฟังตั้งแต่อุปกิเลสเริ่มต้นตั้งแต่ดูปลานางอตินิสัยต่างๆไม่ได้เริ่มต้นที่รู้ไม่ได้เริ่มต้นที่มัดสีกันนะเริ่มต้นที่รู้การปฏิสนธิต่างๆเริ่มต้นมาตั้งแต่โน้นสิ่งที่ถูกรู้แต่ว่าลูกชายที่ตัดปะหมายความว่า ที่เราได้แล้วเราได้ทำไว้ดีแล้วอาทิตย์นี้ฉายแยก 32 แล้วอะติก็ยิ่งวิชาญนั้นเองหรือนิยายที่ได้เผาแล้วโดยยิ่งมีฉายาที่ได้เพ่งแล้วรู้แล้วโดยยิ่งผู้ชายยักษ์แปลว่าทบทวนแล้วด้วยซ้ำลงไปทีไรก็แปลคำว่านั้นเพราะไอ้นี่เกิดเป็นสิ่งนี้และอีกทีนึงซ้ำลงไปย้ำลงไปในวันนั้น เกย์คืนนี้แดชคืออันนั้นอันนั้นแหละอันที่เกิดแล้วนั่นแหละถึงเดอะเนี่ยถ้าไม่มี a The ไม่มีถ้าไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นก่อนไม่ว่าจะเล็กจะน้อยไม่ว่าจะตราบใดยังไม่มีอันนี้จะไม่มีอิสระเกิดขึ้นจะไม่มีสิ่งนั้นเกิดขึ้นจะไม่มีอย่างที่ยกไว้นั้นอยากยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างหรือว่าย้อนขึ้นมาอีกได้สิ่งที่ย้ำลงไปย้อนลงไปสิ่งที่ว่านั้นและนั้นต้องทวนหนึ่งเดียวครั้งเดียวแล้วเป็นไปเลยอันนี้เราไม่ถือว่าเป็นของที่พิสูจน์แล้วก่อนที่จะพิสูจน์ได้ตรงนี้และนี่ แล้วอีสัตว์เพราะสิ่งที่ได้เผาแล้วเผาแล้วหรือเผาแล้วย้ำลงไปอีกทีนึงอันนี้แหละเรียกว่าอัตตาที่เราได้ทำเป็นอรหัตผลถ้ามันยังไม่ถึงขั้นหักรหัสกับผลยังไม่ถึงขั้นดีเยี่ยมก็แล้วแต่มันจะสูงขึ้นขนาดใดก็ตามแต่เป็นอิสระสูงขึ้นมาตามขั้นตอนเพราะสิ่งใดรูปใดหรือสิ่งใดที่เราได้กระทำลงไปแล้วสิ่งนั้นเป็นอัตราหรือเป็นตัวนั้นหรือเป็นอันนั้นเป็นสิ่งนั้นเป็นเรื่องนั้นเป็นอารมณ์นั้นเป็นจุดนั้นเราได้ทำแล้วขึ้นมาแล้วโดยการเพ่งรู้เพียรรู้โดยการเผาโดยการล้างโดยการทำลายส่วนที่ไม่ดีออกไปณิชาได้ทำสิ่งนั้นไปโดยยิ่งแล้ว คติยิ่งเลิศยอดสูงประเสริฐอะไรก็ตามแต่หมายความว่าไปส่วนเชิงดีเราได้ทำแล้วเป็นอัตตะลงตัวอัตตะนี่หมายความว่าลงตัวอัตตามาลงตัวแล้วตอนนี้จะเข้าใจว่าอัตราคือตัวตนหยาบๆนะหมายความว่าทำสิ่งนี้ได้ลงตัวเป็นตัวลงอันนั้นแล้วมันต้องมีสิ่งที่รองรับให้เรารู้ในขณะที่เป็นคนเป็นคนเนี่ยจะเป็นผู้ประเสริฐเป็นพระอริยเจ้าหรือเป็นพุทธเจ้าก็ตามต้องมีสิ่งหนึ่งที่ให้เรารู้สิ่งรู้นั้นเรียกว่าจิตจิตนั้นเป็นทาสถ้าธาตุจิตนั้นเป็นทาสที่รู้สิ่งที่ดีถูกต้องแล้วลงตัวแล้ว อธิปัญญาหรือความรู้หรือญาณทัศนะเป็นยอดรู้เป็นยอดจิตไม่มีกิเลสเรารู้ความไม่มีกิเลสในสิ่งที่ถูกรู้นั้นถ้าเป็นแค่วัตถุเราก็แล้วไปทีนี้มันมาขั้นขนาดเราขนาดเราพูดขณะนี้เราพูดถึงจิตจิตจิตจิตของเราที่เรายึดจิตนั้นเป็นรูปกระจิตณขณะนี้รูปดูปลานางอันนี้ไม่ใช่อื่นนะจิตของเราจิตของเราถ้ามันจะเกี่ยวข้องกับวัตถุอยู่ก็รู้จิตของเราถ้ามันจะเกี่ยวข้องกับอารมณ์อยู่ก็ให้รู้ว่าเราไม่มีอารมณ์ชั่วแล้วเราไม่มีสิ่งที่จะต้องไปวุ่นวายอะไรกับวัตถุที่แล้วรู้แล้วคนเขาอยู่ก็อยู่ไปแต่เราไม่อยู่เราก็ไม่อยู่หรือเราจะยุ่ง เขาก็จะไม่ยุ่งก็ช่างเขาเราจะอยู่กับวัตถุนี้ล่ะเราจะทำกับวัตถุนี้ล่ะเราตัดสินได้แล้วว่ามันเหมาะมันควรมันดีที่จะต้องสร้างต้องก่อต้องจำโรงขึ้นแล้วก็ตัดสินแล้วเราก็ทำคนอื่นเขาจะมองไม่ดีเขาจะว่าไม่ถูกต้องยังไงก็ไม่เป็นไรถ้าเราได้พิจารณาแล้วไม่มีความลำเอียงไม่มีอคติ 4 ไม่ได้ทำเพื่อตัวเพื่อตนอะไรและสิ่งเหล่านี้ก็เหมาะสมในการละเลยว่าควรทำเป็นสิ่งที่เป็นเศรษฐกิจที่ควรมีควรเป็นไม่ใช่ความเสื่อมโทรมไม่ใช่สิ่งเลวร้ายถ้าเราจะทำแล้วก็แล้วก็เลิกกันทำไมจะเกี่ยวกับวัตถุกระเจียวหรือจะแม้แต่เกี่ยวกับอารมณ์ของเราเองถ้าอารมณ์อย่างนี้เราตัดสินแล้วว่านี่แหละนิพพานของเรา นี่แหละเป็นอารมณ์หรือเป็นจิตที่ว่างแล้วเอาคำว่าว่างมาตัดสินว่านี่เป็นอารมณ์ว่าวางปล่อยเฉยหรือแม้จะมีโสมนัสฝากตังค์ก็มีญาณสัมปยุตตามมีปัญญาเข้าร่วมรู้ด้วยอสังหาฯลงไปเมื่อใดเราก็รู้ตัวอยู่ สัมปชัญญะว่าวันนี้เป็นสวรรค์แล้วจะพึงหมายเอาอันนี้เที่ยงอารมณ์อย่างนี้เที่ยงสภาพอย่างนี้เที่ยงเราจะได้จะมีจะเป็นอย่างนี้อยู่อีกดังนี้แม้โอกาสวินาทีข้างหน้าก็ย่อมหมายเอาไม่ได้ก็ได้แต่เขาวาระนี้ปัจจุบันนี้เท่านั้นต่อไปอีกไม่แน่ไม่แน่เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้ก็อย่าเสียใจอย่ามีโทรมานัดเข้ามาแทนที่ฉันก็จะให้จิตของมันอุเบกขาสหกรรมเฉยอยู่แม้มันจะไม่ยินดีก็เฉยๆอย่าไปอย่าไปมีทุกข์เป็นอันขาดต้องอ่านจิตของตัวเองให้รู้ถึงป่านั้นและกำหนดหมายลงไปเป็นงานนักตัดสัญญาสัญญากำหนดลงไปหมายทำความหมายทำความรู้ในสิ่งที่มันไม่ค่อยมีตัวมีตนนี่แหละ เราพูดถึงความไม่มีตัวมีตนแล้วแหละมันถึงยากยากอย่างนี้มันไม่มีตัวมีตนแต่มันมีความรู้สึกมันมีความรับรู้เราน่ะเป็นผู้รับรู้เราน่ะเป็นคนรู้สึกมันรู้สึกว่าอารมณ์อย่างนี้นี่พูดถึงอารมณ์นี่มันไม่มีตัวตนแล้วเป็นธรรมารมณ์แล้วเป็นสิ่งที่ทรงไว้ซึ่งเราเรียกว่าอารมณ์เรียกว่าธรรมอารมณ์เป็นสิ่งที่ทรงไว้ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารู้อยู่ในจิตแต่ว่ามีก็มีที่เราแต่ว่าไม่มีคนอื่นไม่รู้จะมีหรือไม่มีไม่เกี่ยวจึงเรียกว่าอาพระมะยะหรือรำมันนะก็ตามก็เหมือนกันพระยังเป็นสิ่งที่เป็นสิ่งนั้นอยู่ยังเป็นสิ่งที่ปรารถนาให้มีอยู่พระมะมันที่จิตของเราอ่ะ วันที่ 7 ของเรายากหรือไม่เป็นตัวตัดใจเติมข้างหลังลงไปย้ำยืนยันลงไปเป็นคุณศัพท์ขยายขึ้นมาให้มันชัดเจนขึ้นว่าให้ชัดๆตัวเองให้มีสิ่งนี้ชัดๆเท่านั้นเองเพราะงั้นอารมณ์หรือเรามายะหรือลมเนี่ยก็คือจิตของเรามันมีบทบาทอันอื่นไม่เกี่ยวแล้วถ้าพูดถึงอารมณ์แล้วไม่คิดถึงวัตถุลักษณะอย่างไรลักษณะอย่างนั้นที่เราจะต้องทำความรู้ให้มันได้ว่าออกอาการอย่างนี้กิริยาอย่างนี้สภาวะอย่างนี้หนอเราเรียกว่าอารมณ์อย่างนี้เรียกว่าอารมณ์โสมนัสอารมณ์อย่างนี้เรียกว่าอารมณ์โทมนัสให้รู้ ให้เข้าใจให้จริงถ้าเรียกหยาบๆก็เรียกว่าสุขหรือเรียกว่าทุกข์อารมณ์อย่างนี้นี่หว่าอารมณ์สุขอารมณ์อย่างนี้เรียกว่าอารมณ์ทุกข์อารมณ์อย่างนี้เรียกว่าชอบใจถึงใจอารมณ์อย่างนี้เรียกว่าไม่ชอบใจไม่พึงใจอารมณ์อย่างนี้เรียกว่าปิยะอารมณ์อย่างนี้เรียกว่าความชอบความน่ารักอิจฉารมก็ได้ภาษามันเยอะอิจฉาลมก็น่ายินดีน่ารักขนิษฐาลงก็ไม่น่ายินดีไม่น่ารักก็ได้พิเศษที่สุดแต่เพียงอิจฉาเราปณิธานอาตมาไม่ได้ใช้ ภาษาคำว่าอิจฉาอารมณ์กับอนิจจาลงมาประกอบในการบรรยายธรรมะมากนักแต่ได้ใช้ภาษาไทยมาเสมอว่าไม่เอาชอบก็ไม่เอาไม่ชอบก็ไม่เอาหรือชอบไม่เอาชังไม่เอาใช้ภาษานี้เสมอแต่ไม่ได้เอาคำว่าอิจฉาอารมณ์มันประกอบไว้ไม่ค่อยได้เอามาประกอบไม่เอามากำกับอภิธรรมเค้าก็สอนไปที่สุดคืออิจฉาอารมณ์เหมือนกันทั้งอภิธรรมไม่ได้เอาอันนี้มาใส่กำกับเข้าไปพอเราจะต้องรู้อารมณ์ที่เป็นอิจฉาอารมณ์นี่แหละอย่างนี้เราเรียกว่ารูปเรียกว่ารูปานังเมื่อเราทำรูปใดกำหนดรูปใดเราสร้างรูปใดไว้ในใจของเราดีแล้ว โดยเฉพาะมันว่างวางจากรูพระว่างจากโทรศัพท์ว่างจากสิ่งที่เอามาให้สมใจเราเป็นอารมณ์ที่เรารับรู้เป็นอารมณ์ปรารถนาก็ปรารถนาเพื่อทำงานนี้ขึ้นมาให้มันดีขึ้นเท่านั้นเองเป็นกุศลกรรมไม่ใช่เผื่อเราถ้าจะเพื่อลาภก็ยิ่งอยากใหญ่ถ้าจะเพื่อหยุดก็อยากอยู่ถ้าเพื่อสรรเสริญก็ยังอยากถ้าเพื่อสุขหรือเพื่อโสมนัสบ้างนิดๆหน่อยๆเป็นสุขเป็นโสมนัสบ้างเล็กน้อยก็เป็นสิ่งที่บางเบากว่าเพื่อนแล้วถ้าเพื่อน กระท้อนไปสะท้อนไปนี่สืบต่อไปนี้จะไปเป็นเพื่อนให้ได้มาซึ่งลาภหรือไม่ถ้าไม่แล้วก็ก็ต้องกำหนดรู้ให้ชัดถ้าไม่เพื่อนเราและเพื่อนนี่ให้เป็นขั้นตอนว่าเราจะได้รับชั้นยศขึ้นมาได้รับใหญ่โตขึ้นมามีคนมายกให้มีคนมาย่องให้จะเป็นขั้นตอนแบบลูกโลกเป็นยอดแบบลูกโลกก็ตามหรือว่าแม้แต่แค่เออจะให้คนเขานับถือเราสนับสนุนเรายินดีด้วยเกินขอบเขตไปแรงจัดจ้านไปจนกลายเป็นสรรเสริญเยินยอหรือไม่ถ้าเกิดว่าไม่และจิตใจของเราก็ไม่ได้มี มีอารมณ์ที่มีสิ่งนี้ผสมเข้ามาเลยด้วยก็ให้รู้ว่ามันไม่มีผสมถ้าเราปฏิบัติธรรมโดยธรรมดาถ้าเราทำดีแล้วเขาจะมาสรรเสริญบอกแล้วว่าสรรเสริญมันมีโดยธรรมถ้าเราทำดีแล้วเขาจะมาสรรเสริญก็เป็นเรื่องของเขาถ้าคำว่าสรรเสริญแล้วเราดูผัดผักของอารมณ์ของจิตของเราอีกชื่นใจไหมลอยตัวมากแล้วหลงตัวหลงตนไม่รู้ว่ามีสติดีอยู่เออนี่ก็ชมเป็นสิ่งหนึ่งทาบเหรอเป็นกิเลสถ้าไม่เผลอรู้เรื่องนี้ว่าเขากำลังชมแล้วเราก็พยายามจิตของเราด้วยว่าอย่าเหลิงใจไปกับสรรเสริญนี้ผู้นั้นก็เป็นผู้ที่พึงมีสติอยู่กับตัวและมีความระมัดระวังมีความสังวร มีความสำรวมอยู่ผู้นั้นก็ได้ถือว่าเป็นผู้ที่มีรู้เป็นปัจจุบันมีสติเป็นปัจจุบันมีธรรมวิจยะเป็นปัจจุบันมีความลงตัวเป็นปัจจุบันเรียกว่ารหัสต่างประเทศความลงตัวความเป็นตัวอยู่ในปัจจุบันนั้นไม่มีตัวอื่นไม่มีอะไรเพิ่มอื่นมีความรู้รอบอยู่ในวงแวดวงขณะที่รู้นั้นแล้วก็เป็นรู้ของรู้อยู่ขณะนั้นเพราะภาษาที่อธิบายอยู่เดี๋ยวนี้คำขยายความสุขสบายอยู่ในนี้ล้วนแล้วแต่เป็นภาษาที่อธิบายสภาพของสภาพหรือภาษาเขียนอธิบายอย่างนี้เป็นภาษาที่อธิบายให้รู้ถึงสภาวะของนาฏศิลป์สัญญาคืออัตราใดๆก็ตาม นานะหรือนานาบวกอัตรานานะตะปะใดๆหรือตัวใดๆหรือสภาพใดๆหรือสิ่งใดๆก็ตามให้กำหนดให้ทำความหมายรู้ให้ทำสภาพจิตที่มันรู้ในแต่รู้ให้ชัดๆแต่สิ่งที่อาตมาหมายอยู่เดี๋ยวนี้ให้เข้าใจให้ชัดๆเรามีความรู้เรามีความระลึกได้แค่ใดก็สามารถจะยกอะไรต่ออะไรมาคิดเป็นภาพเป็นภาพพจน์เป็นสิ่งที่จะคิดยกขึ้นมาประกอบในจิตเดี๋ยวนี้ได้ส่วนใดก็คิดขึ้นมาดูเทียบเคียงไปตามไม่ได้จะอธิบายในคืนนั้นตัดสัญญาว่าคำอธิบายอย่างนี้มันแตกต่างกันอย่างนี้อย่างนี้แตกต่างกันอย่างนี้อย่างไรพอจะมากล่าวว่าสิ่งนี้เป็นความละเอียดสิ่งที่เป็นความไม่ละเอียดและเรากำลังเป็นผู้ไม่ละเอียดเรา เกลียดเรากำลังเป็นผู้ที่ละเอียดถึงไม่ละเอียดคำใดตกอย่างไรก็กำหนดลงไปเป็นสภาพไม่รู้ให้ได้ว่าพ่อไม้เอาอย่างไรขัดกันอย่างไรขัดกันอย่างนี้มาเอาอย่างนี้มันมีเหลี่ยมอย่างไรเพราะว่าเป็นภาษาพูดที่พูดถึงอรรูปแล้วเป็นสิ่งที่ไม่รู้ตัวรู้ตนไม่มีตัวไม่มีตนอัสรีแล้วแต่เราก็กำหนดหมายยกสภาวะต่างๆขึ้นมารู้ให้ได้มันเป็นรูปเป็นรูปเป็นจิตที่จริงก็ไม่ได้ยกเป็นภาพเป็นรูปขึ้นมาชัดๆอะไรหรอกแต่ว่าเป็นความรู้ที่เราเคยรู้รู้ได้อย่างละเอียดเท่าใดก็ตามภูมิแต่ละบุคคลบอกไม่ได้ของแต่ละบุคคลคนไหนจะมีได้แค่ใดยกเอาความถูกต้องหรือยกเอาความชัดเจนอันนั้นอันนั้นมาคิดอยู่ในหัวสมองของเราได้เท่าใด ก็แล้วแต่ของผู้นั้นแล้วแต่คุณแล้วแต่พื้นฐานแล้วแต่ฐานะแต่ละบุคคลที่จะเป็นได้เราคิดเอาหรือตามมีกำลังอธิบายนานนะตัดสัญญาให้กำหนดรู้ให้กำหนดรู้สภาพต่างๆเพราะฉะนั้นอะไรที่เราตัดสินแล้วดีแล้วเป็นอติชาที่ต่างๆสิ่งนั้นเรารู้ดีแล้วเป็นรูปก็จิตเป็นอารมณ์ของจิตหรือเป็นเรื่องของจิตอย่างนี้แหละเมื่อเอาคำว่าสุจิตราหรือสัญลักษณ์ภาพมาเทียบเคียงแล้ววันนี้เป็นสภาพอุเบกขาเป็นสภาพที่ไม่มีสุขไม่มีทุกข์เป็นสภาพยอดที่สุดตรงสุขไม่มีสุขไม่มีทุกข์เป็นสภาพจิตใจว่างๆเป็นแต่ถ้ารู้ที่มีแต่ถ้ารู้รสชาติน้อยที่สุดก็เป็นที่สุดถ้าจะมี คาดว่าไม่มีบางเบาน้อยที่สุดมีแนวโน้มมีจิตโน่นไปในทางที่บางเบาเพราะฉะนั้นจะมีโสมนัสประกอบนิดหน่อยก็ถือว่านึกได้แล้วว่าพ้นทุกข์เพราะงั้นมาหากุศลมหาวิทยาลัยจิตของพระอดีตชาติที่ถือว่าเป็นโสภณในจิตของพระอรหันต์นั้นจึงมีโสมนัสสหการกับอุเบกขาสหัสขันธ์ ฐานรองรับสำหรับเราแต่แม้ยินดีเราก็จะเอียงไปหาเฉยจะเห็นได้ว่าจิตมันไม่เที่ยงจริงๆถ้าไม่ระวังและเอียงไปหาติดเลยทีเดียวมันจะสั่งสมลงไปหาติดไปหาตั้งลงอย่างลงเลยทีเดียวหากคุณนั่นเอาบาลีคุณกรรณิการ์เอาบาลีมาให้อาตมาแปลอาตมาบอกก่อนนะว่าอาตมาแปลบาลีไม่เป็นอาตมาไม่ใช่นักแปลต้องให้อาตมาไปเป็นนักแปลที่จะแปลหนังสือขายนะอาตมาแปลไม่ได้จะแปลบาลีให้เป็นภาษารู้เรื่องไม่ได้อาตมาไม่มีความสามารถในเรื่องนั้นแปลบาลีให้เป็นรู้เรื่องไม่ได้ กาแฟยุ้งๆๆเล็กๆน้อยๆเป็นตัวละเอียดขยายความละเอียดอาตมาทำได้อาตมานี่บอกให้เอาภาพนี้ที่อาตมามาเกิดในความเป็นมนุษย์ในอาตมาเป็นภาพผู้หญิงเป็นภาคละเอียดไม่ใช่ภาคหลักเพื่อจะทำหลักๆใหญ่ๆอาตมาทำหลักๆใหญ่ๆให้เขาอย่างนั้นไม่ได้แปลภาษาเป็นภาษาของมันเลยเป็นตัวต่อตัวภาษาไม่ได้แต่ว่าจะแปลให้คุณได้ทุกอย่างนี้พอประมาณได้แต่เอาความในขณะนี้กำลังเข้าเรื่องยังโลเคชั่นตัณหาอุปทานรูป สาธุฟังเธอจะมาเข้าใจความเข้าใจของอาตมาเองอ่ะแล้วแต่จะให้แปลเป็นภาษาเต็มๆคำขยายความอย่างลูกโลกเขาที่จะพึ่งรู้ทั้งหมดนั้นน่ะมันจะต้องถ้าจะอย่างนั้นแล้วก็ต้องให้อาตมาดูบาลีทั้งหมดหมู่เลยมันมาจากอะไรโยงมาเรื่องอะไรแล้วก็อธิบายเรื่องอะไรแล้วก็จะเอาเรื่องนั้นมาประกอบแต่ถ้าแปลขณะนี้ก็แปลให้ฟังได้หรือว่าอธิบายให้ฟังได้กำลังเกี่ยวข้องกันอยู่คือสิ่งใดที่มันเกิดขึ้นแล้วมันจะอย่างลงถ้าเราไม่ล้างลงไปพร้อมด้วยมันจะติดมันจะตั้งลงนี่ในภาษาบาลีเรียกว่ามีสติตั้งลง ย่อมหมายเอาไว้จะเริ่มต้นหยุดขึ้นๆก่อนมีสติก็คือตัวรอบโตขึ้นตัวรอบอุปัชฌาย์มานานก็เกิดที่จิตอุบัติเหตุโตขึ้นเต็มรอบพอเริ่มเมื่อได้เริ่มตั้งลงเมื่อได้เริ่มเกิดเมื่อนั้นจะเกิดอุบัติเหตุทำไมระวังให้ดีเหตุ A3 ปัญหาถ้ามีลงนะเดี๋ยวนั้นเป็นตัณหาเป็นความที่ได้อยากให้เอาไว้เป็นความ ประสงค์เอาไว้ตัณหาอยากให้เอาไว้เมื่อใดอุปมานาอุปถัมมันก็จะเกิดเป็นอุปมานานแล้วก็จะเกิดอุบัติเหตุเป็นตัวเกิดโตขึ้นยังยังโลเกปิยะรูปังสาธุฟังโรคไตณโลกใดเรียกว่าโลกสิ่งที่จะเกิดสิ่งนี้เรียกว่าโลกขณะนี้เรากำลังหมายถึงเอาโลกที่เป็นปิยะรูปังสาธารณูปฟังหรือเราเรียกว่ารูปานังนี่ก็ได้เป็นปีละรูปใดเป็นสาระที่ยากหมายความว่าเป็นอันเป็นที่รักอันเป็นที่ชอบผ่าตัดก็เหมือนกันเป็นที่น่าพอใจ ที่น่าพอใจเป็นที่รักใคร่สาปหรือปิยะอันเป็นที่รักอันเป็นที่น่ารักอันเป็นที่น่าพอใจรูปใดสภาพที่เรารู้ถูกรู้ลงมาแล้วเรายึดถือว่าไอ้เนี่ยน่ารักๆอยากได้อยากมีอยากเป็นขึ้นมาแล้วมันจะเกิดภาวะตัณหาขึ้นมาทีเดียวมันจะเกิดอย่างลงพบมันจะเกิดอย่างลงครบเพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้เป็นอย่างนี้นี่แหละอันนี้แหละเดี๋ยวนี้แหละไอ้ตัวนี้แหละจับให้มันนะตัวนี้แหละเหตุเสียสาเกิดปัญหาเกิดจากไข้ขึ้นมาต้องรู้อารมณ์คำว่าตัณหาคืออะไรอีกต้องกำหนดหมายลงไปให้ชัดสัญญา กำหนดตัวนี้อาจตัดสัญญากำหนดตัวนี้ลงไปให้ดีแต่ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้สึกว่าอนัตตสัญญานะสิ่งนี้ก็ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนของเรานะกำหนดตัวนี้ก็คืออัตราคือตัวนี้เรากำหนดลงไปให้รู้ว่านี่สภาวะจิตเป็นตัณหาคืออย่างนี้แหละถ้ามีปัญหาขึ้นมาเมื่อใดอุปัชฌาย์นางอุบัติเหตุเกิดแล้วเมื่อเริ่มเกิดปัญหาเรื่องเกิดอุบัติเหตุก็จะเกิดเหตุเหตุผลนี่แหละณนี้อันนี้จุดนี้ยับนี่แหละตัดสินนี่แหละ ถ้าเกิดอย่างนี้แล้วถ้าเกิดว่ามีตัณหาเข้าร่วมสิ่งนี้เป็นปิยรูปบางสิ่งนี้เป็นสาธุฟังทีนี้น่ารักน่ายินดีถ้าจิตน้อมเองว่านี่น่ารักน่ายินดีขึ้นมาแล้วไม่รู้เท่าทันความน่ารักน่ายินดีนี้และแถมเป็นตัณหาอยากให้เติมเข้าไปอีกโตขึ้นไปอีกเป็นความอยากให้ขึ้นมามันเกิดความอยากไข้ขึ้นมาก็จะเกิดเมื่อเริ่มเกิดแล้วการเกิดก็ตั้งขึ้นอย่างลงเลยในครรภ์อย่างลงเลยในจิตจิตโตขึ้นมานี่มีความเกิดของวิญญาณนะไม่ใช่ความเกิดของตัวตนหยาบๆแล้วอธิบายถึงจิตเป็นอย่างนี้แล้วอย่างลงในครรภ์เลยเชียวพอขึ้นโตขึ้นและนี้แหละ แล้วก็จะดังขึ้นจะโตขึ้นนิววีสมานาจะตั้งมั่นลงย่อมมุ่งหมายและก็จะเป็นความมุ่งหมายเป็นความอยากให้เป็นความประสงค์เอาเป็นความแสวงหาฝ่ายเข้าไปในรูปลักษณะอย่างที่เราได้หลงมันเป็นสิ่งที่น่ารักเป็นสิ่งที่น่าพอใจนี่มีสติกินจะโลเกปิยะรูปังสาธุในแม่อย่างไรจึงจะน้อยหนึ่งนิดนึงอย่างใดก็ตามโลเคชั่น สิ่งที่เป็นที่น่ารักสิ่งที่เป็นที่น่ายินดีในโลกพึงรู้พึงอ่านพึงเข้าใจให้ได้อ่านให้ออกกำหนดหมายให้ได้ให้พ้นนะตัดสัญญาอย่างใดแม้ใดๆก็ให้รู้ให้ชัดละเอียดเล็กน้อยเท่าใดก็เป็นความสามารถของแต่ละบุคคลใครทำได้รู้รายละเอียดเท่าใดก็ผู้นั้นแหละสูงยอดเป็นสัพพัญญูผู้ใดรู้ได้น้อยรู้ละเอียดได้น้อยก็เป็นแค่พระผู้นั้นจะมีปัญญาเมื่อตัดรอบแล้วก็ตัดรอบของเราเราสามารถทำได้ละเอียดเท่าใดอย่าพึงละเว้นอาทิตย์นี้อีกอันนึงต่อลงมาเหตุเทสาปัญหานิ มานานิรุตติอันนี้คงเกี่ยวข้องกันคงอยู่ในการขยายความกันหรือเป็นคนละวรรคก็อันนี้เป็นสิ่งที่ตอบเป็นคำตอบของเมื่อกี้นี้เหตุเถาปัญหาภาษีญัตติเหมือนกับเมื่อกี้นี้แหละมานะปัญญาแปลว่าทำลายแปลว่าชิบหายแปลว่าสูญสิ้นเสื่อมไปย่อยยับวันนี้นะประหารนะเหมือนกัน ทำให้มันทำลายลงเพราะฉะนั้นเกิดปัญหาใดและสิ่งที่เป็นปัญหาสิ่งนั้นน่ะที่เป็นปัญหาหรือสภาวะนั้นไม่รู้จะเอาภาษาอะไรพูดแล้วนะเนี่ยอาตมาเล่นภาษาฝรั่งเขาประกอบเสร็จแล้วทั้งๆที่ไม่เก่งเลยภาษาฝรั่งแต่ไม่รู้จะเอามาสมมุติอะไรมาประกอบก็ประกอบไปด้วยอันนั้นแหละสภาวะนั้นในรูปนั่นแหละอารมณ์อย่างนั้นแหละที่ในจิตของเราที่กำหนดรู้ดีแล้วกำหนดรู้ลงไปถ้าอย่างนี้เราเรียกมันว่าปัญหาแล้วใช้ในจิตของเราคือมันโน้มเองมีดึงดูดหีปรารถนาสภาพ ถ้าไปเยี่ยมมานาเราได้ฆ่ามันประหารมันลงไปตัดที่อาตมาใช้คำว่าตัดหางมันน่ะต้องทำลายมันลงไปถ้าได้ให้มนุษย์เองไปในทางที่ไม่เอาถึงแม่รู้นี่ก็รู้แต่ว่าให้ไปสักแต่ว่านี้แล้วก็ไม่เอาเพราะหีจะมานาป้าหีติถ้าได้ทำลงไปในทางที่เรียกว่าได้เริ่มตัดแล้วมันก็จะไปยึดติดมันก็จะเริ่มไปสู่ความสูงความทำลายเหตุผลนิรุตจะมานานนิรุตตินิรุชากับอะไรก็ดับไม่รู้จะมานานนี้รู้สึกผิดเนี่ยก็แปลว่าจะเสื่อมลงดับลงสิ้นสนิทไม่รู้จะมานานก็คือพิจิตรมีลูกสติก็คือนั่นแหละยิ่งดับลงไปในจิต ความโตของความสูงฟังภาษาใหม่ความโตของความสูงถ้าความสูงความมีก็ไปทางนี้ถ้าความโปร่งความสูงก็คือไปหาศูนย์มันก็ยิ่ง 000 ยิ่งขึ้นมีรถจะติดก็คือดับยิ่งๆลงไปด้วยความโตของความที่ไม่มีความพร้อมความดับหรือความดับที่มีมากยิ่งขึ้นหาเราใช้ภาษาเรียกได้อย่างนี้แล้วถ้าพูดได้เข้าใจปัญหาผู้ใดเข้าใจปัญหาแล้วพึงทำลายปัญหาผู้นั้นก็จะพึงหวังได้เป็นความดันและจะสูญสิ้นในความดับนั้นถ้าให้อาตมาแปลเป็นไทยประโยคนี้บาลีนี้ แปลกันอย่างนี้เศรษฐีปัญหานิรุตติก็หมายความว่าอย่างนี้มันเกี่ยวโยงกับการบวชเพราะฉะนั้นอันใดที่เป็นปิยะรูปังเป็นสาธุฟังเป็นสิ่งที่เป็นที่น่ายินดีที่น่าพอใจนั่นแหละสำคัญกำหนดหมายเหตุรู้ให้ได้ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วมันจะอุปสมบทปกติมันจะเกิดมันจะเกิดแล้วก็โกรธยิ่งขึ้นมายิ่งเกิดยิ่งเกิดมันก็จะกลายเป็นไม่มีสติอย่างลงต่ำลงมันก็จะยิ่งใหญ่ลงยิ่งสร้างลงยิ่งเป็นตัวตนที่ตั้ง ต้องเข้าใจแม้ใดๆกินจะโลเคปิยะรูปังสาธุจะน้อยจะเป็นอย่างใดๆแม้จะเป็นอย่างไรก็พยายามรู้มันไม่ได้ให้ละเอียดละออถ้าพูดได้ละเอียดละออได้มากเท่าใดผู้นั้นก็พ้นสัญญาผลงานและตัดสัญญาหมายความว่ารู้แม้สิ่งใดๆที่เป็นอัตตาหรืออัตตะหรือตัวหรือตัวมันรูปร่างมันอันของมันเนี่ยตอนนี้ไม่ใช่ตัวเราตัวเขาแล้วนะตัวนี้แปลให้ฟังถ้ามาเป็นของตนเป็นอัตโนมัติอัจฉริยะ ยักษ์อะไรก็ตามแต่อันนี้เป็นของเรามันไม่ใช่ของเราแล้วล่ะเราก็รู้ว่าไม่ใช่ของเราไม่ใช่ภาษาพูดต้องให้จิตของเราหน่อยออกวางออกอาการอย่างนี้อาการที่เป็นอย่างไรเราปล่อยเป็นอย่างไรเราวางเป็นยังไงต้องรู้ว่าปล่อยวางเรารู้ว่านี่เราไม่เอาเราไม่เอาและนอกจากไม่เอาแล้วเราก็ไม่ตามไม่มีจิตอีกตัวนึงเข้าไปไล่ด้วยไปเปลี่ยนเป็นพันด้วยถ้าเราไม่เอาแล้วก็ไม่เอากำไรเรารู้เหตุของจิตของเราว่าเออสิ่งที่เราไม่เอาแล้วล่ะแต่เราก็ไม่ใช่ไม่เอาเราจะต้องดันผลักด้วยถ้าดันผลักด้วยก็จะเป็นโรคอีกเหมือนกันโรคจิตเหมือนกันเป็นโรคทางชีวภาพ กรอบพยาบาทก่อความเป็นอธิษฐานอารมณ์และจิตที่ไม่ยินดีเป็นจิตที่ไม่ชอบก็ไม่ให้มันละเอียดละเอียดทีเดียวนานนะตัดสัญญาผู้ได้กำหนดได้อัตตะใดๆกำหนดหมายลงไปในอัตตะใดรู้แม่นอยู่ในอัตตะใดคืออารมณ์นี่แหละขณะนี้เรากำลังพูดถึงตัวจิตเราไม่พูดถึงวัตถุมากนักจะประกอบมายกตัวอย่างบางครั้งบางคราวเท่านั้นจิตนี่เมื่อมันไม่มีอาการอย่างนี้ไม่มีอารมณ์อย่างนี้ก็จะกำหนดหมายรู้ให้ชัดแล้วพ้นน่ะสัญญาให้ได้แม้ดีย้อนกลับไปดูปานามาถึงนิสัยแตกต่างมันจะถือเป็นอุปกรณ์กิเลสก็ต่อเมื่อเมื่อรูปนี้สภาพนี้เหตุผล The Star ตัวนี้ลักษณะนี้ในจิตของเราแม้เราล้างได้แล้วว่านี่เป็นจิตว่างไม่ใช่กำหนดเอาดื้อๆนะไม่ใช่ว่าสมมุติเอานะแต่ต้องรู้ด้วยว่าจิตของเรามันไม่มีความรักความโลภความโกรธไม่มีชอบก็ไม่มีในจิตนี้หรือไม่ชอบก็ไม่มีหรือจะมีชอบอยู่บ้างก็จะต้องมีสำเนียงมีจิตอีกตัวนึงชอบแล้วก็จะต้องล้างนะไม่ใช่ว่าจะยินดีเลิกแล้วก็แล้วรู้แล้วตอนนี้เป็นแต่เพียงยกขึ้นเป็นแต่เพียงใช้ขึ้นให้มีรู้ใครรู้เหตุผลของมันว่านี่เรายกขึ้นมาไว้เท่านั้นเองเป็นเพื่อทำงานเป็นเพื่อความเกิดในโลกถ้ามันไม่มีความยินดีซะเลยในโลกมันทำอะไรก็ยาก มันจะต้องมีตัวยินดีนี่ดูหน่อยนึงที่นี่พูดใดจะทำได้ละเอียดละออจนกระทั่งถึงว่าจิตเฉยทำด้วยจิตเฉยเป็นอุเบกขาสหกรรมญาณสัมปยุตหรืออุเบกขาสังฆังยานะวิปโยคก็ตามแต่ต้องมีกลับกันถ้าญาณสัมปยุต แต่ถ้าพอจะใช้ภาษาบอกว่าอุเบกขาสหการญาณวิทยาคมไม่มีความรู้ไม่มีรู้อะไรมาประกอบหรอกแต่สังขารที่กันจะต้องมีตัวนึงดุนดันอยู่ตัวนั้นเป็นสิ่งที่ตัดสินแล้วเป็นสิ่งที่ลงตัวแล้วเป็นตัวธาตุรู้ที่เรียกว่าอรหัตตผลและจิตหรือเป็นจุดยอดเยี่ยมเป็นจิตเป็นอธิปัญญาเป็นญาณทัศนะซึ่งมันทำงานอยู่โดยอัตโนมัติเราไม่ต้องไปตามรู้มันมันก็ควรบริบูรณ์แล้วเป็นสัตว์สังขารเป็นตัวเชื้อเป็นสมุนไพรเป็นตัวที่ดินแดนที่ทำงานอยู่พระอัตโนมัติเพราะฉะนั้นเมื่อมันมีสัตว์สังขารอย่างนั้นก็เหมือนกับเราไม่รู้ไม่รู้ว่ามันมีรสชาติไม่รู้ว่ามันดีมันชั่วแต่เราได้กระทำ รู้ดีรู้ชั่วมาจนช่ำชองแล้วลงตัวแล้วเหมือนกับเครื่องกลที่เป็นรูปสักแต่ว่ารูปอันนี้อ๋ออันนี้ผิดเลือกออกอันนี้ถูกเลือกเอามันเลือกของมันเองในตัวโดยที่ไม่ต้องไปมีรสชาติของจิตก็ชอบไม่ชอบพอแต่เพียงสัมผัสก็แยกส่วนแยกส่วนเลยเหมือนลักษณะอย่างนั้นเพราะสิ่งใดที่เรากำหนดหมายได้ชัดเจนตัดสินโดยที่เอาอคติ 4 มามันก็มีโลภะเข้าข้างตัวหรือเปล่าโทรศัพท์เข้าข้างตัวหรือเปล่าหรือว่าเรายังไม่รู้ใช้ก็กำหนดลงไปให้รู้ที่สุดให้ได้อย่าไปมองหาคติแล้วไม่ต้องกลัวไม่ต้องวันไม่ต้องเกรงไม่ต้องพึงไม่ต้องให้หวั่นไหวเลยแล้วก็ทำงาน ครูน่าจะมีความอาจหาญเจ้ากล้ามั่นคงสมมุติได้พ้นอาณัติสัญญาแล้วเราก็ให้รู้ถึงตัวอภิบาลที่เอาคำว่าตัณหามาผสมที่แปลว่าตัณหาสหายหรือมีความใคร่หรือมีความประสงค์รุนแรงมีความต้องการเพื่อไปเกินขอบเขตไม่รู้กาละไม่รู้เวลาไม่รู้ฐานะมันจะต้องประกอบไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างความไม่โตมันก็จะต้องค่อยๆโตมันโตชั่วคราวเลยมันก็ไม่ใช่ว่าอาจจะโตก็พลาดได้แต่คุณเก่งคุณทำได้ไหมล่ะก็ทำไม่ได้ก็ต้องรู้ความทำไม่ได้ของเรามันค่อยๆโตก็ให้มันค่อยๆโตให้รู้ว่าเวลามันก็จะต้องมีเวลาด้วย ถ้าเราทำเวลาได้สั้นบันดาลให้เก่งมีอภินิหารหรือมีอภิญญาก็ทำเอาสิก็เราไม่เก่งเราไม่มีอภิญญาเราทำให้เร็วโดยรับเวลาไม่ได้ก็ต้องให้เวลามันเดินไปอย่าไปมีความใครอยากหรือว่าความต้องการ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน