190202 อภิญญาแท้เป็นไฉน-พ่อท่าน-บรรณอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้วันที่ 2 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2519 ฮาต่อจากนี้ไปพ่อท่านได้แสดงธรรมอบรมมาพวกเราที่บรรณาอโศกหรือห้องพักสุวรรณดังเสียงที่ท่านจะได้รับฟังณบัดนี้คือสิ่งที่ควรจะเพิ่มสักทีที่เรามาทำงานด้วยแล้วก็ทำก็ได้เพิ่มอีกคนสัญชาติกัมพูชาและสิ่งที่ควรจะได้เตือนให้บอกกล่าวกรรมฐานบ้าง เชิญส่วนนั้นส่วนนี้บ้างพูดให้ฟังมีตัวอย่างยกเทียบเคียงนอกบ้างในบ้างชี้เน้นกลับไปหาจิตโดยตรงบ้างบางอย่างที่พูดอธิบายเป็นภาษาอังกฤษยังไม่ละเอียดยังไม่ไหวก็ยกตัวอย่างเทียบเคียงไม่เอาจะรู้ไม่เอาผิดไปเป็นไปเข้าใจอยู่บ้างมันก็ได้กระทำกันพอสมควรการที่เราออกมาทำงานที่เขาได้ประสบผลสำเร็จ การเพิ่มมโนมยิทธิที่เราจะสามารถกระทำผิดของเรามีวิธีการที่เก่งในชีวิตที่กระทำกับสิทธิเกิดญาณทัศนะเกิดปัญญารู้มุมรู้เหลี่ยมเกิดการกระทํา ญาณทัศนะหรือมีญาณสัมประสิทธิ์ตรังมีความรู้ร่วมด้วยมีความเข้าใจร่วมด้วยมีความเห็นแจ้งร่วมด้วยหากผิดที่เห็นแจ้งนั่นน่ะซื้อที่ดีกว่าอาทิตย์ปัญญาคือยอดนั้นน่ะมันรู้รู้อีก 2 ส่วน 1 รู้จิตที่อยู่เฉยนิ่งปล่อยว่าสบายเบาคิดอย่างนั้นเรียกว่าเจโตวิมุติ เป็นอย่างนั้นเรียกว่าเจโตวิมุตติคือมันวางโปร่งโล่งปล่อยมันทำได้จริงจิตมันอยู่เฉยวางจริงจิตมันไม่มีทุกข์มีร้อนที่เป็นเย็นสบายเบาหมดรับอะไรรู้อยู่กับจิตของเรารับอะไรครับรับอะไรรับได้รู้อยู่แต่ว่าจิตใจโตไปหมดอย่างนี้ไม่รู้มันไม่มีมาขยายไม่มีต้นทางไม่มีความรู้รอบถ้วยยังไม่รู้หมดยังไม่ สมุดไทยยังไม่รู้เหตุหมายความว่าผู้ที่จิตพ้นทุกข์แล้วนะฟังดีๆนะจิตนี้เป็น 10 พ้นทุกข์เป็นจิตที่เบาว่าเป็นจิตศูนย์อยู่อุเบกขาอยู่นิโรธอยู่ฟังซ้อนให้ดีให้เข้าใจ 3 รอบถ้วนความหมดจบที่รอบยิ่งเป็นวิมุตติญาณทัสสนะขณะนี้กำลังมีวิมุตตัวหนึ่งอันนี้อธิบาย แปลว่าตัวจริงอย่างนี้ยังไม่ได้รอบทวนอาจะทำเอา
อ่านต่อ
โดยอุบายอย่างฤาษีเดินเศรษฐีทำเอาอย่างคนนอกน้องเอาคนนอกศาสนาพุทธเขามีธรรมได้หากเขามีทำได้ไม่ใช่อุบายในกฐินต่างๆใช้การพยายามฝึกจิตให้มาเกาะรวมเกาะรวมเป็นสมถะไม่ใช่โลกุตระนะเป็นสมรรถภาพของเราโดยไม่ให้ทรัพย์ส่ายไปมีกำลัง อำนาจเพียงพอที่จะดึงติดเอาไว้ในบรรยากาศในสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองมีเนี่ยไม่มีฤทธิ์แรงของโลกิยะเข้ามาเกี่ยวข้องไม่มีภาษาอะไรเข้ามายุ่งด้วยแล้วก็สามารถดึงจิตเพื่อตัวเองไม่ได้สามารถควบคุมจิตตัวเองไม่ได้ไม่ให้รับสายออกไปไม่มีอุปสรรคอุปสรรคไม่ฟุ้งซ่านออกไปหาจุดอยู่ในกำลังติดอยู่ในอำนาจพระฤาษีเดินกับฉันไปแต่ไม่ได้เรียนรู้ตามมาตรฐานไม่ได้เรียนรู้ทวารต่างหู ลิ้นกายไม่มีสติปัฏฐานไม่ได้หัดฝึกตนด้วยการกระทบผัสสะรู้ตาหูจมูกลิ้นกายกระทบอะไรรู้เท่าทันอันนั้นตามรู้ตามเห็นและมีปัญญารู้ซ้อนลงไปในความจริงตามความเป็นจริงมียศถาอุทยานเกิดอย่างนี้เป็นอย่างนี้ก็รู้อย่างนี้เป็นอย่างนี้ตามความจริงมีอนัตตาลักขณารู้ในอนัตตาลัคนารู้ในความไม่ใช่ตัวเป็นตนรู้ในความเป็นสิ่งนั้นของสิ่งนั้นไม่ใช่เราไม่ใช่เขาไม่ใช่ใครไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่บุคคลตัวตนเป็นแต่เพียงรูปนามที่มันตรงกันอยู่เกิดขึ้นอยู่ตามสาระไม่มีความรู้อย่างนี้คนผู้นั้นไม่มีความรู้อย่างนี้แต่มีวิมุติ ดีเจโตวิมุตดีเจโตสมถะสงบได้รู้ได้ในสิ่งแวดล้อมที่บางเบาสิ่งแวดล้อมที่เงียบสงบสงัดสิ่งแวดล้อมจะไม่มีผัสสะอะไรจัดจ้านเลยไม่มีภาษาอะไรจัดจ้างคู่นี้อยู่ได้เบาได้และก็จะยึดสถานที่ประดิษฐานที่ยึดสิ่งแวดล้อมคนซึ่งการมาเอาโลกีย์รถมาจากหูตาจมูกลิ้นกายข้างนอกก็จะทนได้ยากทนได้โดยลำบาก คนเขาจะสู้ไม่ได้ทนไม่ได้เก่งไม่เป็นก้อนน้ำแข็งอยู่กลางเตาหลอมเหลวไม่เป็นอย่างนั้นหรอกเขาจะอยู่สู้ทนไม่ได้เพราะความไม่รู้รอบเพราะความไม่รู้เท่าทันเพราะความไม่รู้จริงในรูปนามทั้งหมดในโลกเพราะความไม่รู้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งนี้และเราก็รู้เท่านั้นเราไม่ถือสาคำว่าถือสาในสยามเข้าใจไม่ดีเราไม่ถือสามาผัดกับเราก็ผัสสะไปพระธาตุทั้งหูเราก็รู้ภาษาต่างๆทางจมูกรู้ทางจมูกโรคควบคุมออกมาจัดการแรงอย่างนี้ลุงออกมาว่านี่นะสีแดงจัดการยั่วยวนมอมเมาเป็นที่สุด อย่างนี้กลิ่นอย่างนี้สัมผัสอย่างนี้เขาจะปรุงเขาจะแต่งเขาจะทำรถให้จัดจ้านขึ้นทุกวันทุกวันโลกทุกวันนี้ปรุงแต่งถึงเหลือเกินมีมันชนะมีลิเวอร์พูลชนะฐานะเก่งมากหามีมันชนะมีวิจารณญาณมีมัณฑนาเป็นคนที่สามารถตกแต่งประดับประดาที่เขาเรียกว่าศิลปะหรือช่างฝีมือหรือความชำนาญเชี่ยวชาญในการปรุงเส้นฐานะเหตุการณ์ตกแต่งเพิ่มขึ้นประดิษฐ์ประดอยเพิ่มขึ้นสร้างก่อเพิ่มขึ้นยั่วเย้ามอมเมายุโรปเร่งเพิ่มขึ้น มากเพราะฉะนั้นจึงยากแก่การที่จะต่อต้านต่อสู้ที่ทัดทานหรือเอาจิตของเราเข้าไปชนะมันมันยั่วเราแรงเหลือเกินมันชั่วเรามากเหลือเกินถ้าอาณัติจะรักขนาดไม่ปรากฏแจ้งไม่เกิดสิ่งมีชีวิตของคนผู้ใดโดยการเข้าใจชัดเจนถึงจิตของเราเห็นด้วยปัญญาคำว่าอาราธนาพระอนัตตาอนัตตสัญญาฐานสัญญาของเราไม่เกิดแจ้งเป็นความกำหนดรู้ความสำคัญของอาณาจักรอนัตตาธรรมแจ้งในอนาคตรู้เท่าทันต้น เอาหมดเลยแม้แต่ผ่าตัดจะไปตรวจจับกลุ่มเกิดอาสาพระขึ้นมาก็รู้ว่าจิตของเราเท่านั้นที่มันไปเกิดอาสาพระที่มันเป็นตัวเป็นตนที่เป็นพ่ายแพ้ต่อความแรงหรือก้อนเหง้าของสิ่งที่มากระทบนั้นของรูปนั้นแล้วก็แพ้ต่อลูกนั้นเรายังไปเลยเป็นทาสลูกนั้นอยู่อาศัยพัดลมรถของโลกรถของลูกต่างๆเหล่าพ่ายแพ้ต่อรูปต่างๆหรือแม้แต่นามธรรมของเราเองแล้วก็หลงนางมาทำของเราเองเราก็จะต้องรู้ว่าเราหลงนามาทำของเราเองรูปที่เกิดจากนอกตอนนั้นได้สิ่งที่เกิดภายนอกตนนั้น ทั้งสิ้นไม่มีนามนามคือธาตุรู้ถ้ารู้มีอยู่ตัวบุคคลของบุคคลผู้นั้นเองนามไม่มีคนที่คนอื่นนามธรรมเข้าใจไม่มีของคนอื่นของใครของมันนามธรรมเป็นความรู้เป็นการรับเข้าใจเป็นสภาพที่เรารู้เราเข้าใจอยู่ที่เราเราจะไปเอาของคนอื่นมารู้ไม่ได้ของคนอื่นเป็นรูปที่ถูกเรารู้แม้แต่ความคิดของคนอื่นถ้าเราสัมผัสละเอียดถึงความคิดของคนอื่นได้เราก็ไปรู้รูปเศรษฐกิจของเขาไม่เป็นนามธรรมนะการที่เราได้รู้ตัวรู้ที่เกิดที่เรานี่เรียกว่านามธรรมไม่มีตัวตน นามธรรมเกิดแล้วก็แล้วกันเกิดแล้วก็แล้วกันฝังลงเป็นสัญญาฟังลงเป็นความจำคือความรู้ที่ระลึกย้อนขึ้นมารู้ได้กี่เท่านั้นเองถ้าเราฟังเป็นความจำเป็นรูปแล้วแล้วเรายังหลงรูปติดๆของตนเองอีกอย่างนี้เราเรียกว่าหลงความรับรู้หลงความคิดของตนเองที่ได้เกิดแล้วเป็นแล้วเป็นอดีตแล้วเราก็เอาอดีตนี้มาเป็นจริงเป็นจังแล้วก็ยึดถืออยู่จริงคนใดยึดถืออยู่จริงคนนั้นก็เห็นเป็นจริงคนนั้นก็รับเอาเป็นจริงว่าเป็นของที่จะมีอยู่ยิ่งห่วงยิ่งหวงยิ่งรู้สึกว่ามันมีค่ามันมีประโยชน์ ไม่มีสิ่งที่เราจะต้องอาศัยมันพึ่งมันเราก็ยังจะต้องเอาไว้เป็นของเราก็ยังจะต้องไม่จบก็ยังจะต้องเกิดต่อแต่ถ้าเรารู้ว่าถ้าเราจำได้มันมีอยู่เราเอามาปรุงก็เป็นประโยชน์ให้แก่ลูกเขาเท่านั้นเองเราไม่มีของเราความยึดถือก็จะมีมาความห่วงหวงก็จะไม่มากเพราะเราไม่ได้ทำแค่ต้นถ้าเราทำแก่โลกแล้วเราก็รู้ว่าทำแก่โลกนี้เป็นประโยชน์โลกธรรมมากก็เมื่อยแต่ถ้าเผื่อว่าเราเป็นคนดีเป็นคนที่มีเมตตาเป็นคนที่มีกรุณาธิคุณสูงเป็นคนที่รู้โลกรู้ว่าเผื่อแผ่ในโลก คนนั้นเข้าใจจุดสุดยอดแห่งนี้ก็จะทำก็จะเอาสิ่งนั้นไว้เพื่อปรุงให้แก่โลกจะไม่ใช่ของของเรามันจะมีความรู้สึกแตกต่างกันกับที่เราหวงเพื่อเรานั้นมันเหนียวแน่นถ้าเราหวงไว้หรือว่ายึดไว้หรือว่าถือไว้ถ้าเรายึดสายเรือถือไว้เพื่อผู้อื่นนั้นลักษณะของนั้นมันจะน้อยกว่ากันมันจะน้อยกว่ากันน้อยกว่าจริงๆมันจะมีการจัดจ้านหนักทวงไม่รู้ว่าทำให้เราเอาเป็นเอาตายน้อยกว่าถ้าว่าเป็นของเราแล้วเราก็มันจะแรงมันจะเกินขอบ มันจะเอาเป็นรูปพระเห็นแต่ต้นขึ้นมาจัดจ้านมากมายเพราะฉะนั้นลักษณะที่เป็นกลางจุดนี้จึงยากแต่การที่จะพูดบางคนหลงหลงหลงหลงหลงในอุดมคติหลงในประโยคท่านมากเกินไปหลงว่าเราจะต้องกระทำจนกระทั่งทรมานตนเป็นผู้ปานังอัจฉริยะเกินไปหลงในรูปคือเราได้รู้แล้วแม้แต่เป็นลูกศิษย์ที่เป็นสัญญาการซื้อและอธิบายอย่างนี้เพราะว่าขนาดนี้ที่เราเองเนี่ยติดพวกเราคนอื่นเขายังไม่รู้ก็ได้แต่เรารู้ของเราเป็นความมุ่งหมายของเราคือความสำคัญมีความกำหนดของเราแล้วกำหนดลงไปไว้ด้วยอย่างนี้สำคัญ แล้วเราก็ไปยึดเอาเป็นเอาตายเกินขอบเขตจนไม่พิจารณาความเป็นไปเพราะมันเป็นไปได้หรือไม่นี่มันเกินแรงคนอื่นหรือวันนี้ยังไม่ใช่สาระของมันสิ่งแวดล้อมสังคมความกว้างความกว้างอะไรต่างๆที่มันไม่เข้าท่าแล้วนี่มันคือยุคปัจจุบันแล้วไม่เหมาะสมแล้วก็ไม่รู้เรื่องดันทุรังเอาเป็นเอาตายแต่ความเก่าที่เราได้เข้าใจอย่างสาวโดยไม่เอาสิ่งใหม่ที่มันไม่เที่ยงเกิดขึ้นอยู่มีอยู่นั้นมาประกอบการพิจารณามีจะเอาดันทุรังอย่างเก่ามันจะต้องเป็นอย่างเก่ามีเหมือนเก่าคนก็เหมือนเก่าวัตถุก็เหมือนเก่าหากบรรยากาศก็เหมือนเก่าอุณหภูมิก็เหมือนเก่าอะไรก็เหมือนเก่าไม่ได้ทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงไปทุกอย่างไม่เที่ยงทุกอย่างค่อยๆเพี้ยนไปหาเพื่อนไปมีแต่หลักของสิ่งที่ตากับหลักที่รู้สมมุติในโลกว่ามันมีกลุ่มขึ้นกลุ่มขึ้นเท่านั้นน่ะเป็นหลักจ่ายมีแต่รูปคำนามมีเที่ยงลูกกำนันมีเครื่องในโลกสังสารและพลังงานเที่ยงในโลกมีอยู่อย่างนั้นแต่เราเองเราจะเอาเที่ยงโดยการปรุงโดยการขยายตัวโดยการเพิ่มขึ้นโดยการเสื่อมลงว่าเที่ยงนั้นไม่มีการเสื่อมลงจะเป็นอย่างนี้เท่านี้การเพิ่มขึ้นจะเป็นอย่างนี้เท่านี้อยู่ตายตัวนั้นไม่มีการเพิ่มขึ้นจะอยู่ตายตัวไม่มีการเสื่อมลงจะอยู่ ตัวก็ไม่มีมันมีแต่เพิ่มลักษณะความเพิ่มเพิ่มเพิ่มเพิ่มเพิ่มเพิ่มเพิ่มเพิ่มเพิ่มปรุงปรุงขึ้นไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอนันตังไอ้นั่นเป็นความเที่ยงเอาลักษณะนะลักษณะความสูงก็ปรุงขึ้นไม่มีที่สิ้นสุดแต่จะตายตัวเป็นอย่างนี้อยู่อย่างนี้ตายตัวอย่างนี้ไม่เปลี่ยนไปเสื่อมลงก็ไม่มีจะเพิ่มขึ้นอีกให้เพิ่มได้อีกโดยตายตัวอย่างนี้ก็ไม่มีและมีความสูงมีความสุขศูนย์มีจุดจุดว่างเปล่าปราศจากอะไรเลยนั้นเป็นความคิดอย่างนี้อยู่มี 2 สีนี้มีอยู่ในโลกเพราะฉะนั้นการปรุงก็เป็นไปด้วยสังขารเราเรียกว่าสิ่งที่เป็นประเทศไทยคนไหนจะอยู่กับโลกของ ลุงเรียกว่าโลกิยะแล้วเขาก็จะดำเนินหนักหนาในการสร้างกอเรียกว่าผู้ที่หลงกันเกิดแล้วก็จะไปกับความสร้างก่อนนี้ไม่มีสิ้นสุดขึ้นมาค้ำจุนโลกอยู่ด้วยกันสร้างนั่นไปทิศทางของโลกคนจะรักสิ่งนี้เป็นส่วนใหญ่เป็นปริมาณมากในโลกเนี่ยเขาเป็นอยู่ในนี้ก็มีแต่คิดก่อนคิดมันระงับตกแต่งสร้างเพิ่มไปเรื่อยทีเดียวไม่มีหยุดยาวอันนั้นเป็นอันไหนที่มันเป็นสาระก็มีก่อนทีนี้ถ้าผู้ใดรู้สาระในสาระแล้ว ถ้ามีเวลาเพียงพอที่เราจะมาสร้างร่วมกับโลกเราก็จะสร้างให้เท่าที่ทราบถ้าที่ควรทราบเพราะงั้นเราสร้างตั้งแต่ละเอียดมาตั้งแต่นามธรรมให้แก่โลกเนี่ยเป็นสิ่งที่ควรสร้างให้เนี่ยเรายังไม่มีเวลาพอเลยเรายังไม่มีเวลาพอที่เราจะสร้างนามธรรมคือความรู้ให้กับเขาให้รู้สาระที่แท้ให้รู้อาจจะแพ้ให้รู้ธรรมะไว้ให้ดีมีชั่วมีสุขมีความเป็นจริงมีอะไรก็ได้ถ้าเกิดท่านนี้เรายังทำไม่ค่อยทันเลยในชีวิตเพราะฉะนั้นเราจะไปสร้างวัตถุเป็นรูปเป็นร่างไปคิดประดิษฐ์สิ่งนี้สิ่งนี้เลยจริงๆให้แก่โลกนั้นน่ะแล้วเขาไม่ไหวหรอกแต่เราแต่ละคนที่เป็นพระอริยะขึ้นไปสูงนะถ้าไม่ทันเพราะยิ่งทุกวันนี้ยิ่งหลงวัตถุ มากแล้วก็สร้างวัตถุกันมากๆเขามีการเร่งเร้าในการผลิตวัตถุกันมากแล้วมีมากแล้วเทคโนโลยีต่างๆเพลงกางเกงกระทั่งเดี๋ยวมีคนกอดคนสร้างคนคิดคนพยายามยกย่องสรรเสริญกันปรับปรุงประดิดประดอยขบคิดออกมาก่อขึ้นมาจับวัตถุที่ละเอียดเอากำลังเอาพลังงานที่สูงขึ้นมากระทำเอาวัตถุที่ไม่เคยมีเอามาใช้แทนกันให้ได้ให้ได้ให้ได้ให้ได้มากมายที่สุดจนก็สร้างกันเดี๋ยวนี้พอเพียงในโลกแต่เขาไม่มีจิตใจรู้ความเพ้อหรือความเป็นเปล่าของคนที่สร้างมันขึ้นมาแล้วก็ไปหาเรื่องทำลายเสียทำความสูญเสียเขาไม่รู้อ่ะมันก็ไม่รู้มันถึงไม่พอใช้ มันจึงสร้าง Google ทำลายก็มากมันจึงไม่มีการใช้แล้วเพราะฉะนั้นเราห้ามการยับยั้งถ้าเราห้ามหรือเรายับยั้งการทำลายส่วนเกินนี้เท่านั้นก็พอที่จะอยู่ได้แล้วลูกเราไม่จำเป็นจะต้องไปลงมือสร้างสิ่งที่เขาสร้างกันพอแล้วอยู่เนี่ยไม่ต้องไปถึงขั้นลงมือนั้นก็ได้เอาแต่เพียงเราช่วยเอาแต่เพียงเราช่วยให้เขาหยุดเอาเพลงจะช่วยให้เขาหยุดทำลายสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมานั่นแหละแล้วเขาก็ไปทำลายนั้นเพื่อคิดเงินลงทุนทำลายวัตถุนั้นเพราะลงว่าเป็นสุขไม่ใช่ถูกใช้ให้มันถูก ตรงกับสาระซื้ออัตถะหรือสิ่งที่จะเป็นไปของชีวิตเท่านั้นไม่ใช่ที่จริงเขาเปลืองชีวิตด้วยเพราะเปลืองแคลอรี่เปลืองแรงกายเปลืองแรงปัญญาที่จะต้องเอาไปประกอบคิดด้วยเอาแรงกายไปจ่ายกับมันด้วยโดยไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับสิ่งที่จะตามมาเพราะจาแรงกายนี่ไปจ่าแรงปัญญาและผลที่เหลือเป็นสิ่งที่ดีเป็นผลพลอยได้ที่เกิดเป็นประโยชน์เชื่อมต่อลงไปอีกไม่เป็นอย่างนั้นเพราะจ่ายแคลอรี่จากพลังงานบรรยายจากพลังกายลงไปแล้วศูนย์เสื่อมทำลายเผาไหม้หมดไม่มีเหลือเป็นความร้อนเป็นอะไรใดเป็นแรงขึ้นไปอีก กลายเป็นสภาพเป็นสันดานทำให้ร้อนและเพิ่มความร้อนขึ้นตกตะกอนเป็นสันดานตกแต่ก่อนที่สันดานเซ็นสัญญาประชาคมเป็นสันดานแล้วก็เป็นสันดานสิ่งเหล่านี้จึงเรียกว่าสิ่งที่มันเป็นไม่ใช่ความเย็นเป็นความร้อนที่จริงฉันจะเป็นความเย็นมีความสงบแต่เป็นการปรับขึ้นมาแล้วมันไม่ใช่ความเย็นมันกลับกันเองเป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาเป็นป่าเลยเธอก็เป็นตัวที่หยั่งลงมาเกิดแรกเป็นตามปกติเป็นชั้น 3 จุกจนสุดท้ายเป็นตัวตนเรียกว่าฉันตายนะไอ้สันดานแล้วก็กลายเป็นสิ่งที่อยู่ในโลกอีกต่อไปเพราะฉะนั้นเราเรียนรู้จุดยอดจุดจบของมันไม่อยากให้มันเลยเกิดขึ้นอีกแล้วตีกลับมาจนกระทั่งมาเป็นเนื้อเป็นตัว E อาจต้องเลือกเรียนรู้ฉันด่าคือฉันตาฝาดและเรียนรู้สันดานด้วยกันสาดน้ำขึ้นมาเพิ่มเติมไม่ได้จะเอาแต่เรามีกรรมมันจะอันรู้รอบวิญญาณทัศนะวิญญาณศาสนามีจุดวางปล่อยเฉยๆโดยไม่มีความรู้รอบมีเหตุปัจจัยรู้ว่าเราพ้นทุกข์แต่ไม่รู้ กลัวทุกข์ที่แท้และไม่รู้สมุทัยของทุกที่แท้ไม่รู้ตัวที่ทำให้เราเองเนี่ยเกิดความยึดถืออะไรขึ้นมาจึงทุกข์และมีเหตุซ่อนอยู่ในจิตของเราสมุทัยไม่มีอื่นในสมุทัยมีจิตของเราทั้งนั้นสมุทัยข้างนอกนั้นหยาบมากสมุนไพรที่เป็นลูกนอกเราจะรู้เท่าทันลูกนอกทุกตัวและสมุทัยลูกน้องทำอะไรเราไม่ได้ก่อนจนกระทั่งเราอยู่กับลูกมีข้างนอกเนี่ยสบายแล้วแม้กระทบลูกข้างนอกแล้วจิตของเรายังไปเกิดสมุนไพรข้างในมีสิทธิ์ของเราเองนี่แหละยึดมั่นถือมั่นมีจิตของเราเองเนี่ยเป็นเชื้อเป็นสังขารเป็นเชื้อราออกกระทบนอก เราเป็นเขาเป็นความร้อนเป็นความสูงเป็นความเสี่ยงเป็นความจำเป็นโลภะเสกโทรศัพท์และเราก็ทนต่อสภาพนั้นทำลายจิตของเราให้เราหวั่นไหวแต่ทนไม่ได้อดทนต่อสภาพนั้นไม่ได้จึงเกิดฝันไว้จึงเกิดทุกข์ขึ้นมาอีกแล้วสอนเราไม่เป็นนิโรธไม่มีสิทธิ์ที่อยู่เหนือหรือไม่มีสิทธิดับสนิทจิตของเราไม่อยู่เหนืออำนาจสิ่งนั้นสิ่งที่เราไม่ได้ไม่ใช่ของเราไม่อยู่เหนือจิตของเราไม่ดับสนิทเราจึงจะมีความเห็นแจ้งที่เป็นยอดที่ผิดแม้ที่สุดคิดถึงอันนี้จะเป็นคิดการที่เป็นปัจจุบันที่เป็นความเห็นที่เป็นปัจจุบัน กระทบกับปัจจุบันรับรู้กับปัจจุบันย้ายหนักขนาดไหนก็เป็นปัจจุบันรู้รูปที่มากระทบกับปัจจุบันจิตของเราก็วางวางปล่อยอยู่แม้จะกระทบหนักเท่าใดแรงเท่าใดอย่างไรเราก็รู้เท่าทันทั้งหมดเป็นปัจจุบันนั้นก็ทำเหมือนไม่ได้ทำยังไม่ได้จึงต้องอาศัยสถานที่ยังมีห่วงสถานที่จึงแม้สถานที่เป็นชนิดของพระเป็นความต้องพึ่งสถานที่ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่มันต้องมีความกระทบอย่างนี้ไม่มีปัจจัยอย่างนี้ฉันถึงจะอยู่สุขฉันจึงจะเป็นสุขทั้งที่จะส่งฝ่ายถ้ามาแรงกว่านี้ฉันทนไม่ได้แม้แต่สิ่ง ล้อมที่อยู่ในตัวของเราขณะนี้เพื่อนฝูงสหธรรมิกก็ไม่อยากพบหน้าไม่อยากได้ยินเสียงจะพูดด้วยเขาก็จะมีผลสะท้อนพูดตอบมาเขาก็จะพูดถึง 10 บาทหูเราสิ่งนี้เราทนไม่ได้อีกจะไปเห็นกริยากายของเพื่อนฝูงกริยากรรมของเพื่อนฝูงหรือกายกรรมของเพื่อนฝูงก็ทำอย่างนี้ไม่ดีไม่ถูกนี่เราก็ยึดตัวยึดตัวอยู่ก็ต้องทำอย่างที่เราเห็นอย่างที่เรารู้เท่านั้นจึงจะเรียกว่าถูกทำอย่างนี้เราไม่ชอบจะทนไม่ได้ด้วยก็คือวันไหวแม้เพื่อนจะทำเป็นของเราเองเธอรู้ว่าส่วนที่ดีเขาก็มีส่วนเสียเศษเล็กเศษน้อยที่ยังเป็นอาทิตย์วาสนาหรือเป็นวาสนาที่ยิ่งของเขา ไม่ได้ฟื้นไม่ได้อดไม่ได้ทนไม่ได้ก็ไม่อภัยยังยึดถือฉันเอาเป็นเอาตายสิ่งยึดดีมากเกินไปโดยไม่ยอมละเว้นไม่ยอมอภัยไม่ยอมเข้าใจในฐานความเป็นจริงตามความเป็นจริงของเขาเขามีฐานอย่างนี้เพราะมีจริตอยู่อย่างนี้ก็มีวาสนาอย่างนี้เขายังล้างจุดนี้ยังไม่ออกแต่ส่วนดีอื่นๆของเขาโดยปริมาณเฉลี่ยแล้วเขามีความรู้เขามีวิมุตได้กันมาก็ไม่รู้แต่สิ่งนี้มันยังเป็นความกระด้างมันจะเป็นความที่ยังไม่เรียบเนียนแต่ยังไม่เรียบเนียนยังไม่บริบูรณ์ยังไม่งามพรั่งพร้อมยังมีจิตที่ยังยึดถือสิ่งนี้ส่วนนี้อยู่บ้างและเศษเล็กเศษน้อยก็ถือสากันอยู่จริงบางคน อาจจะเกลี้ยงสนิทมีเงินได้แต่บางมุมที่เขายังไม่ได้คนอื่นเขาต้องรู้สิต้องมีอภัยในมุมแต่ละมุมแต่ละมุมเศษส่วนผมจะจัดส่งของแต่ละคนแล้วเราก็จะต้องรู้คนอื่นเราคนนี้เป็นอย่างนี้ถ้าใครรู้คนอื่นได้คนนั้นก็จะมีความรู้ในบุคลากรโลกันต์ทุกตารู้รู้ไม่มากก็รู้ปริศนารู้หมู่กลุ่มนี้มีอันนี้มีงานขาดเหลือมีผู้ปกครองเด็กสูงเราก็อยู่กับหมู่ใหญ่ๆได้เพื่อเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นอยู่กับหมู่ใหญ่ๆและเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นก็เกิดการรู้เท่าทันภาษาได้มากขึ้นและเราก็มีสติมีปฏิภาณมีความรอบที่มันทวนวนมาหาเราอยู่เสมอเสมอได้มากขึ้นเขาจะแปลงมันจะกล้ามันจะแรง จัดยังไงก็ทนได้มากขึ้นมากขึ้นเราก็ไม่ยึดถือแม้กระทั่งสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นสถานที่ที่จะมีอะไรมากและแรงมีคนที่หยาบคายมากขึ้นเราก็ทนต่อความหยาบคายนั้นได้หรือผู้ที่มีศักยะมีอัตราสูงเราก็ทนต่อสัญญาทนต่ออาสานั้นได้ถ้าจะแสดงอัตราโตใหญ่แสดงตัวแทนตนข่มเราอย่างไรมีความเป็นโทษแรงทิ่มพรวดๆมาอย่างไรแล้วก็ทนได้มากขึ้นมากขึ้นเพราะเราได้รับผัสสะเพราะเราได้ฝึกไม่หายไปชนจริงๆถ้าผู้ใดมีเกสรวิมุตเฉยๆจึงจะต้องเวียนมารู้ต่อประสานงานและรู้จิตที่มันเป็นวิมุติชัดที่สุดว่าเราใช้สิทธิ์นี้เป็นสำคัญเอาจิต เป็นที่ตั้งเป็นที่พึ่งและเราก็จะใช้สิทธิ์นี้ตลอดเวลาจะเกิดผัสสะใดเข้าไปที่จิตไม่ผิดตัวเดียวกันเราก็จะรู้เท่าทันแม้จิตนี้มันจะเกิดตรงกันอย่างนี้เราก็ให้รู้ว่าอ่อนคงอย่างนี้แล้วเราก็จะไปยึดติดถือก็ให้รู้เท่าเท่ากันไม่ได้เรายึดติดถือไม่ได้เราจะไปเอาดีเอาดิบมาตีโต้ไม่ได้เราวางใจซะก่อนพอวางใจแล้วเราก็จะได้รู้ว่าออกคนนี้เป็นอย่างนี้มีแรงขนาดนี้ทำอะไรอะไรขนาดนี้เขาเป็นแบรนด์ที่ควบคุมหมายถึงหรือเปล่าตัวเขาเองเป็นอย่างนี้เต็มรูปหรือเปล่าหรือก็เจตนาดีแล้วก็ตั้งใจปรุงอันนี้ออกมาที่จริงๆของเขาไม่มีความร้ายกาจอะไรแต่ก็ปรารถนาดีที่ทำอย่างนี้ออกมาอย่างนั้นก็นิสัยก็เป็นอย่างนี้แหละที่ใช้ก็แรงอย่างนี้ พูดจาก็แรงลงมือก็แรงมีกายกรรมแสดงวิธีทำคอแดงอย่างนี้น่ะจะเจตนาก็บริสุทธิ์หรือเปล่าถ้าเจตนาเป็นที่สุดแล้วเจตนาทั้งหมด 3 วิให้ไปพิจารณาไปถึงที่สุดของเขาไม่รู้จิตเป็นกุศลและเจตนาแล้วจงบรรเทาจงหยุดจงอย่าเพ่งโทษกันตอบถ้าเป็นพวกกันต่อแล้วก็เกิดเป็นกรรมร้ายที่มีโทษคือใครเป็นเกินไปเพราะว่าคนเราสุดที่เจตนาเป็นกุศลเจตนาดีถ้าเจตนาร้ายไปอีกเรื่องหนึ่งถ้าหมดที่สุดเจตนาดีแม้จะมีกิเลสอยู่ทำสิ่งนี้ด้วยกิเลสของเขา เขายังรักเอามาให้จนมากอยู่ก็ต้องอภัยเขาพวกเขาไม่ได้โกรธก็ไม่ได้เพราะเขายังมีโลภะเท่านี้ก็จะต้องรู้ฐานของเขาเพราะฉะนั้นเราจะวัดประเมินว่ารู้จิตเจตนาดีเป็นที่สุดแล้วเกินกว่านั้นแรงเท่าไหร่เป็นโลภะเห็นแก่ตัวของเขาเราก็จะเป็นมิเตอร์วัดได้ก็ออกคนนี้ยังมีกิเลสแรงตอนนี้ยังมีโทสะแรงคนนี้ถ้าไม่เจตนาดีจริงๆเป็นขั้นตอนเป็นศูนย์เป็นขั้นวัดพระเลยเจตนาดีมันเข้าไปแล้วอันนั้นเขาไม่รู้จิตของเขาหรอกเขาไม่รู้เรานี่แหละจะรู้ให้เขาแล้วเราจะช่วยเขาเขาไม่รู้จริงๆคนที่เลยเจตนาดีของตัวเองก็เป็นคนที่เรียกว่าบริสุทธิ์ที่สุดแล้ว รถเจตนาดีของตัวเองตัวเองไม่รู้มันเป็นบริสุทธิ์แต่ผู้ใดเลยเจตนาดีแล้วยังรู้ว่าตัวเองนี่เห็นแก่ตัวอยู่นะยังมีโรคอยู่ยังมีโปรอยู่แล้วคนนั้นรู้อยู่อย่างเลยเส้นขนานเลยเลยจุดเจตนาดีของเรายังมีการประกาศยังมีการหล่อพระถ้าผู้ใดรู้อยู่คนนั้นบาปมากบาปมากไม่ละอายต่อบาปไม่ละอายต่อจิตของตัวเองที่ยังมีโลภะโทสะตั้งแต่รู้ว่าในเลวแล้วเห็นแก่ตัวแล้วผู้กองมีโลกแรงมีประโยชน์ถ้าจะไม่รู้ตัวรู้ตนเมื่อไม่รู้ตัว เขาก็ทำในตามสิทธิของเขาคิดว่าดีที่สุดของเขาแล้วเขาไม่มีเจตนาเขาคิดว่าดีที่สุดดีที่สุดแล้วสูงสุดเขตนี้เขาได้เพียงแค่เท่านี้เพราะจะให้เขาเลยล้างจุดที่ให้ไปรู้ละเอียดอย่างสูงๆละเอียดอีกเขารู้ไม่ได้ทำไม่ได้หรอกต้องค่อยๆอธิบายต้องค่อยๆช่วยกันจึงต้องมีอภัยให้มากแต่ต้องมีอภัยให้มากในการที่จะทำงานกับบุคคลเพิ่มขึ้นเอาทีนี้ก็หันมาถึงแก่ตัวไปหมดแล้วทำอย่างไรจะเป็นจุดๆของพระอรหันต์จิตใจโตวิมุตเฉยๆเป็นสมถะไม่ใช่เรียกว่าโรคอุจจาระจะเรียกว่าโรคอุจจาระจิตตาก็ต่อเมื่อมันเจโตวิมุตตินั้นแล้วยังจะต้องมีวิมุตติญาณทัสสนะเรียกว่าวิญญาณศาสนา ตามหลังวิมุตนะสัมโพธิซึ่งมีความผิดฐานมีอภิสิทธิ์ไม่ใช่มีออกไปแล้วก็มีสันติต่อวินาทีเป็นตัวงานโดยมีหลักของศีลสมาธิปัญญาและกวีบุตรแล้ววิมุตติญาณศาสนาไปสุดท้ายเป็นตัวที่รู้ในมดก็มีญาณทัศนะรอบถ้วนรู้เหตุรู้ปัจจัยรู้นามว่ารูปปฏิเสธทุกอย่างนะ หารูปปัตยกรรมรู้จริงๆรู้จริงๆรู้เสมอนะยายเป็นการเกิดปัญญาที่รู้และสิ่งที่เกิดไตรลักษณ์ขึ้นมาปรุงแต่งรอบถ้วนมีเหตุอย่างไรมีปัจจัยอย่างไรปรุงขึ้นมาเป็นอย่างไรรู้จริงๆไม่ใช่รู้แต่สิ่งมีชีวิตตัวเดียวแล้วก็ติดเกาะโดยไม่มีปัญญารู้เหตุรู้ปัจจัยเมื่อไม่รู้เห็นรูปปัจจัยถ้าไม่รู้ในธรรมเทศนาไม่รู้ด้วยจิตที่มันเกิดแล้วแต่เราไม่รู้นิรุตติไม่รู้ภาษาของมันรู้และสาระมันเป็นอย่างนี้แล้วก็ทำได้เฉยๆไม่รู้แม้แต่ขนาดนี้ยังไม่ถือว่าเป็นพระอรหันต์แต่ต้องรู้อย่างน้อยรู้อาจจะรู้ธรรมะของมันแท้ๆจริงๆด้วยเหตุผล รู้อยู่จะพูดจะพูดไม่ออกไม่มีภาษาเท่านั้นที่จะปั้นขึ้นมาให้เขาได้อย่างนี้ก็เรียกว่าพระอรหันต์ได้รู้จริงๆรูปภาพไม่ออกบ้านมาไม่ได้แล้วก็สามารถที่จะกระทบสัมผัสเหตุปัจจัยเหล่านั้นตามความรู้ของเราด้วยได้โดยไม่ต้องเป็นภาษานี่เป็นภาษาจึงเป็นผู้ที่ไม่ต้องติดที่ไม่ต้องติดสถานที่ไม่ต้องติดสิ่งแวดล้อมอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แรงอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่กล้าอยู่ได้ด้วยเพราะรู้แล้วว่าอยู่แถวนี้เป็นอันดับ 3 ไม่ใช่ตัวเราตัวเขาไม่ใช่เราไปยึดติดถือเราเป็นเพื่อนเขาเพราะฉะนั้นจึงวางได้วางได้โดยไม่รู้ภาษาก็รู้ว่าไอ้นี่ อย่างนั้นโดยความจริงตามความเป็นจริงแล้วจะเข้าไปสู่จุดนั้นจุดนั้นจุดนั้นได้แล้วก็ไม่รู้รอดทวนว่าตัวเข้าไปสู่แล้วแต่กล้าอันนี้ก็อย่างนี้ไปกล้าอย่างนี้ไปได้อย่างนี้อยู่ได้อย่างนี้เป็นได้อย่างนี้มาได้ไม่ติดแม้ที่ไม่ติดแม้สิ่งแวดล้อมจึงเป็นไปอย่างดีแต่อธิบายไม่คล่องแคล่วก็ไม่รู้ภาษาไม่รู้แต่ LINE ระดับของความละเอียดของรูปของไม่มีปัญญาในนามว่ารูปของปฏิกิริยานะลึกละเอียดแต่รู้ว่าเท่าที่เรารู้เท่านั้นเองถ้าไม่รู้ภาษาไม่รู้ความลึกซึ้งใจรับสนิทสนมหรือว่ารายละเอียดละออขึ้นไปหาที่เป็นผู้รู้จากท่านนั้นเพราะฉะนั้นผู้ที่รู้จักชัดเจนขึ้นบัญชีจะต้องย้อนลงไปถึงนิรุตติปฏิสนธิ ก็มีภาษาต้องมีรู้ชัดแจ้งมีปฏิภาณรอบส่วนรู้ระดับของสิ่งที่ควรไปทวนมาละเอียดลออเรียงระดับเป็นชั้นเป็นช่อเป็นเชิงซ้อนอย่างนั้นอย่างนี้มากขึ้นจึงจะเป็นผู้ที่เข้าใจแล้วอธิบายเป็นระดับเป็นอะไรจะได้ไม่สับไม่สนไม่วนเรียงลำดับก็เข้าใจได้ถึงขั้นตอนที่งามพร้อมเป็นระดับๆดีคนก็เข้าใจง่ายๆไม่สนโทรศัพท์สนไม่สับสนไม่วนไม่วุ่นไม่เลอะเลอะเทอะเอาหัวเป็นทางการเป็นปลายหมุนไปหมุนมาคนเดียวเองยุ่งเรื่องการเป็นไม่เป็นขั้นเป็นตอนหลับที่สลับทางไม่เรียงระดับขึ้นเป็นระยะระยะระยะบางคนที่มีการก้าวได้ก็อธิบายขั้นยาวๆขั้น อธิบาย 13579 ก็ได้บางคนไม่ต้องอธิบายเรียงเป็น 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ก็ต้องทำต้องซอยละเอียดก็ต้องทำเป็นขั้นตอนเพราะเราจึงจะต้องศึกษาเมื่อเรามีสิ่งที่เป็นเครื่องอาศัยคือมีวุฒิเป็นเครื่องอาศัยเราใช้วิมุตนั้นเพื่อที่จะใช้สู้รู้ในสิ่งที่เรายังทนไม่ได้ยังสามารถรักษาก็ยังไม่เก่งเท่าไม่รู้เท่าทันและยังวางบริษัทนั้นไม่ได้ผู้นั้นก็จะมีอุปสรรคอยู่เสมออายตนะ 5 อายตนะ 6 เราจะต้องรู้ได้ทั้งใจด้วยอายตนะ 6 มาจนกระทั่งถึงทวารต่างหูจมูก เราก็รู้เท่าทันรูปมันชัดๆทุกอันแล้วนำมาทำของเราก็เป็นจุดวางในปล่อยได้อย่างเร็วอย่างเก่งก็ปรึกษารู้แล้วว่าเราควรจะทำต่อหรือไม่มีญาณมีปัญญารู้พร้อมเลยว่ะเออควรกระทำได้มีงูเหลือมรั่วคนเป็นประโยชน์และกระทำและมันมีความรู้อีกอันหนึ่งซึ่งเคยกำชับกัญชาเสมอว่าเมื่อเรารู้แล้วเราเข้าใจแล้วเราตัดสินแล้วว่าเราจะทำงานกับเขาเร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive