บทที่ 4 ฟ้าปลื้ม.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์716 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

73 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ (2) เปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ (3) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานระหว่างพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ มีโอกาสในการเสี่ยงต่อการสัมผัสกับมูลฝอยอันตราย น าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1. สัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้สื่อความหมายในการวิจัย 2. ล าดับการแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้สื่อความหมายในการวิจัย n แทน ประชากร x̅ แทน ค่าเฉลี่ย S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน r แทน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’s Correlation Coefficient) p แทน ค่าความน่าจะเป็นของสถิติที่ค านวณได้ เพื่อใช้ทดสอบความมีนัยส าคัญ ล าดับการแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูล ล าดับการแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลมีทั้งหมด 10 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิดของพนักงานสถาบันขยะวิทยา ด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ตอนที่ 2 ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ตอนที่ 3 ปัจจัยด้านความรู้ ตอนที่ 4 ปัจจัยการรับรู้ข่าวสาร ตอนที่ 5 ปัจจัยเจตคติและความพึงพอใจในการท างาน ตอนที่ 6 ปัจจัยความเชื่อด้านสุขภาพ ตอนที่ 7 ปัจจัยแรงสนับสนุนทางสังคม ตอนที่ 8 พฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบัน ขยะวิทยาด้วยหัวใจและผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ 74 ตอนที่ 9 การเปรียบเที

อ่านต่อ

ยบพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของ พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ตอนที่ 10 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิดของพนักงานสถาบันขยะวิทยา ด้วยหัวใจ และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ การส ารวจองค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิดของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจกับ ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ โดยการชั่งน้ าหนักขยะแบบ 3 ซ้ า ในสถานที่ตัวแทน 3 แห่ง ของสถาบัน ขยะวิทยาด้วยหัวใจ ซึ่งตั้งอยู่ที่สถาบันบุญนิยม บวรสันติอโศก แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร คือ (1) สถานีคัดแยกขยะ (2) ที่ล้างภาชะข้างศาลาฟังธรรม และ (3) จุดรับขยะเปียกท้ายซอย ส่วนองค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิดของผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เลือก 3 แห่ง คือ (1) หน่วยงานราชการ (2) ตลาด และ (3) ชุมชน ผลการศึกษา เรียงตามล าดับดังนี้ 1. สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ หน้าที่หลักของพนักงาน คือ รับบริจาคของเก่าที่เหลือใช้ และของใหม่ที่เกินจ าเป็นจากผู้ที่มีจิตศรัทธาและเป็นกุศล แล้วน ามาคัดแยกไปแบ่งปันให้กับแจกจ่าย และบริหารต่อไปให้เกิดประโยชน์สูง ประหยัดสุด รายได้ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการ ของบริจาคนั้นน าไปสนับสนุน “บุญนิยมทีวี” ซึ่งเป็นทีวีที่มุ่งน าเสนอสาระที่ส าคัญต่อชีวิตโดยไม่มีการโฆษณา รวมทั้งบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นโดยรวมในชุมชนบุญนิยมสันติ 3 แห่ง ได้แก่ (1) สถานีคัดแยกขยะ (2) ที่ล้างภาชนะข้างศาลาฟังธรรม (3) จุดรับเปียกขยะท้ายซอย ซึ่งเป็นจุดที่พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจมีโอกาสสัมผัสกับขยะโดยตรงเป็นประจ า ดังตารางที่ 4 ตารางที่ 4 องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิดของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ล าดับที่ สัดส่วนขยะ น าหนัก (ร้อยละ) 1 เศษอาหาร 30.01 2 ไม้ ใบไม้ กิ่งไม้ 28.12 3 พลาสติก 9.11 4 แก้ว 9.07 5 อื่น ๆ 5.54 6 ผ้า 5.52 7 หิน กระเบื้อง 3.02 8 เหล็ก โลหะ 2.57 75 ตารางที่ 4 (ต่อ) ล าดับที่ สัดส่วนขยะ น าหนัก (ร้อยละ) 9 กระดาษ 2.52 10 มูลฝอยอันตราย 1.15 11 วัสดุหนัง 1.14 12 โฟม 1.12 13 ยาง 1.11 รวม 100.00 จากตารางที่ 4 พบว่าองค์ประกอบของขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิดของสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ พบขยะมูลฝอยที่มากที่สุดในสามล าดับแรก คือ เศษอาหารหรือขยะเปียกมีสัดส่วนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 30.01 ล าดับที่สอง เป็น ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ คิดเป็นร้อยละ 28.12 ล าดับที่สามเป็นพลาสติกร้อยละ 9.11 ส่วนขยะที่เป็นมูลฝอยอันตราย วัสดุหนัง โฟม และยางเป็นองค์ประกอบของขยะเป็นล าดับที่น้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 1.15 , 1.14 , 1.12 , และ 1.11 ตามล าดับ 2. องค์ประกอบมูลฝอยจากแหล่งจากแหล่งก าเนิดจากตัวแทน 3 แหล่งในเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ได้แก่ ตลาด หน่วยงานราชการ และชุมชน ดังตารางที่ 5 ตารางที่ 5 น้ าหนัก (ร้อยละ) ขององค์ประกอบมูลฝอยจากแหล่งจากแหล่งก าเนิด 3 แหล่งใน เทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ล าดับที่ ประเภทขยะ สัดส่วนปริมาณขยะเฉลี่ยโดยน าหนัก (ร้อยละ) ตลาด1 หน่วยงานราชการ2 ชุมชน3 1. เศษอาหาร 45.01 43.51 25.16 2. ไม้ กิ่งไม้ใบไม้ 19.85 9.11 20.08 3. พลาสติก 7.26 11.11 11.01 4. อื่น ๆ 5.81 8.85 9.19 5. ผ้า 5.52 3.01 5.14 6 ยาง 3.86 3.02 3.01 7 กระดาษ 3.23 8.85 7.35 8 เหล็ก โลหะ 2.94 0.91 2.18 9 แก้ว 2.78 5.79 9.19 10 มูลฝอยอันตราย 2.02 5.81 9.11 11 โฟม 1.02 1.02 1.11 12 หินกระเบื้อง 0.5 1.5 2.51 76 ตารางที่ 5 (ต่อ) ล าดับที่ ประเภทขยะ สัดส่วนปริมาณขยะเฉลี่ยโดยน าหนัก (ร้อยละ) ตลาด1 หน่วยงานราชการ2 ชุมชน3 13 วัสดุหนัง 0.2 0.85 1.12 รวม 100.00 100.00 100.00 หมายเหตุ 1 ค่าเฉลี่ยของตลาด จาก 3 แหล่ง ได้แก่ (1) ตลาดไนท์บลาซาร์ (2) ตลาดเขียว (3) ตลาดเทศบาล 2 ค่าเฉลี่ยหน่วยงานราชการ จาก 3 แหล่ง ได้แก่ (1) สถานีต ารวจ (2) โรงพยาบาลสุรินทร์ (3) โรงเรียนอนุบาล 3 ค่าเฉลี่ยของชุมชน จาก 3 แหล่ง ได้แก่ (1) ชุมชนหนองบัว (2) ชุมชนหมอกวน (3) ชุมชนสระโบราณ จากตารางที่ 5 องค์ประกอบของขยะมูลฝอยทางกายภาพจากแหล่งก าเนิดจากตลาด หน่วยงานราชการ และชุมชน นเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พบว่า 1. องค์ประกอบของขยะมูลฝอยทางกายภาพจากแหล่งก าเนิดตลาด ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พบมากที่สุดใน 3 ล าดับแรก คือ (1) เศษอาหาร คิดเป็นร้อยละ 45.1 (2) ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้คิดเป็นร้อยละ 19.85 และ (3) พลาติกคิดเป็นร้อยละ 7.26 ส่วนมูลฝอยอันตรายพบในล าดับที่ 5 คิดเป็นร้อยละ 2.02 2. องค์ประกอบของขยะมูลฝอยทางกายภาพจากแหล่งก าเนิดหน่วยราชการ ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พบมากที่สุดใน 3 ล าดับแรก คือ (1) เศษอาหาร/ขยะเปียก คิดเป็นร้อยละ 43.51 (2) พลาสติกคิดเป็นร้อยละ 11.11 และ (3) ไม้กิ่งไม้ ใบไม้คิดเป็นร้อยละ 9.11 ส่วนมูลฝอยอันตรายพบในล าดับที่ 10 คิดเป็นร้อยละ 5.81 3. องค์ประกอบของขยะมูลฝอยทางกายภาพจากแหล่งก าเนิดของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พบมากที่สุดใน 3 ล าดับแรก คือ (1) เศษอาหาร คิดเป็นร้อยละ 25.16 (2) ไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ คิดเป็นร้อยละ 20.08 (3) พลาสติก คิดเป็นร้อยละ 11.01 ส่วนมูลฝอยอันตรายพบในล าดับที่ 9 คิดเป็นร้อยละ 9.11 สรุปรวมขององค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิดจาก เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ดังตารางที่ 7 77 ตารางที่ 6 องค์ประกอบขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิด โดยรวมจาก 3 แหล่งก าเนิด เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ล าดับที่ สัดส่วนขยะ น าหนัก(ร้อยละ) 1 เศษอาหาร 39.02 2 ไม้ ใบไม้ กิ่งไม้ 18.11 3 พลาสติก 7.13 4 แก้ว 5.85 5 กระดาษ 5.53 6 มูลฝอยอันตราย 5.51 7 อื่น ๆ 5.10 8 ผ้า 4.61 9 ยาง 3.85 10 เหล็ก โลหะ 2.21 11 หิน กระเบื้อง 1.05 12 วัสดุหนัง 1.02 13 โฟม 1.01 รวม 100.00 จากตารางที่ 6 พบว่าองค์ประกอบของขยะมูลฝอยจากแหล่งก าเนิดตลาด หน่วยงานราชการ และชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ที่ผู้วิจัยได้ท าการชั่งขยะแบบ 3 ซ้ า เพื่อศึกษาองค์ประกอบของขยะจากแหล่งก าเนิด พบว่า สรุปภาพรวมองค์ประกอบของขยะมูลฝอยจากทั้ง 3 แหล่งในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวดสุรินทร์ ที่พบมากที่สุดใน 3 ล าดับแรก คือ (1) เศษอาหาร ขยะเปียก คิดเป็นร้อยละ 39.02 (2) ใบไม้ กิ่งไม้คิดเป็นร้อยละ 18.11 และ (3) พลาสติกคิดเป็นร้อยละ 7.13 ส่วนมูลฝอยอันตรายอยู่ในล าดับที่10 คิดเป็นร้อยละ 5.51 ตอนที่ 2 ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ข้อมูลส่วนบุคคลของประชากร จ านวน 125 คน แบ่งเป็นผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ จ านวน 90 คน คิดเป็นร้อยละ 72.00 และพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ จ านวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 28.00 ข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย เพศ การศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ความเพียงพอของรายได้ระยะเวลาที่ท างาน เวลาท างาน จ านวนวันท างานต่อสัปดาห์ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังตาราง ที่ 7 78 ตารางที่ 7 ข้อมูลลักษณะส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสัมภาษณ์ ข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ (n=35) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ (n=90) ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน เพศ ชาย 48.61 17 74.41 67 หญิง 51.39 18 25.59 23 การศึกษา ต่ ากว่าประถมศึกษา - - 1.12 1 ประถมศึกษา 14.31 5 62.21 56 มัธยมศึกษา /ปวช. 34.18 12 28.88 26 ปริญญาตรีหรือสูงกว่า 51.39 18 7.79 7 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่ ากว่า 5,000 บาท 100.00 35 16.71 15 5,000-10,000 บาท - - 60.02 54 1,0001-15,000 บาท - - 14.38 13 มากกว่า 15,000 บาท - - 8.89 8 ความเพียงพอของรายได้ ไม่เพียงพอ - - 45.44 22 เพียงพอ แต่ไม่เหลือเก็บ - - 46.04 58 เพียงพอ และเหลือเก็บ - - 8.52 10 เพียงพอ และไม่กังวลเนื่องจากมีการใช้จ่ายกับหน่วย งานของตนที่มีบริการให้ทุกคน 100.00 35 ระยะเวลาที่ท างาน 1-10 ปี 97.11 34 55.59 50 11-20 ปี 2.89 1 16.74 15 21-30 ปี - - 18.85 17 31-40 ปี - - 8.82 8 เวลาท างาน น้อยกว่า 8 ชั่วโมง 45.71 16 24.38 22 8 ชั่วโมง 25.74 9 64.41 58 มากกว่า 8 ชั่วโมง 28.55 10 11.21 10 จ านวนวันท างานต่อสัปดาห์ น้อยกว่า 5 วัน 5.72 2 7.55 5 79 ตารางที่ 7 (ต่อ) ข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ (n=35) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ (n=90) ร้อยละ จ านวน ร้อยละ จ านวน 5 วัน 34.31 12 21.78 25 6 วัน 14.25 5 51.79 44 7 วัน 45.72 16 18.88 16 จากตารางที่ 7 พบว่า กลุ่มสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จ านวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 51.39 ใกล้เคียงกับเพศชาย มีจ านวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 48.61 มีระดับการศึกษาที่ระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า จ านวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 51.39 รองลงมาคือ มัธยมศึกษา/ปวช. จ านวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 34.18 และมีการศึกษาในระดับประถมศึกษาจ านวน 5 คนคิดเป็นร้อยละ 14.31 ส่วนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่เป็นเพศชายส่วนใหญ่ จ านวน 67 คน คิดเป็นร้อยละ 74.41 เป็นเพศหญิง จ านวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 25.59 มีระดับการศึกษาระดับประถมศึกษา จ านวน 56 คน คิดเป็นร้อยละ 62.21 รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษา/ปวช. จ านวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 28.88 ระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า จ านวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 7.79 และมีระดับการศึกษาที่มีจ านวนน้อยที่สุด คือ ระดับต่ ากว่าประถมศึกษา จ านวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.12 นอกจากนั้นด้านรายได้ต่อเดือนและความเพียงพอของรายได้ของประชากร พบว่า สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจส่วนใหญ่ท างานฟรี เป็นจิตอาสากันทั้งหมด จ านวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ100.00 ยังพบว่ามีความเพียงพอของรายได้และไม่กังวล เพราะใช้จ่ายกับส่วนกลาง ทั้งหมดจ านวน 35 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 ส่วนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือน 5,000-10,000 บาท จ านวน 54 ร้อยละ 60.02 รองลงมาคือ มีรายได้ต่ ากว่า 5,000 บาท จ านวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 16.71 รายได้ 10,001-15,000 บาท จ านวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 14.38 และรายได้จ านวนน้อยที่สุด คือ มากกว่า 15,000 บาท จ านวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 8.89 ส าหรับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่มีรายได้เพียงพอ แต่ไม่เหลือเงินออม จ านวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 60.02 รองลงมาคือ รายได้ไม่เพียงพอ จ านวน 58 คน คิดเป็นร้อยละ 46.04 ล าดับน้อยที่สุด คือ มีความเพียงพอและเหลือเก็บ จ านวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 8.52 จากการศึกษาด้านระยะเวลาที่ท างาน และเวลาการท างาน พบว่า ส่วนใหญ่ระยะการท างานที่สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ท างานอยู่ในช่วงระยะเวลา 1-10 ปี จ านวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 97.11 รองลงมาคือ 11-20 ปี จ านวน 1 คนคิดร้อยละ 2.89 ด้านจ านวนเวลาที่ท างานในหนึ่งวัน พบว่า ประชากรส่วนใหญ่ที่ท างานที่สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจท างานน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน จ านวน 16 คน คิดร้อยละ 45.71 รองลงมาคือ มากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน จ านวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 25.74 ท างาน 7 วัน จ านวน 16 คน คิดร้อยละ 45.71 รองลงมาคือ ท างานจ านวน 5 วันต่อสัปดาห์จ านวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 34.31 ประชากรที่ท างานสัปดาห์ละ 6 วัน จ านวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 14.25 ประชากรที่ท างานน้อยกว่า 5 วันต่อสัปดาห์ในสัดส่วนที่น้อยที่สุด จ านวน 2 คนร้อยละ 5.72 ส่วนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่ระยะเวลาการท างานในช่วง 1-10 ปี จ านวน 50 คน ร้อยละ 80 55.59 รองลงมาคือ ช่วงระยะเวลา 21-30 ปี จ านวน 17 คน ร้อยละ 18.85 ช่วงระยะเวลา 21-30 ปี จ านวน 15 คน ร้อยละ 18.85 และระยะเวลาที่ท างาน 31-40 ปีในสัดส่วนที่น้อยที่สุด จ านวน 8 คน ร้อยละ 8.82 ส่วนใหญ่ท างานวันละ 8 ชั่วโมง จ านวน 58 คน ร้อยละ 64.41 รองลงมาท างานวันละน้อยกว่า 8 ชั่วโมง จ านวน 22 คน ร้อยละ 24.38 และท างานมากกว่า 8 ชั่วโมงในสัดส่วนที่น้อยที่สุด จ านวน 10 คนร้อยละ 11.21 ท างาน 6 วัน จ านวน 44 คน คิดร้อยละ 51.79 รองลงมาคือ ท างานจ านวน 5 วันต่อสัปดาห์ จ านวน 25 คน ร้อยละ 21.78 ประชากรที่ท างานสัปดาห์ละ 7 วัน จ านวน 16 คน ร้อยละ 18.88 ประชากรที่ท างานน้อยกว่า 5 วันต่อสัปดาห์ในสัดส่วนที่น้อยที่สุด จ านวน 5 คน ร้อยละ 7.55 ตอนที่ 3 ปัจจัยด้านความรู้ ปัจจัยด้านความรู้ ประกอบด้วย ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการ เก็บขยะ และความรู้เกี่ยวกับขยะ ดังตารางที่ 8 ตารางที่ 8 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ด้านความรู้เกี่ยวกับขยะและความรู้เกี่ยวกับการ ป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างาน ของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจกับ ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการเก็บขยะ/ ความรู้เกี่ยวกับขยะ สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ (n=35) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ (n=90) จ านวนตอบถูกต้อง ร้อยละ X̅ S.D. ระ ดับ จ านวนตอบ ถูกต้อง ร้อย ละ X̅ S.D. ระ ดับ 1. ภาพสัญลักษณ์ข้างบนเป็นขยะที่มีอันตรายสูง 32 91.41 0.91 0.28 มาก 77 85.59 0.91 0.29 มาก 2. เมื่อถูกเศษเหล็กหรือแก้วบาดขณะคัดแยกหรือจัดเก็บขยะ วิธีที่ดีที่สุดคือการปิดแผลทันที* 33 94.28 1.00 0.00 มาก 48 53.31 0.88 0.33 ปานกลาง 3. ขยะอันตราย เช่น แบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย เศษแก้ว กระป๋อง ยาฆ่าแมลง ขวดน้ ายาล้างห้องน้ าควรแยกออกจากขยะประเภทอื่น 35 100 .94 0.24 มาก 76 84.38 0.70 0.46 มาก 81 ตารางที่ 8 (ต่อ) ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการเก็บขยะ/ ความรู้เกี่ยวกับขยะ สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ (n=35) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ (n=90) จ านวนตอบถูกต้อง ร้อยละ X̅ S.D. ระ ดับ จ านวนตอบ ถูกต้อง ร้อย ละ X̅ S.D. ระ ดับ 4. การลดปริมาณขยะมูลฝอย ต้องใช้ภาชนะแทนถุงพลาสติก เช่น ใส่ตะกร้า ปิ่นโต ถุงผ้า 32 91.42 0.71 0.46 มาก 78 86.68 .59 .50 มาก 5. ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถยนต์ หลอดฟลูออเรสเซนส์ ไม่ได้เป็นขยะอันตราย* 34 97.12 0.94 0.24 มาก 58 64.43 .92 .27 มาก 6. การท างานเก็บขยะที่ต้องสัมผัส เชื้อโรค สารเคมี ของมีคม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ท าให้เกิดการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยได้ ถ้าไม่ป้องกันให้ดี 32 91.41 0.91 0.28 มาก 82 91.13 .86 .35 มาก 7. การท างานเกี่ยวกับขยะ เสี่ยงต่อฝุ่นที่มีสารก่อมะเร็ง 35 100 0.94 0.24 มาก 79 87.84 .53 .50 มาก 8. การอาบน้ าทันทีหลังเลิกงาน ช่วยลดการติดเชื้อ และการ แพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่คนอื่นได้ 33 94.33 1.00 0.00 มาก 63 70.03 .84 .36 มาก 9. การลากดึงหรือยกถังขยะขนาดใหญ่คนเดียว ถ้าร่างกายแข็งแรงดีก็จะไม่ท าให้กล้ามเนื้อหลั งบาดเจ็บ 25 71.44 .91 0.28 มาก 53 58.91 .87 .34 ปานกลาง 10. อุปกรณ์ส าหรับป้องกันอันตรายในการเก็บขยะ ได้แก่ หมวก ถุงมือ แว่นตา ผ้าปิดจมูก เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหรือรองเท้าบูท 33 94.33 .97 0.17 มาก 83 92.24 .64 .48 มาก โดยรวม 92.57 9.26 0.89 มาก 75.81 7.74 1.46 มาก หมายเหตุ * ค าถามเชิงลบ 82 จากตารางที่ 8 พบว่า ส่วนใหญ่พนักงานสถาบันวิทยาด้วยหัวใจมีความรู้เกี่ยวกับขยะและความรู้การป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างาน (X̅ =9.26 , S.D.=.89)คิดเป็นร้อยละ 92.57 โดยรวมมีคะแนนอยู่ในระดับมาก และพบว่าผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะมีความรู้เกี่ยวกับขยะและความรู้การป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างาน (X̅ =7.74 , S.D.=1.46) คิดเป็นร้อยละ 75.81 โดยรวมอยู่ในระดับมาก และหากพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า พนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ตอบค าถามเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการเก็บขยะและความรู้เกี่ยวกับขยะได้ถูกต้องมากกว่าร้อยละ 50 โดยมีความรู้ในข้อค าถามเกี่ยวกับขยะอันตราย เช่น แบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย เศษแก้ว กระป๋องยาฆ่าแมลง ขวดน้ ายาล้างห้องน้ าควรแยกออกจากขยะประเภทอื่น และการท างานเกี่ยวกับขยะ เสี่ยงต่อฝุ่นที่มีสารก่อมะเร็ง ซึ่งมีผู้ตอบถูกต้อง 35 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00 เท่ากัน ซึ่งอยู่ในระดับมาก รองลงมาได้แก่ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถยนต์ หลอดฟลูออเรสเซนส์ ไม่ได้เป็นขยะอันตราย มีผู้ตอบถูกจ านวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 97.12 มีความรู้อยู่ในระดับมาก และเมื่อถูกเศษเหล็กหรือแก้วบาดขณะคัดแยกหรือจัดเก็บขยะ วิธีที่ดีที่สุดคือการปิดแผลทันที มีผู้ตอบถูกจ านวน 33 คิดเป็นร้อยละ 94.28 ส่วนล าดับสุดท้ายที่มีผู้ตอบถูกน้อยที่สุด คือ การลากดึงหรือยกถังขยะขนาดใหญ่คนเดียว ถ้าร่างกายแข็งแรงดีก็จะไม่ท าให้กล้ามเนื้อหลังบาดเจ็บมีผู้ตอบถูก 25 คน คิดเป็น ร้อยละ 71.44 โดยมีความรู้อยู่ในระดับมาก ส่วนผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่ หากพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ตอบค าถามเกี่ยวกับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการเก็บขยะและความรู้เกี่ยวกับขยะได้ถูกต้องมากกว่าร้อยละ 50 และเมื่อพิจารณาประเด็นที่ตอบถูกมากที่สุด ได้แก่ อุปกรณ์ส าหรับป้องกันอันตรายในการเก็บขยะ ได้แก่ หมวก ถุงมือ แว่นตา ผ้าปิดจมูก เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าหรือรองเท้าบูท ซึ่งตอบค าถามในประเด็นดังกล่าวได้ถูกต้อง โดยมีผู้ตอบถูก 83 คนคิดเป็นร้อยละ 92.24 รองลงมา คือการท างานเก็บขยะที่ต้องสัมผัส เชื้อโรค สารเคมี ของมีคม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ท าให้เกิดการบาดเจ็บ หรือการเจ็บป่วยได้ ถ้าไม่ป้องกันให้ดี มีผู้ตอบถูก 82 คน คิดเป็นร้อยละ 91.13 อยู่ในระดับมาก และ การท างานเกี่ยวกับขยะ เสี่ยงต่อฝุ่นที่มีสารก่อมะเร็ง มีผู้ตอบถูก จ านวน 79 คน คิดเป็นร้อยละ 87.84 อยู่ในระดับมาก ส่วนข้อค าถามที่ว่า เมื่อถูกเศษเหล็กหรือแก้วบาดขณะคัดแยกหรือจัดเก็บขยะวิธีที่ดีที่สุดคือ การปิดแผลทันที ซึ่งตอบถูกน้อยที่สุด จ านวน 48 คนคิดเป็น ร้อยละ 53.31 และข้อค าถามว่าเมื่อถูกเศษเหล็กหรือแก้วบาดขณะคัดแยกหรือจัดเก็บขยะ วิธีที่ดีที่สุดคือการปิดแผลทันที และข้อค าถามที่ว่าถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่รถยนต์ หลอดฟลูออเรสเซนส์ ไม่ได้เป็น ขยะอันตราย เป็นค าถามเชิงลบ เมื่อตอบค าถามว่า “ไม่ถูก” คือ ค าตอบที่ถูกต้อง ตอนที่ 4 ปัจจัยการรับรู้ข่าวสาร ผลการวิเคราะห์ปัจจัยการรับรู้ข่าวสารด้านการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจและผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะในเทศบาลเมือง จังหวัดสุรินทร์ ดังตารางที่ 9 83 ตารางที่ 9 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจัยการรับรู้ข่าวสารด้านการป้องกันโรค และการบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ และ ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะในเทศบาลเมือง จังหวัดสุรินทร์ การรับรู้ข่าวสาร สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ (n=35) ผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ (n=90) ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 1. จากหน่วยงานของตนอง 3.46 1.07 มาก 3.29 1.33 ปานกลาง 2. การสื่อทางวิทยุ หรือโทรทัศน์ 2.71 0.79 ปานกลาง 3.67 1.16 มาก 3. การสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น วารสาร แผ่นพับ หนังสือพิมพ์ 2.49 0.72 น้อย 2.19 1.10 ปานกลาง 4. การสื่ออินเตอร์เน็ต 1.93 1.09 น้อย 1.93 1.05 น้อย 5. หน่วยงานภาครัฐ หรือภาคประชาชน 1.74 0.86 น้อยที่สุด 2.23 1.19 น้อย โดยรวม 2.70 0.91 ปาน กลาง 2.66 1.17 ปานกลาง จากตารางที่ 9 พบว่า การรับรู้ข่าวสารด้านการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X̅=2.70 , S.D.= 0.91) เมื่อแยกพิจารณารายข้อ พบว่า ค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ได้รับจากหน่วยงานของตนเองระดับมากที่สุด (X̅=3.46 , S.D.= 1.07) และค่าเฉลี่ยต่ าสุด คือ ได้รับข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐหรือภาคประชาชนระดับน้อยที่สุด (X̅=1.74 , S.D.= 0.86) ส่วนผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะได้รับข้อมูลข่าวสารด้านการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการท างาน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (X̅=2.66 , S.D.= 1.17) เมื่อแยกพิจารณารายข้อ พบว่าค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ได้รับเป็นจากหน่วยงานของตนเองระดับปานกลาง (X̅=3.29 , S.D.= 1.33) ค่าเฉลี่ยต่ าสุด คือ ได้รับข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เน็ตระดับน้อยที่สุด (X̅=1.93 , S.D.= 1.05) ตอนที่ 5 ปัจจัยเจตคติและความพึงพอใจในการท างาน ผลการวิเคราะห์ปัจจัยด้านเจตคติและความพึงพอใจในการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจและผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะในเทศบาลเมือง จังหวัดสุรินทร์ ดังตารางที่ 10 84 ตารางที่ 10 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ปัจจัยด้านเจตคติและความพึงพอใจในการ ท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจและผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาลเมือง จังหวัดสุรินทร์ ปัจจัยเจตคติและความพึงพอใจ ในการท างาน สถาบันขยะวิทยา ด้วยหัวใจ (n=35) ผู้ประกอบอาชีพ เก็บขยะ (n=90) ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 1. โอกาสในศึกษาพัฒนาตนเองเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์จากการท างาน 3.43 0.72 มาก 3.2 1.08 ปานกลาง 2. งานเก็บขยะและคัดแยกขยะ ช่วยให้ เกิดรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายขยะ 4.77 0.43 มากที่สุด 3.69 0.88 มาก 3. วันหยุดยังมาท างานได้โดยไม่เบื่อหน่าย 4.80 0.41 มากที่สุด 2.54 1.12 น้อย 4. คนทั่วไปมองว่างานเกี่ยวกับขยะต่ าต้อย แต่ท่านคิดว่าเป็นงานสุจริต น่าภูมิใจ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง 4.86 0.36 มากที่สุด 4.24 0.84 มากที่สุด 5. สถานที่ท างานของท่าน ไม่ห่างไกลจากครอบครัวหรือที่พัก 4.63 0.49 มากที่สุด 3.29 0.78 ปานกลาง 6. หน่วยงานมีอุปกรณ์เครื่องมือการป้องกันอันตรายที่มีความปลอดภัย เพียงพอ จึงมีความมั่นใจในการท างาน 4.60 0.49 มากที่สุด 3.53 0.92 มาก 7. เพื่อนร่วมงานที่ปฏิบัติงานมีความสมัครสมานสามัคคีกัน 4.91 0.28 มากที่สุด 3.51 1.17 มาก 8. ผู้น าของท่านให้ความสนใจดูแลเอาใจใส่ความในปลอดภัยของท่านและผู้ร่วมงานเป็นอย่างดี 4.80 0.41 มากที่สุด 3.52 1.12 มาก 9. ท่านรู้สึกว่าท่านเป็นคนมีคุณค่าที่ได้ท าประโยชน์อันสูงสุด คือ การได้ก าจัดกิเลสภายในจิตใจของตนซึ่งจะน าไปสู่กับ การก าจัดขยะภายนอกด้านวัตถุที่ เป็นปัญหาขยะล้นเมืองและโลกในปัจจุบันอย่างมาก 4.94 0.24 มาก ที่สุด 4.01 0.77 มาก 85 ตารางที่ 10 (ต่อ) ปัจจัยเจตคติและความพึงพอใจ ในการท างาน สถาบันขยะวิทยา ด้วยหัวใจ (n=35) ผู้ประกอบอาชีพ เก็บขยะ (n=90) ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับ 10. งานที่ท่านท าเป็นสัมมาอาชีพ และท่านรู้สึกภูมิใจในงานที่ท าเป็นอย่างมาก 4.71 0.52 มากที่สุด 2.51 0.85 ปานกลาง โดยรวม 4.65 0.44 มากที่สุด 3.40 0.95 ปานกลาง ตารางที่ 10 พบว่า เจตคติและความพึงพอใจในการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน