สื่อธรรมะพ่อครู(ทานสูตร) ตอน สวรรค์ 6 ชั้นของคนอวิชชา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ทานสูตร) ตอน สวรรค์ 6 ชั้นของคนอวิชชา พ่อครูว่า… คนจะอยู่ก็ควรอยู่อย่างเป็นประโยชน์ไม่เป็นโทษ แล้วคนที่มีแต่โทษไม่เป็นประโยชน์คืออย่างไร คือ คนที่มีกิเลสมาก ราคะมาก โทสะมากหรือโลภะมาก โทสะมาก พยาบาทมาก โมหะมาก คนอย่างนี้มีแต่โทษ อยู่ในโลกอย่างไรก็มีแต่โทษ พากันสร้างโทษภัยให้แก่สังคมแก่มนุษยชาติ แต่ถ้าคนใดที่ได้พบสิ่งที่ประเสริฐของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่าอาริยสัจ สิ่งที่เป็นความจริงอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า ศึกษาและจะรู้จักจุดสำคัญของชีวิตว่าเรามี อวิชชา ไม่รู้จักว่าเราถูกเจ้าราคะโทสะโมหะ มันเป็นเจ้าเรือนเป็นเจ้านายใหญ่บังคับให้ชีวิตเราเป็นไปตามคำสั่งของมัน ตกเป็นทาสมันอยู่ พระพุทธเจ้าก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นต้องจัดการด้วยวิธีที่ท่านค้นพบ วิธีที่จะศึกษาเรียนรู้โลกีย์ที่เห็นได้อ่านกิเลสให้ออกให้เรียกว่า สักกายะของตน อ่านอาการ ลิงค นิมิต อุเทสของตน อุเทสคือคำบรรยายอย่างอาตมาพูดนี้ ให้รู้ให้เข้าใจด้วยบัญญัติพยัญชนะภาษา แล้วเราก็ไปอ่านอาการ ลิงค นิมิต ของใจเราว่า อาการอย่างนี้เป็นอย่างไร เป็นรูป แล้วมีนามไปอ่านรู้ แยกแยะกิเลสออก จุดสำคัญมันอยู่ที่ใดอย่างไร ข้อสำคัญคือหาตัวกิเลสให้เจอที่กิเลสจะอยู่ได้คือ เวทนา เวทนานี่ มันเป็นเวทนาที่มีตัวที่เมื่อมันเกิดเวทนาแล้ว มันก็จะมีสัญญากำหนดรู้แล้วก็จะรู้เข้าไปถึงเจตนาในเวทนา ตัวเจตนาเป็นตัวมุ่งหมายต้องการ มุ่งหมายต้องการมีสามอย่าง 1.มุ่งหมายต้องการเป็นกาม เป็นสามัญของมนุษย์ ต้องให้รู้เหตุที่ชื่อว่ากาม แล้วเรียนรู้จนกำจัดมันได้สลายมันได้ อ่านในจิตเรา เป็นสิ่งที่เข้ามาปลอมแปลงเป็นตัวตนในเราเป็นอัตตาในเรา ซึ่งมันไม่ได้อยู่กับตัวเราตลอดเวลา มันไม่เที่ยง มันแปรปรวนไปมา เดี๋ยวมันไปเดี๋ยวมันมา บางทีตัวนั้นก็มีตัวนี้ก็มาเฉ
อ่านต่อ
ยๆ จะใช้แล้วไม่มีปัญญาก็มี เด๋อเฉยๆถ้าเรียนรู้จริงๆแล้วจะเรียนร่วม เฉยๆที่อุเบกขานี้ อุเบกขาแบบเคหสิตะ กับอุเบกขาที่เป็นเนกขัมมสิตะ จะต่างกัน เฉยๆแบบเคหสิตะ เป็นแบบอัตโนมัติยถากรรม มีกันไปเป็นตามธรรมชาติ คนเรามีบางเวลาอยู่เฉยๆไม่สุขไม่ทุกข์ด้วย มันไม่รู้หรอกไม่รู้ตัว ก็มีบ้าง แต่ส่วนมากเราต้องดิ้นแสวงหาเป็นสัมภเวสี เป็นภพ ได้ตามภพก็สุข พอแสวงหาอยากได้อยากมีอยากเป็นก็เป็นทุกข์ ได้มาก็เป็นตัวมายาที่เรียกว่าสวรรค์ เรียกว่าเทวดา เทวดา 6 ชั้น แสวงหาอย่างโหด สี่ประตูเรียกว่าจาตุมหาราชิกา แสวงหาได้มาเสพ ก็สุขเด๊ เป็นดาวดึงส์สวรรค์เป็นอาการที่ 33 เป็นอาการเก๊อาการปลอม ธรรมดาอาการของมนุษย์มีแค่ 32 ทวัตติงสาการ แล้วก็โง่ไปสร้างอาการใหม่ขึ้นมาอีกอันหนึ่งเรียกว่าดาวดึงส์ ชอบใจ อยู่กับสวรรค์ดาวดึงส์ หลอกทั้งนั้น แล้วอยากได้ให้อยู่นานๆก็เป็น ยามะ ให้อยู่นานๆ หากมันหายไปก็ทำให้ได้อีก ยามา ให้อยู่นานๆ เสร็จแล้วก็เมื่อย ก็ต้องพัก ดุสิตา แดนดุสิต มันมีมันเต็มก็ต้องพักก็ไม่พักก็ดิ้นรน นั่นแหละเรียกว่าโง่ สงบก็ไม่สงบ ให้พักก็ไม่พัก เขาให้พักก็ไม่พัก แล้วก็ดิ้นเป็นนิมมานรดี มันไม่มีเหตุปัจจัยก็ปั้นขึ้นไปเอง เป็นนิรมาณกาย เขาหลงเป็นกายทิพย์ แต่เป็นของเก๊ อรหันต์ไม่มีสวรรค์ไม่มีนรก ผู้ที่ยังมีสวรรค์มีนรกก็คือยังมีภพ ยังติดยึดเสพ แสวงหาภพเป็นสัมภเวสี พระอรหันต์หมดความเป็นสัมภเวสีไม่ดิ้นรนหาภพชาติ แต่นี่พักก็ไม่พักดันไปสร้างใหม่ สร้างขึ้นจนสำเร็จด้วยตัวเองยินดีในตัวเอง มีวิมาน เป็นนิมมานรดี คือมันไม่มีจริงปั้นเอา ก็สร้างจิตขึ้นมาเป็นของตน จนเก่งยิ่งใหญ่ก็หาพรรคพวกเห็นดีด้วย สร้างร่วมกัน หนักเข้าเป็นเจ้าใหญ่นายโต ให้คนอื่นมาสร้างให้ด้วยเป็นปรนิมมิตวสวัตตี มีอำนาจควบคุมคนอื่นให้สร้าง กลายเป็นสวรรค์เพ้อพก สวรรค์ลวง สวรรค์มายาเลอะเทอะ สวรรค์ 6 ชั้นคือของคนโง่ คนอวิชชาอยู่ในสวรรค์ สวรรค์ก็คือนรก นรกก็คือสวรรค์เป็นอันเดียวกัน เป็นเทวะเป็นของคู่ เสพสิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นมา เทวะ ที่เสพสมสุขสม สมสู่ในตัวเองคือเรียกว่าพวกไส้เดือน ไม่หมดพันธุ์ไม่หมดเชื้อเป็นพวกที่ฆ่าไม่ตาย เอาไปฆ่าด้วยหอกร้อยเล่มเช้ากลางวันเย็นก็ไม่ตาย 630124_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สภาวะของธัมมจักกัปปวัตตนสูตร