สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน เปยยวัชชะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน เปยยวัชชะ ผู้ที่เรียนรู้สภาพธรรม คุณรู้จักโลกสมุทัยกับโลกนิโรธ หากรู้นิโรธแล้ว วนไปอย่างไรมันก็ไม่มี จะอยู่กับโลกปรุงแต่งอยู่กับโลก เขาปรุงแต่งแล้วก็เออออห่อหมกกับเขาได้ ตัวเองไม่ได้เป็นอะไรกับเขาหรอก ยกตัวอย่างเหมือนกับอาตมาเป็นแม่ครัวเป็นเชฟเบอร์ 1 พ่อครัวหัวป่าก์ เป็นผู้ปรุงอาหารที่เก่ง แล้วอาตมาไม่ได้ติดอาหารที่อร่อยหรือไม่อร่อย แต่ทำอาหาร รู้ว่า คนกินจะกินรสไหน ถ้าไม่ทำอย่างนี้มันก็ไม่กินก็เสียของ ก็ต้องปรุงให้เป็นอย่างนั้นอาศัยรสเป็นกระษัยยา ซึ่งเป็นศิลปินมีศิลปะในการที่จะให้คนกินยา คนจะกินยาต้องเอาน้ำตาลมาเคลือบ เอาสีให้ดูน่ากิน เอาสุนทรียศิลป์มาประกอบกับสาระศิลป์ สุนทรียศิลป์คือสิ่งที่ชวนให้รับเข้าไปได้ แต่อย่าให้ติดส่วนประกอบเหล่านั้น ศิลปะก็อย่าให้ติดในสุนทรีย์ที่เอาไปประกอบ เป็นเพียงแต่เชื้อเชิญให้เราไปลิ้มลอง เมื่อได้สาระไปแล้วก็ไม่ไปติดยึดนำพากับสิ่งที่ฉาบไว้ ศิลปะที่ดีคือเป็นผู้มีฝีมือทำให้คน ลิ้มได้ งานศิลปินคือ งานที่เสนอให้คนสัมผัสแล้ว 1 มีสุนทรียศิลป์ เชิญชวนให้คนมารับ เรียกในบัญญัติภาษาว่า เปยยวัชชะ เปยยวัชชะยากมากให้มาลิ้มของควรดื่ม เปยยะแปลว่าของควรดื่ม วัชชะ เป็นกิเลสเป็นสิ่งที่โลกติเตียนเป็นสิ่งไม่ดี ให้เขาดื่มสิ่งที่โลกติเตียน ผู้ฟจะติเตียนโลกได้คือผู้รู้ คนอยู่เหนือโลกได้จึงติเตียนได้ คุณต้องรู้จักโลกจึงติเตียนโลกได้ หากไม่รู้จักโลกแล้วไปติเตียนโลกคือคนเตี้ยอุ้มค่อม คุณต้องไม่เป็นโลกแล้วไม่มีโลกนั้นแล้วอยู่เหนือโลกนั้นได้แล้วจึงติเตียนโลกนั้นได้ ให้เขาดับโลกไม่มีโลกเหมือนคุณได้ 630124_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สภาวะของธัมมจักกัปปวัตตนสูตร