ปัญญาต้องมีกายภายนอกร่วมด้วยเสมอ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปัญญาต้องมีกายภายนอกร่วมด้วยเสมอ _สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ที่ลูกเข้าใจ คำว่า กาย คือกามภพ ลูกอยากถามพ่อครูว่า ในขณะที่ลูกนั่งทำงานขณะนั้น ลูกไปเอาสัญญามาคิดปรุง แล้วลูกเกิดความรู้สึกเศร้า นี้เรียกว่า กาย ไหมคะ น้อมกราบพ่อครูค่ะ พ่อครูว่า…สัญญาที่มาคิดอยู่เพียงภายนอกนั้นไม่ใช่กาย มีแต่สัญญาไม่เป็นปัญญา ปัญญาจะต้องมีกายภายนอก สรุปอีกทีนึง แล้วจะหาว่าอาตมาว่า เพราะมันต้องว่า เพราะยังไม่เชื่อที่อาตมาพูด ที่พูดย้ำซ้ำซากเพื่อจะให้เข้าใจได้ชัดเจนลึกซึ้งทุบเข้าไป พวกหลับตาปฏิบัติธรรมไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายใจคุณจะมีแต่สัญญา คุณจะไม่มีปัญญาเลย ในมหาจัตตารีสกสูตร ข้อที่ 258 ผู้ที่จะเกิดปัญญานั้นจะต้องมีธรรมะวิจัยสัมโพชฌงค์ มีสัมมาทิฏฐิ มีมรรคองค์8ปฏิบัติทั้งทำอาชีพทั้งขณะทำการงานทุกอย่าง เป็นคนทำงานอยู่อย่างสามัญมีทั้งขณะพูด ทั้งขณะคิด มีทั้งอาชีวะ กัมมันตะ วาจา สังกัปปะ และมีกระทบสัมผัสเกี่ยวข้องทั้งภายนอก มีธรรมะวิจัยโพชฌงค์แยกแยะวิจัยวิจารณ์ออก ครบครันทั้งภายนอกและภายใน มีทั้งธรรมวิจัย และครบทั้งสังกัปปะ 7 แล้วทำให้ผลจับกิเลสได้ลดกิเลสได้ การเห็นกิเลสการรู้จักกิเลสดับกิเลสได้ลดกิเลสได้จึงเรียกว่า ปัญญา คุณนึกว่าคุณลดกิเลสได้คิดนึกในสัญญาแล้วคิดว่าลดกิเลสนั่งหลับตาปฏิบัติอย่างนั้นนั่งหลับตาให้ตายอย่างไร ก็ไม่ได้บรรลุธรรม ไม่ได้ปัญญา การหลับตาปฏิบัตินั้น ใช้เตวิชโช อย่างเช่นอาตมานอนหลับตาไปไม่ได้นอนหลับไปก็ตรวจสอบแล้วนึกทบทวนอดีต เป็นการสังเคราะห์สังขารอยู่ภายในเท่านั้นเรียกว่า สัญญา มันไม่ได้เป็นปัญญาเลย อาตมากำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับปัญญาเล่ม 1 ปัญญาไม่ใช่เรื่องทั่วๆไปที่โลกรู้เลย แต่ปัญญาเป็นโลกุตรธรรม เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้าตรั
อ่านต่อ
สรู้เป็นโลกุตรธรรม มันไม่ใช่ธรรมะของโลกีย์เลย 631021_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โลกุตรธรรมนำไทยให้รอดพ้นวิกฤติการเมือง