พอใจในเสนาสนป่าคือเช่นไรในอปริหานิยธรรม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.68 KB
วันที่แก้ไข20 ตุลาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

พอใจในเสนาสนป่าคือเช่นไรในอปริหานิยธรรม _แพทย์วิถีธรรม…หมอเขียวมีคำถาม…ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูจะไปตีเมืองวัชชีก็ส่งวัสสการพราหมณ์ไปถามพระพุทธเจ้าว่าจะมีความเห็นอย่างไร พระพุทธเจ้าก็ถามพระอานนท์ว่าเขายังทำอปริหานิยธรรมที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ไหม พระอานนท์ก็บอกว่ายังทำอยู่ พระพุทธเจ้าก็บอกว่าจะเจริญอย่างเดียวตีไม่แตก ก็ทำให้วัสสการพราหมณ์เข้าใจ ในระหว่างที่เมืองวัชชียังทำอปริหานิยธรรมอยู่ เมืองมคธก็ไม่ไปตีเมืองวัชชี แต่สุดท้ายก็รู้ว่าถ้าจะตีได้ ต้องทำให้ชาววัชชีหยุดทำอปริหานิยธรรมจึงจะตีให้แตกได้ ก็หาวิธี สุดท้ายเมื่อแคว้นวัชชีไม่ทำอปริหานิยธรรมเมืองก็แตก อยากให้พ่อครูอธิบาย “อปริหานิยธรรม” ตามสมควรครับ พ่อครูว่า…อปริหานิยธรรม 7 ข้อ อาตมาก็จำได้ไม่หมด 1. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ 2. เมื่อประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุม เมื่อเลิกประชุม ก็พร้อมเพรียงกันเลิก และพร้อมเพรียงกันทำกิจที่ หมู่จะต้องทำ 3. จักไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ จักไม่เพิกถอนสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ แล้วจักประพฤติมั่นในสิกขาบทตามที่พระองค์ ทรงบัญญัติไว้ 4. สักการะเคารพนับถือบูชาท่านผู้เป็นเถระ ผู้เป็น..รัตตัญญู ผู้บวชมานานเป็นสังฆบิดร เป็นสังฆปริณายก และจักสำคัญถ้อยคำแห่งท่านเหล่านั้นว่า เป็นถ้อยคำอันตนพึงเชื่อฟัง 5. ไม่ตกอยู่ในอำนาจตัณหาที่เกิดขึ้นแล้ว อันเป็นเหตุให้เกิดเป็นภพต่อไป 6. จักพอใจอยู่ในเสนาสนะป่า (ป่า คือ สภาพความสงบสงัดจากกิเลส) 7. จักเข้าไปตั้งความระลึกถึงเฉพาะตนไว้ว่า.. ไฉนหนอ เพื่อนพรหมจรรย์ ผู้มีศีลเป็นที่รัก ที่ยังไม่มา..ขอจงมา และที่มาแล้วพึงอยู่เป็นสุข (พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 21)

ข้อที่อาจจะสับสน คือ พอใจอยู่ในเสนาสนะป่า เป็นข้อที่ขัดแย้งกับความ

อ่านต่อ

เป็นจริง อาตมาอธิบายว่าศาสนาพุทธนั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้ส่งเสริมให้ไปอยู่ป่า แต่ถ้าฟังอย่างนี้แล้วเหมือนเป็นศาสนาที่ส่งเสริมให้ไปอยู่ป่า ที่จริงเขาก็พยายามแปลเข้าข้างตัวเองให้มีร่องรอยว่า จะพอใจอยู่ในเสนาสนะป่า(ป่าคือความสุขจากกิเลส)แต่พวกเราวงเล็บว่า พอใจในเสนาสนะป่า แปลว่ายินดีพอใจในเสนาสนะป่า อาตมาก็เป็นผู้ที่มีใจยินดีในเสนาสนะป่า แต่อาตมาไม่ได้ยินดีในเสนาสนะป่าที่เป็นป่าคอนกรีตหรือเมืองที่วุ่นวายไม่ได้ยินดี คำว่าเสนาสนะป่าในความหมายของพระพุทธเจ้าก็หมายถึงว่า ถิ่นที่สงบ หรือแม้จะหมายถึงป่าจริงๆก็ไม่เป็นไร แต่หมายถึงว่าจิตยินดี ไม่ใช่ว่าเอาตัวตนไปอยู่ป่า อาตมานิใจยินดีกับเสนาสนะป่า ไปอยู่ที่ไหนก็สร้างป่า ขนาดอยู่ในกรุงเทพฯสันติอโศกก็สร้างป่า อยู่ที่ไหนก็สร้างป่าทั้งนั้น แต่ไม่จำเป็นจะต้องไปอยู่ป่า คำว่า ป่า คำนี้ไม่ได้หมายถึงว่า ป่าช้าป่าชัฏป่ารก แต่ป่าคือ สวนต้นไม้ มีต้นไม้มากๆหน่อยร่มเย็น นี่เรียกว่าป่าเป็นที่สงบสงัด ไม่ใช่แบบป่าคอนกรีตหรือมีแต่วัตถุสร้างวัตถุเต็มไปหมด ทุกวันนี้อาตมาก็สร้างธรรมชาติ ป่าหมายถึงว่าธรรมชาติ ทุกวันนี้แม้แต่ราชธานีอโศกก็ยังสร้างไม่เสร็จยังปลูกต้นไม้ต้นยางนี่ อีกสัก 10 ปี 20 ปีต้นยางต้นหว้าต้นตาล จะขึ้นกัน จะเห็นชัดเลยมาบ้านราชฯ แต่ก่อนมาบ้านราชฯมีแต่น้ำท่วมและพุ่มไม้ อุ่มไม้ นอกนั้นไม่มีต้นไม้ใหญ่หรอกหัวแดงเลย เรามาอยู่ก็ปลูกต้นไม้ใหญ่ขึ้นมาเอง ปลูกต้นไทรปลูกต้นฉำฉาปลูกต้นอะไรต่างๆนานาจนกระทั่งปลุกต้นยาง ก็พยายามเลี้ยงมันมาจนเป็นป่ายาง เราไม่ใช่สร้างแต่ต้นไม้เราสร้างลำธารขุดลอกบุ่งให้ดี ทำลำธารถอยหลังเข้าครรลอง อย่างนี้เป็นต้น เราก็ทำ ปลูกต้นหมากรากไม้ จะสร้างเป็นคอนโดภูเขา ผาแหงน จะสร้างภูเขาตะนาวศีล นี่จะสำเร็จหรือเปล่าก็ไม่รู้ 631019_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 13

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน