สังคมเสมอสมานกันเป็นเช่นไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข2 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

สังคมเสมอสมานกันเป็นเช่นไร _คนผู้หนึ่ง เพ็ญหลายฝั่ง : กราบนิมนต์พ่อครูให้สัจธรรมครับ “ทิฐิเสมอ-สมานกัน” โสดาบันเสมอและสมานกับโสดาบัน แต่ไม่สมานกับอนาคามี ไม่สมานกับอรหัตตบุคคล เป็นเพราะอะไรข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟัง การทำงานของพ่อท่านที่มีทั้งควบแน่น (ให้ตกผลึกด้วยแก่นของโลกุตรธรรม) และมีทั้งการขยายกุศลแผ่กว้างออกไป (ด้วยระบบสาธารณโภคี) จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลงตัวพอดี ให้ดูงามเรียบราบลุ่มลึก ไม่มีตะปุ่มตะป่ำ .. เพราะย่อมต้องมีตะป่ำตะปุ่มอยู่แน่ๆ ปุ่มใหญ่บ้าง ปุ่มเล็กบ้าง ปุ่มคันบ้าง เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ อันเกิดจาก “ความรู้ใหม่ในทางธรรมของลูกๆ” แล้วลูกๆ ก็เอาความรู้ที่ตนเองมีสมองอัน “ฉลาดเฉกตา” นั้น เอาไปเหลาหอกให้แหลมคม เพื่อทิ่มแทงผู้อื่น แทงแม้กระทั่งท่านสมณะ หรือแทงฆราวาสที่ท่านมี “วิโมกข์”แล้ว (เพราะผู้มีวิโมกข์ท่านไม่เห็นด้วยกับ เฉกตา ของตน) อัน”เฉกตา”นั้นจะพาลขับดันให้ตนเข้าใจผิดว่า ตนคือสายปัญญาที่จะต้องเหนือกว่าบรรดาทีมงานอื่น เช่น ทีมงานบริหารชุมชน ที่ถูกตนมองด้วยความปรามาส ว่า มีแต่ศรัทธา ไม่มีปัญญา ชุมชนจึงไม่เจริญ และชาวบ้านแถวนี้ก็ยังจะมีความพึงพอใจอยู่หรือกับคุณภาพแค่นี้ของคณะผู้บริหารแบบนี้ นี่ล่ะคือ ตะปุ่มตะป่ำ ที่ยังไม่ราบเรียบลงตัวของคำว่า ทิฐิเสมอสมานกัน คือ ยินยอมที่จะเสมอ ยินยอมที่จะสมานกันก็แต่เฉพาะบุคคลระดับเดียวกัน ที่หิ้วตะกร้าเดินตามหลังกันต้อยๆ เท่านั้น แต่จะไม่ยอมสมานกับบรรดาผู้มีวิโมกข์ ที่ท่านเหล่านั้น รู้จักดีว่า อะไรควรระงับ ควรหยุด และรู้ดีว่าอะไรคือ Phenomena ที่ปัจจุบันนี้มีอะไรมาประจวบกันขึ้นอยู่จริงๆ โดยไม่ต้องฟุ้งซ่านดิ้นรนด้วยความใคร่ ว่า จะต้องเร่งให้เจริญ จะต้องทำให้สังคมภายนอกเกิดการยอมรับอโศก มีคนนับหน้าถือตาขึ้นเป็นจำนวนมาก ส

อ่านต่อ

ังคมอาริยะของเรา ในแง่ความเสมอสมานกันนั้น เป็นแบบนี้ใช่ไหม ว่า โสดาบันจะเสมอและสมานกับโสดาบันเท่านั้น แต่จะไม่สมานกับอนาคามี ไม่สมานกับอรหัตตบุคคลเลย เพราะทิฐิของอนาคามีและอรหัตต์ย่อมมีทิฐิเป็นจอมแหแบบ เป็นไปเพื่อมักน้อย สันโดษ (เป็นของชนกลุ่มน้อย) ส่วนทิฐิของพวกโสดาบัน ควรจะเป็นฝ่ายค้าน เพราะพวกโสดาบันมีจำนวนมากกว่า ที่จะทำประโยชน์สุขแก่ พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ ได้มากกว่าผู้บริหารที่มีจำนวนน้อย ? ขอพ่อท่านกรุณาให้สัจธรรมด้วยเทอญ พ่อครูว่า…ที่พูดมานี้ วิจัยละเอียดวันนี้ก็ถูกต้องแล้วล่ะ ซึ่งมันค่อยๆดำเนินไป เอาคำว่าเสมอกับสมานมาพูดอธิบาย นัยยะ ความหมายของมันละเอียดขึ้นไปก็ใช่ก็ถูกต้อง ศึกษาให้ดีคำว่าเสมอสมานก็ตามไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจคือมันจะมีเสมอเท่ากันแล้วแล้วก็สมานเริ่มเชื่อมไปกับอันอื่น อันที่สมานได้อย่างที่คนคนนี้อธิบาย โสดาบันไปสมานกับสกิทาฯได้ แต่ไม่อาจไปสมานกับอนาคาฯกับอรหันต์ เสมอโสดาบันแล้วเอื้อมไปสมานกับสกิทาฯ จะไปสมานกับอนาคามี อรหันต์ยังไม่ถึงมันจะข้ามขั้นละเอียดลออขึ้นมา เราก็ศึกษากันอย่างนี้แหละ ศึกษาไปแล้วก็ได้มรรคผลไปเกิดบุคคลจริงเป็นคนจริง อาตมาจะว่าไปแล้ว อาตมาภาคภูมิใจตนเองอยู่ ที่เป็นจุดสำคัญมากๆก็คือ อาตมาสามารถทำให้ฆราวาส นี่อย่างพวกเราชาวอโศก เข้ามาปฏิบัติธรรมอยู่ในกรอบในระบอบของสาธารณโภคีสำเร็จ หรือให้มาเป็นกลุ่มชุมชนที่มีสาราณียธรรม 6 ได้สำเร็จ ก็แสดงว่า อาตมาสามารถทำให้พวกเรามีคุณธรรมวรรณะ 9 ได้ วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) อาตมาอธิบายแล้วอธิบายอีก ไม่มีอาจารย์คนไหนเอาสิ่งเหล่านี้มาขยายความให้เข้าใจให้ดีๆเพื่อปฏิบัติตามตั้งแต่ไตรสิกขา ปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 ตามพื้นฐานรากฐานสูตรสำคัญยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า สูตรองค์รวม ไตรสิกขาจรณะ 15 วิชชา 8 เป็นศูนย์รวมพระพุทธเจ้าเลย แม้จะบอกว่ามรรคมีองค์ 8 โพธิปักขิยธรรม 37 ก็ตาม ก็เอามาอธิบาย แล้วเข้าใจพยัญชนะเข้าใจสภาวะของสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ตามที่อาตมาเข้าใจ พวกคุณเข้าใจแล้วปฏิบัติตามเข้าใจนี้ จนมีมรรคมีผล มี Phenomena มีปรากฏการณ์จริงของพวกคุณมาเป็นจริงเอง ซึ่งพวกคุณจะเสแสร้งอดทน กดข่มก็ตาม หรือไม่ต้องกดข่ม แต่มาได้อย่างสบาย มาได้เต็มตัวก็มา หรือนานๆทีมาก็เป็นอิสระเสรีภาพเต็มที่ ที่นี่ไม่ได้ปิดบังอะไร เป็นแต่เพียงว่าเข้ามาอยู่ในนี้จะมีกรอบพื้นฐานก็คือศีล 5 ไม่กินเนื้อสัตว์ กินมังสวิรัติ อาตมาทำมา 50 ปี มารวมตัวกัน 2516 ที่แดนอโศก แล้วค่อยมีหมู่กลุ่มขึ้นไป จนกระทั่งขยับขยายมามีปฐมอโศก เรียกว่าแห่งแรก ที่จริงแห่งแรกคือแดนอโศก ที่จริงแห่งแรกจริงๆคือสวนอโศก อยู่ฝั่งธนฯ แต่ไม่ลงตัว เลยเป็นแดนอโศก มีที่ดินประมาณ 7 ไร่ เป็นสวนมะพร้าว แล้วมาได้ปฐมอโศก แรกๆซื้อที่ดิน 47 ไร่ คุณจำลอง บอกว่าภูมิใจนักหนาที่มีบ้านหลังแรกที่ปฐมอโศก ลงมือสร้างเองเลยนะ พันเอกจำลอง ศรีเมือง จากนั้นมาคุณจำลองก็อยู่กับพวกเรามาจนถึงบัดเดี๋ยวนี้ ญาติโกโยติกา ลูกๆหลานๆเขา พยายามรวมตัวกันสร้างบ้านให้อยู่ ก็ยังเหนียมไม่ค่อยมาเลย หรือยังทิ้งโรงเรียนผู้นำไม่ได้ ก็อายุป่านนี้แล้ว สังขารร่างกายง่องแง่งแล้ว อ่อนกว่าอาตมา 1 ปี 1 เดือน คุณจำลอง แซ่โล้ว อาตมาแซ่โง้ว _สู่แดนธรรม...จากกรณีความเห็นของคุณคนผู้หนึ่ง มีคำถามมาว่า แม้โสดาบันจะไม่เสมออนาคามี อรหันต์ แต่ควรสมานไหมครับ พ่อครูว่า…ไม่เหลื่อม มีกระแสไปตามลำดับ ลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเลเชื่อมกัน สิ่งที่เป็นเลือดเดียวกัน มันจะรับกัน สัมพันธ์กันต่อกันไปเจริญเป็นลำดับ หยาบไปหาละเอียด แน่นอน มันมีความเชื่อมกัน เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว relation นี้มันสุดยอด ไม่ใช่ตรงกันข้าม แต่เชื่อมต่อกันหมด ศึกษาไปดีๆแล้วก็จะได้เข้าใจ

640402_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เมืองไทยเป็นเมืองของพระพุทธเจ้า-โลกุตรธรรมจะช่วยโลกได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน