ศาสนากรรมกับศาสนากอด.docx
เนื้อหาในไฟล์
ศาสนากรรมกับศาสนากอด พ่อครูว่า…วันนี้ วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน 2564 ที่บวรราชธานีอโศก แรม 7 ค่ำเดือน 5 ปีฉลู วันนี้ทางจีนเขาเรียกว่าวันเช็งเม้ง คือวันที่ระลึกถึงญาติ วันที่รวมญาติ เขาสามารถที่จะให้ญาติโกโยติกา มารวมกันให้มากที่สุดเท่าไหร่ เขาก็พยายามระลึก เป็นความเข้าใจเป็นภูมิปัญญาชนิดหนึ่งของคน เห็นว่า คนเรานี่ เกิดมาเกี่ยวข้องกัน เป็นปู่ย่าตาทวดอะไรกันมาเป็นลูกหลานเหลนโหลนอะไรกันมา มันเกี่ยวข้องกัน เกี่ยวข้องกันสูงสุดคือเกี่ยวข้องกันด้วยกรรม ศาสนา 2 ชนิดในโลกคือ ศาสนาเทวนิยมกับ อเทวนิยมมีต่างกันอยู่สำคัญที่สุดก็คือ กรรม กับ God ต่างกัน อ่านอย่างภาษาไทยๆว่า กอด กรรมกับกอด คำว่ากอด ในภาษาไทยไม่ชัดเจน กอดคือโอบแน่น กอดอย่าปล่อยเลย นี่คือเทวนิยม กอดไว้ไม่มีปล่อยหรอก ไม่มีกระจายไม่มีแยก แยกไม่ได้ กอด อยู่นั่นแหละ แยกไม่ได้เลย แยกออกจากกันไม่ได้ ไม่แยก ไม่มีความรู้ในการแยกแยะ ไม่มีการกระจายลักษณะต่างๆออกไปให้ชัดเจน ทั้งหมด จนกระทั่ง อย่างพระพุทธเจ้าสามารถแยกออกไปจนกระทั่งสามารถละเอียดเลย โอ้โห ที่จริงมันไม่มีอะไรเลยมันเป็นการรวมตัวของเหตุปัจจัยเท่านั้นเองเป็นรวมกันสังขารกันอยู่แล้วมารวมกันเป็นวิญญาณ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ว่าแท้จริงมันมีเพียง 2 อย่าง เมื่อเกิดมาเป็นชีวะระดับจิตนิยามก็มีนามกับรูป เมื่อมันมาเชื่อมต่อกันสัมผัสกันเกิดอายตนะสัมผัสกันเกิดขึ้นมา มันก็จะเกิดสภาวะให้รู้เลยว่า รูปนาม สัมผัสกันก็เป็นวิญญาณ รูปนามสัมผัสกันก็เรียกว่าสังขารรูปนามสัมผัสกันก็เรียกว่าเวทนา ผู้มีวิชาก็จะรู้ว่ามันเป็นลักษณะสังขารอย่างนี้ มันเป็นวิญญาณอยู่ในลักษณะอย่างนี้มันเป็นเวทนาก็อยู่ในลักษณะนี้ แล้วยังไร วิญญาณมันก็คือก้อนหนึ่ง จับตัวแน่นในคน กอด กันอยู่จนไม่รู้อะไรคืออะไร เพราะฉะนั้นศาสนา
อ่านต่อ
กอด ถึงไม่รู้จักวิญญาณเพราะกอดกันแน่นจนไม่รู้ว่าอะไรผสมกันอยู่ตลอดนิรันดรนิรันดร์กาลไม่รู้เลย ว่า วิญญาณคืออะไร แยกไม่ออก ก็เลยมีวิญญาณอยู่ตลอดนิรันดรแยกไม่ออก พระพุทธเจ้ามาศึกษามาตรัสรู้แล้ว โอ้โห มันไม่มีจริงๆเลยมันไม่ใช่ของจริงเป็นอนัตตา มันไม่มีตัวไม่มีตัวตนจริงมันรวมอยู่ พอมาเป็นจิตนิยามมันก็เลยมาเป็นอวิชชามีตัวโง่ โง่ก็เลยจับตัวกันกอดแน่นอยู่อย่างนั้น จับได้แล้ว เจ้า กอด แต่ศาสนาที่มีพระเจ้าที่เรียกเสียงว่า God ที่เรียกว่า กอด ก็ไม่รู้ว่าอัตตาคือความกอดแน่นของรูปนาม อัตตาหรือปรมาตมันหรือวิญญาณ มันคือความกอดแน่น กันอยู่ของธาตุหลัก 2 ตัวคือรูปกับนาม หรือ กายกับจิต หรือแยกแยะออกไป โอ้โห ก็คือทีละคู่ๆ ก็คือเทวะ พระพุทธเจ้ารู้ชัดรบเทวะหมดเลยสมบูรณ์แบบ ประสบความสำเร็จในการเกิดมาโง่ พระพุทธเจ้าประสบความสำเร็จคือผู้รู้ หายโง่ รู้จบ รู้ครบ บริบูรณ์รู้ถ้วน จนกระทั่งเรียกว่าอมตะ รู้เลยว่าจะอยู่เป็นคนนี้จะอยู่กันอย่างไร อยู่ไปทำไมอยู่ไปแบบไหน ที่ดีที่สุด สบายที่สุด มีประโยชน์ที่สุด มีคุณค่า ให้แก่ทั้งโลก ทั้งมนุษย์ทั้งทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเป็นประโยชน์ให้แก่เขาได้ รู้จบก็รู้ครบเลยเป็นผู้สำเร็จ พระพุทธเจ้าจึงได้ชื่อว่าสิทธัตถะ สิทธัตถะแปลว่าความสำเร็จตามที่ต้องการ พระพุทธเจ้าสำเร็จหมดเลยตามที่ต้องการ
640404_พ่อครูเทศน์เปิดงานปลุกเสกฯ ครั้งที่ 44 พาปฏิญาณศีล 8