บริหารอย่างศีลสามัญตาทิฏฐิสามัญตาเป็นเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
บริหารอย่างศีลสามัญตาทิฏฐิสามัญตาเป็นเช่นไร พ่อครูว่า…ก็อยากจะพูดถึงเหตุบ้านการเมืองบ้าง ขณะนี้สังคมประเทศเราจะไปทิ้งจะไปมีความคิดแบบคุณเดชา อัมพร สมถะ เอาแต่บรรลุเป็นอรหันต์ไป จะไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับโลกบริขาร 8 ก็เพียงพอกับชีวิต โธ่คุณเอ๋ย คุณไม่รู้จัก กาละ เทศะ ฐานะเลย กาละเวลาก็ไม่รู้ เทศะสถานที่ก็ไม่รู้ สถานที่ ฐานะ status quo ของสิ่งต่างๆก็ไม่รู้เรื่อง พูดปนวนไปวุ่นไปหมด แล้วจะเอาแต่มักน้อยสันโดษ อาตมาว่า ตัวคุณเดชาอัมพร แม้แต่ความรู้ของเขาก็รู้มาก ก็อยู่กับความรู้มากของเขาเอามาจับผิดผู้นั้นผู้นี้ จับผิดไปหมด แม้กระทั่งพระพุทธเจ้าคิดดูสิ หาว่า สอนไม่ได้เรื่องได้ราว ไม่ระบุไปเลย ทำไมคลุมเครือ อะไรต่างๆนานาสารพัด อาตมาเคยพูดว่า อาตมากลัวคนที่เก่งกว่าพระพุทธเจ้า อาตมาไม่กลัวใครเลย อาตมากลัวคนที่เก่งกว่าพระพุทธเจ้าคนเดียวว่าจริง อาตมาก็ไม่เคยกลัวพระพุทธเจ้าเท่าไหร่นะ คนที่เก่งกว่าพระพุทธเจ้าอาตมากลัว มันเหมือนกันกับพวกที่กำลังชุมนุมประท้วง พวกสามนิ้ว นี่ไม่กลัวอะไรเลย หมูไม่กลัวปังตอ ไม่กลัวน้ำร้อน คือไม่กลัว เขาประมาณแล้วว่า อย่างไรๆ รัฐบาลก็ไม่กล้าทำรุนแรงกับเขา ถ้าหากทำรุนแรงก็จะมีพวกสิทธิมนุษยชน ต่างประเทศก็จะมาเลย เขาถือว่าอิสรเสรีภาพทุกคนมีสิทธิแสดงออกอย่างไรก็ได้(วะ) ไม่มีกรอบขอบเขตจนมากเกิน คือได้แต่เพ่งโทษผู้อื่นเท่านั้นเอง อาตมาก็ขอยืนยันว่า ทุกวันนี้ ถ้าอาตมาเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อาตมาก็คงอาจจะลาออกจากนายกไปนานแล้ว เพราะอาตมาคิดว่าชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะเป็นนายก เพราะรู้ว่างานหนัก อาตมาไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่บริหารในประเทศไทย แต่อาตมาก็บริหารประชาชนชาวอโศก การบริหารประชาชนชาวอโศกของอาตมานี้ เป็นการบริหารที่ละเอียด สุขุม ประณีต อิสรเสรีภาพยิ่งกว่าพล
อ่านต่อ
เอกประยุทธ์ เพราะพลเอกประยุทธ์นั้นไม่ได้ใช้กฎหมายมาว่า ส่วนอาตมาไม่ได้อ้างกฎหมายมาตีพวกเราหรอก ให้พวกเราสำนึกในเรื่องพระธรรมวินัย หรือกฎระเบียบ ศีลธรรมของพระพุทธเจ้าเอง ผู้ใดได้เท่าไรก็ได้เท่านั้นตามฐานานุฐานะ แล้วก็ได้สัดส่วนที่เรียกด้วยสำนวนวิชาการว่า ทิฏฐิสามัญตา ศีลสามัญตา ความเสมอสมานตามฐานะโสดาบันเสมอกับพระโสดาบัน สกิทาเสมอกับสกิทาคามี อนาคามีเสมอกับอนาคามี อรหันต์เสมอกับอรหันต์ ต่างคนต่างรู้ฐานะของตน แล้วรู้ฐานะของผู้ที่ต่ำกว่า รู้ฐานะของผู้ที่สูงกว่า สามารถที่จะร่วมประสาน แพ้ผู้ต่ำกว่าก็ไม่ข่ม แม้ผู้สูงกว่าก็ไม่อวดดีด้วย ไม่ข่มไม่อวดดีด้วย เพราะรู้จริงว่าฐานะสูง ฐานะต่ำ เพราะฉะนั้นแม้แต่ผู้ที่ฐานะต่ำอย่างยอมกับผู้ที่ฐานะต่ำกว่าเราได้ เพราะเรารู้แล้วว่าเขาไม่รู้ เขาทำ เขาเด็กกว่าเรา เขาไม่เดียงสา ไม่เข้าใจอย่างที่เราเข้าใจแล้วจะไปข่มเราได้อย่างไร จะไปบังคับให้เขารู้ได้อย่างไร มันไม่ได้ เราก็ต้องมีปฏิภาณไหวพริบ ที่จะทำอย่างไรให้เขารู้ว่า มันเป็นกลยุทธ์หรือเป็นแทคติก เป็นวิธีการที่ซับซ้อนลึกซึ้งมากเลยว่าทำอย่างไรให้เขารู้ว่าคนเดียวคนยอมเรายอมนี่ เรายอมนี่แหละคือเราผู้ที่ทำสิ่งที่สมควรกว่า ถ้าเราไปดึงดันเอาชนะมันเลวกว่าแย่กว่า คุณจะทำอย่างไรคุณจะสร้างแทคติกอันนี้ สร้างกลเม็ด วรยุทธหรือเคล็ดวิชาอันนี้ ให้เขารับอันนี้ได้ เป็นฝีมือของจอมยุทธจริงๆนะ เป็นเคล็ดวิชาที่สูงส่ง จะทำอย่างไรให้เขาเข้าใจได้ว่า เรายอมเขา ให้เขารู้ว่าเรายอมเนี่ยคือสิ่งที่เหนือกว่าเอาชนะ แล้วมีสำนวนหนึ่งที่พอจะเอามาพูดแล้วจะพอเข้าใจได้ เช่น คุณจะทำอย่างไร ให้เขาดื่มคำตำหนิได้ ด้วยความยินดี แม้จะฝืน แม้จะทุกข์ แม้จะยากจะลำบาก เขาก็ เอาละ ยอมดื่มคำตำหนินี้ ภาษาบาลีว่า เปยยวัชชะ แปลว่า คำตำหนินี้ ของน่าดื่ม เขาเห็นคำตำหนินี้เป็นของน่าดื่มได้ทำอย่างไรให้เขาเห็นคำตำหนิเป็นของน่าดื่ม อย่างอาตมาทุกวันนี้ตำหนิทุกวัน ทำอย่างไรให้เขาดื่มได้ มีทั้งภาษา อย่างเคยยกตัวอย่าง คนกระหายน้ำอย่างแรงมามาถึงเรา คนนี้ก็เอาน้ำอย่างดีจะให้เขาดื่ม แล้วบอกว่า แดกซะ ให้ด้วยภาษาอย่างนี้แทบจะดื่มไม่ลงเลย หายความกระหายเลย อย่างนี้เป็นต้น ไม่พูดอะไรเลยก็จะดื่มอย่างชื่นใจ แต่นี่พูดเลยเต็มที่ มันมีความหมายอย่างไรคุณไม่รู้ความหมายของคำหยาบคำแรงอย่างนี้เลยเหรอ อาตมาพูดคำแรง คำแรงของอาตมาไม่ใช่คำหยาบ แต่คำแรงของอาตมาคือภาวะของการชี้ทุจริตตรง มันจึงแรง พระพุทธเจ้าก็ตรัสอันนี้ สิ่งที่แรงคือ ที่ชี้ความทุจริตให้ตรงความจริงมันเป็นสิ่งที่แรงที่สุด คนที่ชี้ความจริงเป็นเรื่องทุจริต ไปชี้ทุจริตใครก็แล้วแต่ที่ตรงความจริง เป๊งๆๆ แรงที่สุด เป็นความแรงที่สุด ทำความเข้าใจดูดีๆ สรุปแล้วเรื่องสังคมการเมืองอาตมาอยากจะเคลียร์ให้เข้าใจบ้างว่า โดยรวมแล้วการเมืองของประเทศไทยเป็นการเมืองประชาธิปไตยที่มี Root มีรากมาจากพุทธศาสนา การเมืองประชาธิปไตยของไทย มีเค้ารากจากอนุสัยเลย มาจากพระพุทธศาสนา เมืองไทยเป็นเมืองพุทธมาแต่ดั้งเดิมที่มีโลกุตระธรรมมาก่อนมาตั้งแต่ 2,000 กว่าปีแล้ว ก็ค่อยๆเสื่อมมามาถึงพันปีก็เสื่อมมาเรื่อยๆ จนเหลือ 500 ปีก็จะเสื่อมไปเรื่อยๆ 300 ปีก็เสื่อมเรื่อยๆ มาถึงยุค กึ่งพุทธกาล เกือบหมดเลย อาตมาขอใช้คำว่าเกือบเท่านั้น ถ้าไม่มีเลย ไม่มีอัญญธาตุ อยู่ไหนอ่ะนิสัยของคนไทยกู่ไม่ขึ้นหรอก ที่พิสูจน์ว่ายังมีเชื้อโลกุตระอยู่ก็ ที่มีคนท้วงอยู่ เขาใช้คำว่า bomb of love ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เราที่มีคนท้วงว่า อย่าใช้คำว่า bomb ให้ใช้คำว่า Explosion อย่าไปใช้คำว่า bomb แต่มันเป็นการขยายความรัก ความรักนี้คือความรักในประชาธิปไตย ความรักในผู้รับใช้ประชาชน รัชกาลที่ 9 ของเราคือผู้รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง 70 พรรษา 70 ปี ท่านทรงรับใช้ประชาชนในฐานะในหลวง คนเข้าใจหมดทั้งโลกไม่ใช่แต่คนไทย คนไทยยิ่งมีเชื้อของโลกุตระแล้ว ซึ่งอาตมาก็ยืนยันว่า หลักฐานตรงไหนที่ว่าพระพุทธเจ้ามีหลักฐานความเป็นประชาธิปไตย ก็คืออธิปไตยนี่แหละ แต่ไม่ได้ใช้คำว่าประชาธิปไตย มันต้องรวมความของเนื้อหา เนื้อหาของคำว่า อธิปไตย 3 1. หิตะ 2. สุข 3. การรับใช้ - พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) ทำประโยชน์คุณค่าให้แก่มวลประชาชน - พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) ทำให้เกิดความสุขให้แก่มวลประชาชน - โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) เป็นโลกาธิปไตย รับใช้โลกเลย ไม่ใช่แค่ประชาชนในประเทศเท่านั้น เป็นประชาธิปไตยที่รับใช้มวลประชาชนทั้งโลก เพราะเป็นทฤษฎีรวมของอธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ว่าเป็นการรับใช้มวลมนุษยชาติ ยิ่งกว่าพระเจ้า พระเจ้านั้นรับใช้ประชาชนแต่ที่จริงครอบงำประชาชน บัญชาประชาชน สั่งการประชาชน พระเจ้า แต่นี่ไม่ใช่ อันนี้เป็นนัยยะสำคัญว่าพระเจ้ากับพระพุทธเจ้าเป็นคนละขั้วคนละทิศทาง พระเจ้านั้นใช้ใหญ่แต่พระพุทธเจ้านั้นใช้เล็ก พระพุทธเจ้านั้นใช้อำนาจโดยไม่ใช้อำนาจ แต่ของพระเจ้านั้นอำนาจโดยใช้อำนาจ มันต่างกัน ขออภัยไม่ได้พูดดูถูกหรือข่ม แต่กำลังพูดเนื้อหาสาระวิชาการความรู้ ว่า ประชาธิปไตยนี้เมืองไทยมีประชาธิปไตยมาจากพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะ แม้พระเจ้าแผ่นดินของคนไทยก็เป็นพุทธมามกะมาตลอด เพราะฉะนั้นในอนุสัยในเชื้อราก Root ของจิต ในกฎมณเฑียรบาลกษัตริย์ของไทย ก็กฎมณเฑียรบาลที่เอาคำพระพุทธศาสนามาใช้นิดเดียวว่ามีทศพิธราชธรรม ซึ่งอธิบายตั้งแต่หยาบถึงละเอียด ครบหมดเลย ในปรมัตถ์โลกุตรธรรม ถ้าหากอธิบาย หยาบ กลาง ละเอียดไปถึงทศพิธราชธรรม พิธ แปลว่าหลากหลาย variety ครบในนี้หมดเลย ก่อนจะจบก่อนจะหมดวันนี้ ขอยืนยันว่า เมืองไทยเป็นเมืองตัวอย่างของโลก ในเรื่องของการบริหารก็ดี ในเรื่องของการมีคุณธรรม โดยเฉพาะคุณธรรมเป็นรากฐานของมนุษยชาติของสังคม มวลประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ค่าเฉลี่ย 85% ขึ้นไปในพุทธศาสนิกชน เป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายเสนอ มีฝ่ายค้านที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่ใช่อันเดียวกันกับรัฐบาลแค่ 15% เท่านั้นที่ออกมาประท้วงกันเย้อวๆๆๆอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งเป็นธรรมดาธรรมชาติของประชาธิปไตยต้องมีฝ่ายค้าน ถ้าไม่มีฝ่ายค้านเลยเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มันไม่ได้มันไม่ดี มันต้องมีคนท้วงติงกันไว้ด้วย ไม่เช่นนั้นมันไม่ได้ เพราะฉะนั้นพยายามทำความเข้าใจถึงความลงตัวความเหมาะสม ของความเป็นประชาธิปไตยของไทยนั้นสมบูรณ์ที่สุดแล้ว ต้องมีฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน 85% กับ 15% นี้สวยงามที่สุดแล้ว เอาแค่นี้ก่อน พูดไปพรุ่งนี้ก็ยังไม่หมด
640331_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาที่เลยปัญหาของคนหลงความรู้มาก