คดีสันติอโศก ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม.docx
เนื้อหาในไฟล์
คดีสันติอโศก ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม วันนี้ยังไม่ได้ตั้งใจพูดถึงธรรมะ ธรรมะหลักที่เตรียมไว้จะพูดถึงคำว่า ปัญญากับอนัตตาปัญญากับความไม่มีตัวตน ซึ่งจะอธิบายให้ดีๆ จะได้แค่ไหนอย่างไรก็โปรดติดตาม อาตมาก็ทำเรื่องของปัญญา โดยจับที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในปัญญาสูตร 8 ข้อ ซึ่งมันอัดแน่นอยู่ในนี้ อาตมาก็พยายามขยายความ เพราะคำว่า ปัญญา คำเดียวนี้ อาตมาพยายามคลี่คลายขยายความกับชาวโลก กับชาวพุทธ ว่า ปัญญา มันไม่ใช่ความรู้ความฉลาดที่เป็นความรู้ความฉลาดของชาวโลกีย์ แต่มันเป็นของโลกุตระ เป็นอัญญธาตุที่ต่างกันคนละโลก เป็นดาวคนละดวง เป็นชาวต่างดาวซึ่งเป็นคนละภาษา คนละความหมายที่เข้าใจกัน ซึ่งไม่ง่ายที่จะเข้าใจ เขาเข้าใจความรู้ความฉลาดในกรอบ 1 กรอบเดียวเท่านั้น แต่อันนี้ไม่ใช่ มันเป็นกรอบใหม่ ที่ทวนกระแสของโลกีย์ด้วย แล้วมีนัย ละเอียดลึกซึ้งวิเศษ ซึ่งทวนกระแสใจอย่างยิ่งเลย เรียกว่า มาจนแต่ยิ่งเบิกบานร่าเริงสุขใจสงบ ไปรวยนั้น แหม ดีใจ แต่ไม่สงบหรอก กลัวของจะเสื่อมสูญ กลัวจะเสื่อมลาภยศสรรเสริญ กลัวใครจะมาแย่ง กลัวมันจะพร่องไป แต่นี่ไม่เลย มันไม่เหมือนกันเลย เป็นคนละทิศคนละทาง ซึ่งมันไม่มีภาษาที่จะอธิบายในรายละเอียดพวกนี้อีกเยอะ เพราะฉะนั้นจึงค่อยๆพยายามติดตาม อาตมาก็พยายามต่อ ถ้าเผื่อว่าอาตมาจะตายตอนนี้แล้วเกิดมาใหม่ ก็เสียเวลากว่าจะโต กว่าจะพยายามพูด ตอนเด็กพูดคนก็คงไม่เชื่ออะไร จนกระทั่งต้องโตพอสมควร หรือดีไม่ดี วิบาก อย่างอาตมาวิบาก ชาตินี้คนไม่เชื่อเพราะอาตมาชาตินี้เกิดมาเป็นหมากลางตลาด คือหมาไม่มีเจ้าของ หมาเร่รอน หากินเลี้ยงตัวเองไปแล้ว เป็นหมาที่ต้องหากินในเมืองด้วย ไม่ใช่หมาป่า หากินไป ก็เลยหาเก็บเศษอาหารจากคนกินไป หลบบังตอ หลบน้ำร้อน หลบเท้า ไม้หน้าสาม ต้องหลบดีๆ ไม่หลบตายแล้ว
อ่านต่อ
นี่ก็หลบรอดมาถึงวันนี้ เขาจะเอาตายเลย รุมด้วยนะ ทั้งมหานิกาย ธรรมยุติ ร่วมกันตี ตี โอ้โห แล้วอาตมาก็แหม ก็ว่าท่าน มาร่วมกันได้อย่างไร ท่านคนละนิกาย ท่านผิดธรรมวินัย อาบัติ ท่านก็รับอกุศลวิบาก ทั้งธรรมยุตและมหานิกายที่มาประกาศนีกรรมอาตมา 1. ไม่ให้จำเลยเข้าไปอยู่ในนั้น ผิด สัมมุขาวินัย เป็นการพิพากษาลับหลัง ซึ่งชาวโลกเขาก็ไม่ยอมรับ 2. เอาคณะ 2 คณะ ที่คนละนิกายเอามารวมกันซึ่งผิดธรรมวินัย โมฆะ เพราะฉะนั้น สังฆกรรมใดที่ทำโมฆะหมด มันผิดธรรมวินัย อันนี้ต้องไปอ่านหนังสือที่อาตมาเขียนเอาไว้ว่า ประนีประนอมกันด้วยนานาสังวาส พิมพ์ไปเป็นแสนเล่มแล้ว ซึ่งมันน่าสงสารท่าน ท่านก็เลยพูดไม่ออก เพราะอาตมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้าทั้งพระธรรมและวินัยไปยันไว้ ว่าทำไมทำสะเปะสะปะอย่างนี้มันผิดไปตั้งแต่เริ่มต้นที่จับอาตมาด้วยข้อหาว่า สั่งสึกแล้วไม่ยอมสึก ผิดกฎหมาย แล้วเป็นกฎหมายที่สร้างเอง ซึ่งไม่ใช่พระธรรมวินัย ในพระธรรมวินัยใครจะสึกละก็สึกไม่ได้ง่ายๆ ถ้าเผื่อว่าเจ้าตัวเขาไม่ผิด ที่จะต้องให้ถึงขั้นสึก ที่จะผิดให้ถึงสึก มี 1.เป็นปาราชิก 2. มีอีก 11 ข้อย่อย ที่ผิดใน 11 ข้อนี้ให้สึกได้ นอกจากนั้นสั่งสึกไม่ได้ ถ้าเจ้าตัวไม่ยอมเปลี่ยนกล่าวออกจากปากว่า สึกแล้ว ตอนนี้ข้าพเจ้าเป็นฆราวาส อะไรอย่างนี้ คุณจะ ทุรพล อ่อนแอก็ตาม แต่ต้องพูดออกจากปาก ไม่ให้ห่มจีวรก็ตาม ถ้าไม่เปล่งกล่าวว่า ข้าพเจ้าสึกแล้ว ข้าพเจ้าเป็นฆราวาสแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นสมณะ ยังเป็นภิกษุของพระพุทธเจ้าอยู่ตลอด อาตมารอบตัวด้วยพระธรรมวินัยพวกนี้จนถึงทุกวันนี้ แล้วท่านก็บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ บัญญัติกฎหมายสงฆ์ 2505 บอกว่าให้พระสังฆราชสั่งให้สึกได้ ซึ่งเป็นบัญญัติที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ เป็นบัญญัติเอาเอง ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ซึ่งมันผิด มันใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นในกฎหมาย 2505 มาตรา 18 บอกว่า ให้สิทธิสังฆราชสั่งสึกได้ ถ้าไม่สึกภายใน 7 วันก็ผิดกฎหมาย อาตมาก็ผิดกฎหมายข้อนี้ _สู่แดนธรรม...ถ้าไม่ใช้มาตรานี้ก็เล่นงานพ่อท่านไม่ได้ ถ้าจะเอาพ่อท่านเข้าสัมมุขาวินัย ก็เอาผิดทางกฎหมายไม่ได้ จึงต้องพยายามให้ผิดกฎหมายให้ได้ พ่อครูว่า…อาตมาก็ยอมนะ ก็เลยให้ฆาราวาสไปฟ้องศาล ให้ศาลตัดสินทางพระวินัย อาตมาก็บอกว่าผิดธรรมวินัย ศาลก็ไม่ฟังหรอก ไปฟังทางเถรสมาคม อาตมายืนยันตามพระไตรปิฎกหลักฐาน ศาลก็ไม่รู้เรื่องก็ตัดสินให้อาตมาแพ้ อาตมาก็ยอมแพ้ แพ้คือให้ติดคุก ลงโทษให้ติดคุก ก็ยังดีนะให้ติดคุก โดยปราณี รอลงอาญา 2 ปี ให้อยู่นอกคุก แต่คุมประพฤติตามคำสั่งศาล เสร็จแล้วก็มีเจ้าหน้าที่คุมประพฤติมาควบคุม ผู้คุมประพฤติก็มา พอมาแล้วก็กลายมาเป็นคนกินมังสวิรัติตามอาตมา ไปมาได้ 2-3 ครั้งก็ไม่มาอีกเลย จนกระทั่ง 2 ปี ไม่รู้เขาเอาอะไรไปรายงานตัว แล้วแถมยังมาเข้ารีตกับพวกเรา ไปกินมังสวิรัติ ฟังธรรมะกับพวกเราเสร็จเรียบร้อย คือมันละอาย มันเห็นจริง จะมาเอาผิดตรงไหน พวกนี้เขาเป็นนักกฎหมาย มีหลักเกณฑ์ศีลวินัยอะไรต่างๆ มันก็เถียงไม่ได้ แย้งไม่ได้ นอกจากคนที่ตามืดตาบอด เป็นคนวิปริต เข้าใจธรรมวินัยพระพุทธเจ้าไปอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมันไม่ตรง แต่ถ้าคนที่รู้จักภาษาบัญญัติดีๆ อ่านพระไตรปิฎกให้แตก จะไปแย้งได้อย่างไร นอกจากคนที่โง่จริงๆก็แล้วไป เพราะฉะนั้นอาตมาถึงบอกว่าอยู่ได้ด้วย “ธัมโม หะเว รักขะติธัมมะจาริง” ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม อาตมาถึงอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ เขาก็เล่นงานตามหลักเกณฑ์จนไม่รู้จะเล่นอะไรอีก เล่าแล้วก็เหมือนฟื้นฝอยหาตะเข็บ อาตมาประกาศนานาสังวาส เขาก็ไม่เข้าใจคำว่านานาสังวาสกัน อาตมาประกาศนานาสังวาสต่อหมู่สงฆ์ตั้งแต่ 2518 อาตมาบวช 2513 แล้วตั้งหมู่กลุ่ม 2516 ตอนแรกเขาก็ดูพอเข้าใจตอนหลังอาตมาพูดสัจธรรมมันก็ไปตำหนิไปว่าท่านผิดกันใช่ไหม ก็ว่าไปๆ พอถูกว่าพอสมควร ตั้งแต่อาตมาบวช ก็โดนว่าไปเรื่อยๆ 5 ปี ก็อาตมาก็ถูกบีบ แกล้งสารพัดจนกระทั่ง 2517 เมื่อปี 2518 อาตมาก็ว่าไม่ไหว ก็ปรึกษาหมูกลุ่ม ประกาศในกลุ่มว่าขอนานาสังวาสเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นเลยถูกต้องตามพระธรรมวินัย ประกาศต่อหน้าหมู่ 280 รูปที่วัดหนองกระทุ่ม มีเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลอยู่ แล้วหนังสือนี้ก็ไปถึงเถรสมาคม ก็รับรองว่าเราเป็นสงฆ์ต่าง จากนั้นก็ที่กรมรถไฟ ตอนแรกเราก็เสียครึ่งราคาตอนขึ้นรถไฟ เสร็จแล้วต่อมาเขาก็ไม่ให้ เราก็ถามไปทางเถรสมาคม กรมการศาสนาก็ตอบมาให้ผอ.การรถไฟ ว่า สันติอโศก ไม่ได้ขึ้นกับเถรสมาคมแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ปลอดภัยตั้งแต่บัดนั้น ก็เท่ากับรับว่าเราประกาศนานาสังวาสเรียบร้อยแล้ว ก็ต่างคนต่างอยู่ เสร็จแล้ว 2532 ไปกินยาผิดหรือยังไง ดึงเราเข้าไปในเถรสมาคมอีกและบอกว่าต้องสึก อย่างนี้เป็นต้น คือมันดูแล้วตลกไปหมด แล้วก็เป็นเรื่องตั้งแต่ 2532 ว่าความกัน เราก็โดนย่ำยีมา แต่เราปลอดภัย โดย “ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง” ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม จนถึงทุกวันนี้ ที่พูดไปต้องขออภัยอย่างยิ่งเลย เหมือนกับเป็นการฟื้นฝอยหาตะเข็บ ไม่ได้เจตนาอย่างนั้นทีเดียว แต่พูดให้เป็นการศึกษา ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับรู้ ไม่เคยเข้าใจ จะได้เข้าใจถูกต้องธรรมวินัย อย่าให้มันพลางลวงแฝงอยู่ โดยที่เรียกว่า จะว่าแก้ตัวก็ได้เหมือนกับที่อาตมาต้องพูดเพื่อให้ตัวเองสะอาด อาตมาไม่ได้ได้ทีขี่แพะไล่
640402_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เมืองไทยเป็นเมืองของพระพุทธเจ้า-โลกุตรธรรมจะช่วยโลกได้