650501 หมดอยาก ปากแห้ง_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.74 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

หมดอยาก ปากแห้ง . ทุกเช้าเมื่อพ่อครูตื่นมาก็จะกราบพระและก็ออกกำลังกายโยคะ 3 ท่า เป็นประจำทุกวัน วันนี้(1 พ.ค. 2565) แปลก กว่าทุกวัน พ่อครูยังไม่ทันได้กราบพระ ก็เปรยบอกปัจฉาฯว่า วันนี้ปากแห้งๆ . ปัจฉาฯว่า พ่อครู อดอยากปากแห้ง ครับ (คิดว่าพ่อครูฉันอาหารได้น้อย แบบอดอยาก) . พ่อครูว่า... ไม่ใช่ อดอยากปากแห้ง แต่ “หมดอยาก-ปากแห้ง” ต่างหาก ................. คนเราเกิดมาก็มีความอยากกันทั้งนั้น เรียกภาษาบาลีว่า “ตัณหา” ซึ่งแบ่งเป็น 3 อย่างคือ กามตัณหา (ใคร่อยากในกามภพอันอาศัยรูปภายนอก) ภวตัณหา (ความใคร่อยากได้รูปภพภายใน และอรูปภพ) วิภวตัณหา (อยากได้ความไม่มีภพ หรืออยากพ้นไปจากภพ, หรือปรารถนาสิ่งที่ไม่ใช่ภพเพื่อตน เป็นตัณหาแห่งอุดมการณ์ที่อาศัยไว้เพื่อดำเนินความดีไปเช่นนั้นเอง) ศึกษาเป็นไปเพื่ออาศัยวิเวก วิราคะ นิโรธ อันน้อมนำไปเพื่อความปลดปล่อย) (พตปฎ. เล่ม 33 ข้อ 377) . ที่พ่อครูบอกว่า ตนเองเป็นคน “หมดอยาก” แล้ว ไม่ได้หมายความว่า พ่อครูจะหมด “ตัณหา” ทั้ง 3 อย่างเลยหรอก แต่พ่อครู มี “วิภวตัณหา” เป็นตัณหาอุดมการณ์ เพื่อสืบสานพุทธศาสนาให้ยืนยาวนานไปถึง 5000 ปี ตามหน้าที่ของพระโพธิสัตว์ . พ่อครูจึงต้องฝืนอยู่ต่อไป ทั้งที่อายุขัยของพ่อครูเคยบอกไว้มีแค่ 72 ปี แต่ตอนนี้พ่อครูต่ออายุมาจนถึง 88 ปีแล้ว ผ่าน 1 นักษัตร แล้วก็ต้องต่อสู้กับขันธมาร โรคภัยที่มาเบียดเบียนต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ไม่ถอยแม้ครึ่งเมล็ดงา . สำหรับเสขบุคคล คือผู้ยังศึกษาเพื่อไปสู่ความเป็นอรหันต์นั้น ก็ต้องอาศัยวิภวตัณหา คือความอยากเพื่อหมดกามตัณหา หมดภวตัณหา ต่อไปตามลำดับ จะไปตัดลัดทิ้งความอยากหรือความปรารถนา ความต้องการทุกอย่างเลยนั้น ไม่ใช่ฐานะที่ปฏิบัติธรรมไปตามลำดับได้ . หากนักปฏิบัติธร

อ่านต่อ

รมที่เข้าใจว่า จะปฏิบัติธรรมได้นั้นต้องตัดต้องทิ้ง ความอยาก(ตัณหา) ไปทั้งหมดทั้งสิ้นเลย ก็จะไม่สามารถลดละกามตัณหา วิภวตัณหาไปตามลำดับได้ เพราะไปสร้างภพหรือสะกดจิตตัวเองว่า ไม่ต้องไปมีทั้งความอยาก และความไม่อยาก อะไรทั้งนั้น หากมีความอยากมันก็จะไม่พ้นความอยาก นั่นก็เป็นทิฏฐิที่ไม่สัมมา ปฏิบัติไม่มีลำดับ ตัดลัดขั้นตอน ทำให้ขาดแรงผลักดันหรือพลังที่จะลดละกามคุณ ลดละอัตตาไปตามลำดับ ก็ย่อมไม่สามารถลดละกิเลสได้จริง . ประทับใจในความแววไวของพ่อครูที่ เปลี่ยนจาก อดอยากให้เป็นหมดอยากได้อย่างทันทีทันควัน ... ที่จริงแล้ว การมีวิภวตัณหา ก็คือความพยายามที่จะ อดอยาก(อดไม่ทำตาม กามตัณหา ภวตัณหา) เพื่อให้เกิดปัญญาลดละล้าง กามตัณหา ภวตัณหาตามลำดับ จนกว่าเราจะ “หมดอยาก” สิ้นความเสพได้ในที่สุด เป็นอเสขบุคคล เป็นพระโพธิสัตว์ ช่วยพ่อครูทำงานสืบสานศาสนา จนกว่าแต่ละคนจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไม่กลับมาเกิดอีกนั่นเอง .................................. จุดหมายปลายทางของชาวอโศกนั้นคือ “เบิกบาน แจ่มใส มัธยัสถ์ สุภาพ สงบ หมดความอยาก สิ้นความเสพ”

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน