641228 ตามรอยพระอรหันต์...ยายกิมตัง อรหันต์ในร่างฆราวาสชาวอโศก ตอนที่ 1_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

ตามรอยพระอรหันต์...ยายกิมตัง อรหันต์ในร่างฆราวาสชาวอโศก ตอนที่ 1

✿ประกาศอรหันต์ในฆราวาสอโศก พ่อครูเทศนาที่สันติอโศก..วันนี้วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2559 ....มีคนเอาบทความของ ฆวาลา ที่เป็นชาวอโศกคนหนึ่ง เขียนบทความในหนังสือ “พลอยแกมเพชร” เล่มสุดท้าย เอาเรื่องราวของ ผู้หญิงคนหนึ่ง ในบทความ ชื่อว่ากิ้ม แต่ชื่อจริง คือกิมตัง อาตมาก็บอกว่า อาตมารู้ คนนี้มีพฤติกรรมพฤตินัยดี และอาตมาขอแจ้ง ณ ที่นี้ด้วยว่า กิมตังนี้ อยู่ในขั้น อรหัตมรรค ยังไม่ถึงอรหัตผล เท่านั้น ศึกษาเถอะ ศึกษาดีๆ เป็นอรหันต์ขั้นอรหัตมรรค ยังไม่ขึ้นอรหัตผลเท่านั้น . กิมตังนี่ คืออาตมาไม่ค่อยได้บอกใคร แต่เคยบอกบ้างบางคน เคยเปรยว่า กิมตังนี่ ดูดีๆ บอกเป็นใคร มีภูมิธรรม ขนาดไหน อาตมาเคยบอก ไม่มีใครเขารู้จักหรอก ทุกวันนี้ แม้แต่ในปฐมอโศกเอง ก็ไม่ค่อยรู้จัก ไม่ค่อยเข้าใจ ไม่ค่อยจะอะไร แต่เขาไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร แล้วเขาก็สงบ เขาก็ว่าของเขาไป เขาก็ทำประโยชน์คุณค่า ให้แก่สังคมไป ทุกวันนี้ ยังแข็งแรง เพราะฉะนั้น การที่จะรู้จักคุณธรรม ในระดับของ ศาสนาพุทธโดยตรง ไม่ง่าย ไม่ง่าย ไม่ง่าย ....591223_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ประกาศอรหันต์ในฆราวาส . วันอังคารที่ 28 ธันวาคม 2564 ยายกิมตังได้เสียชีวิตไปอย่างสงบ ในเวลา 16.36 น. เดิมยายกิมตังมีการเจ็บป่วยคือ มีเพียงโรคเบาหวานเพียงเล็กน้อยและมีโรคชราอ่อนแรงมาก่อนหน้านี้ไม่นานนัก วันนี้ยายยิ้มแย้มเบิกบาน ผู้เป็นพยาบาลได้พาไปอาบแดดในช่วงเช้า และในช่วงเย็นวันนี้ ยายก็ได้นอนหลับไปอย่างสงบ โดยปลุกไม่ตื่นอีกเลย นับการการจากไปอย่างสงบเรียบร้อย ง่ายงาม สมความเป็นอรหันต์ในร่างฆราวาสของชาวอโศก . ✿อรหันต์สายเจโตกับปัญญา _ทีนี้ก็มาเข้าสู่ของคุณ the sun ถามว่า…. สภาวะอรหันต์ ที

อ่านต่อ

่ดูเรียบง่ายธรรมดา เหมือนบำเพ็ญแต่เจโตมา แต่ไม่ค่อยบำเพ็ญปัญญา เลยดูเป็นอรหันต์ที่ไม่หวือหวา เหมือนยายกิมตัง สภาวะนี้ใช่หรือไม่ครับ ตอบ...ก็ใช่ ชนิดหนึ่ง เพราะว่าคนที่สายเจโต จะไม่หวือหวาโฉ่งฉ่าง จะไม่แสดงออกมาก จะนิ่งๆ ช้าๆ เฉยๆ เป็นธรรมชาติ แต่เจโตที่คะนองก็มี พาเสียได้เยอะ พอได้ปัญญาก็หลงปัญญาคะนอง แสดงออกเลอะเทอะ ผิดพลาดเยอะ ถึงบอกว่า จะไปกำหนดคนนั้นคนนี้ ตรงเสียทีเดียวก็ไม่ได้ มันก็จะกลับไปกลับมาได้ ไม่ถูกต้องทีเดียว พระพุทธเจ้า ถึงได้กำชับกำชาว่า ต้องเป็นลำดับ อย่าไปทำปฏิบัติลัดขั้นตอน ปฏิบัติไปตามลำดับ จะราบเรียบเหมือนฝั่งทะเล ในสมัยโบราณมีกระจก ก็จะราบเรียบเหมือนกระจก . ✿เรียนรู้รูปนามได้อย่างไร สังขาร 3 กายสังขาร วจีสังขาร มโนสังขาร เราก็เรียนรู้ ตั้งแต่กายสังขาร กาย คือ จิต มโน วิญญาณ การเรียนรู้กาย ก็คือเรียนรู้วิญญาณ ไม่ใช่เรียนแต่ดินน้ำไฟลมภายนอก เราก็เรียนรู้บ้าง ดินน้ำไฟลมภายนอก ก็ใช้เรียนเพื่ออาศัย แล้วมันก็เป็นตัวหลอกเรามาก เราก็ต้องเรียนรู้ รู้ทันมันแล้ว ก็ศึกษาต่อในวิญญาณ การศึกษาวิญญาณ ต้องมีธรรมะ 2 มีนามรูป หรือรูปนาม เป็นสิ่งที่ถูกรู้ เมื่อมีผัสสะ แล้วก็ต้องมีตัวรู้ ตัวรู้คือตัวจิต ธาตุรู้ แล้วก็ต้องรู้สิ่งที่กระทบถูกรู้เสมอ เป็นธรรมะ 2 แล้วมีตัวที่เกิดภาวะสอง เมื่อมีอวิชชา ก็จะมีอิตถีภาวะ ต้องทำให้ร่วมลงเป็นหนึ่ง ปุริสภาวะ ไม่มีเหตุปัจจัยที่เป็น อิตถีภาวะ เป็นพลังงานอกุศลอีกเลย วิธีทำจะต้องทำอย่างนี้ทั้งนั้นเลย คุณจะต้องอ่านอาการของจิตออก . วกกลับไปเอาต้นอีก อาการ ลิงค นิมิต อุเทส เราจะเรียนรู้นามรูปได้ด้วยความเป็น อาการ กำหนดหมายให้รู้เป็นนิมิต กำหนดให้รู้ว่า อาการอย่างนี้แล้วทำเครื่องหมายของจิต ว่าการอย่างนี้อยู่ในจิต เช่น ตอนนี้อาการจิตเรากำลังโกรธ อาการโกรธ นี่ ย้อนมาเบื้องต้นพื้นฐานแล้วนะ อาการโกรธจริงๆ คนก็ต้องอ่านอาการให้ออกว่าอย่างนี้จริงๆ มันไม่มีรูปร่างไม่มีหัวหาง ไม่มีเส้นแสงสีอะไร อาการโกรธ . แล้วคุณก็ต้องเรียนรู้ เทียบกับอาการ โลภ หรืออาการราคะ ว่าต่างกันอย่างไร โกรธมันจะต้องการทำลายเอาออก โลภมันต้องการจะเอามา มันต่างกันด้วย ลิงค หรือเพศ ต้องทำให้มันลดลง จนโกรธลดลง ก็ต้องรู้ว่า อาการโกรธมันเหลือนิดเดียวก็รู้ โดยกำหนดเครื่องหมายให้รู้ เอาเอง ไม่มีใครจะทำแทนคุณเลย ต่อให้แฟนร้อยคน ก็ทำแทนไม่ได้ . อุเทสคือคำอธิบาย ที่อาตมาใช้คำอธิบายหัวข้อต่างๆมา อุเทส เมื่อเข้าใจอุเทสให้สัมมาทิฏฐิแล้ว คำขยายความเรื่องราวใด เราเข้าใจอย่างเป็นสัมมาทิฏฐิพอสมควรแล้ว ก็เอาไปปฏิบัติ อ่านอาการ กำหนดดูเครื่องหมายดูความแตกต่าง จนอิตถีภาวะ (คือภาวะที่ไม่เต็มเต็ง จะเหลือเศษเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม ไม่เต็มบาท ผู้หญิง คือคนไม่เต็มบาท ไม่เต็มเต็ง ) . คนที่เข้าใจแล้วก็ไม่ติดใจว่า เราได้ร่างผู้หญิง ก็ทำจิตของเราให้สะอาด เป็น ปุริสภาวะ เราบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ก็เป็นปุริสภาวะ ไม่ต้องเขียนว่าเป็นตัวตนบุคคลเราเขาอะไร คนติดยึดก็จะยึดถือในตัวตนบุคคลเราเขาไป เรามีผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย ประมาณหนึ่งต่อสาม หรือหนึ่งต่อสี่ ผู้หญิงก็เป็นอรหันต์ได้ ถ้าเกินบาทก็ไม่เป็นอรหันต์ด้วย อรหันต์ต้องเต็มพอดี....600109_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ผัสสะเป็นปัจจัยให้เรียนรู้รูป 28 .

✿ตอบปัญหา อสังขาริกังกับพระอรหันต์ _คุณ บุญกรุ่นเกล้า...รูปที่เป็น static บุญกุศลที่เกิดโดย สสังขาริกัง กับ อสังขาริกัง ในการบรรลุธรรมโพธิสัตว์ จะเกิดอย่างไหนมากกว่า กิมตัง มีการกระทำแบบอสังขาริกังหรือไม่ ตอบ...ประเด็นอยู่ที่ว่า บุญกุศล ในสสังขาริกัง คือมีสิ่งที่ร่วมปรุงแต่ง เป็นโลกียะ หรือเป็นโลกุตระก็ได้ เช่น เอาคำว่ากุศล เป็นความดี ที่รวมทั้งโลกียะ และโลกุตระ จะบอกว่าเป็นโลกุตระ ต้องนิยามให้ชัด คือมีการตัดกิเลส นอกนั้นไม่ตัดกิเลสเป็นโลกียะ เป็นตัวตนหมด แต่ของดีที่เป็นโลกุตระ คือตัวตัดกิเลสได้ เท่านั้นเอง อนุโลมเรียกว่า ดีที่สุดในกุศล แต่หน้าที่กุศลคือโลกียะ หน้าที่บุญเป็นโลกุตระถ่ายเดียว แต่คนเอาไปขยายในกุศลว่าดี บุญก็ดี คือตัดกิเลสก็ดี แต่โลกียะเป็นตัวตน แต่ดีของโลกุตระ ไม่มีตัวตนนะ . ถ้าจะตัดกิเลสในการปรุงแต่งสังขาร ก็ไม่ใช่สสังขาริกังโลกุตระ อสังขาริกัง คือมันไม่มีกิเลสเข้าไปปรุง ไม่เหมือนสสังขาริกัง ที่ปรุงเป็นกิเลส หรือลดกิเลสก็ได้ แต่อสังขาริกัง ไม่มีตัวร่วมสังขารแล้ว โพธิสัตว์เกิด อสังขาริกัง แต่กิมตังทำสุดโต่งด้วย ถ้าเติมให้เต็ม จะทำงานช่วยงานได้เยอะ แต่เพราะมีพลังงานเต็ม ก็ได้เด่นอันนั้น แต่ตัวจริง เขาอสังขาริกังแล้ว 600206_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก นิพพานคือไม่ยึดดียึดชั่ว . ✿อยู่ในหมู่มิตรดีจึงมีสิทธิ์เป็นพระอรหันต์ คนที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า ถ้าเริ่มต้นด้วยความยินดีพอใจ มีฉันทะ ต้องยินดีต้องต้องการ ฉันทะ มีความเทียบเท่ากับกาม ใคร่อยาก ยินดีพอใจ แต่ท่านไม่ใช้คำว่ากาม คนจะสับสน ไม่ใช่ต้องการ ลาภ ยศ สรรเสริญ กาม กิเลสหรืออัตตา แต่ต้องการมาเอาออก ต้องการล้างโลกธรรม จึงเรียกว่ามีความยินดีมีความต้องการ อย่างพวกคุณมีความยินดีตั้งใจมาศึกษา จนบรรลุแล้ว ก็รู้ว่า เราต้องการอยู่ในสังคมสิ่งแวดล้อมดี จึงเอาครอบครัวมาอยู่ด้วย ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าสังคมสิ่งแวดล้อมดี เป็นเหมือนสนามแม่เหล็ก ทำให้แต่ละคนที่เข้ามา เป็นแรงเหนี่ยวนำปรับตัวได้ง่าย . อยู่ในหมู่มิตรดีอาริยะ จะมีแรงเหนี่ยวนำทำให้เราเป็นอาริยะได้ง่าย บริสุทธิ์ดุจสังข์ขัดโดยส่วนเดียว ง่ายกว่าไปอยู่ข้างนอกเพียงคนเดียว แต่คนก็ยังไม่ค่อยจะมา แต่คนที่เข้าใจ มีจิตฉันทะก็จะมา . สองมนสิการเป็นแดนเกิด คือถิ่นที่จะเกิด โอปปาติกโยนิ เกิดตรงนี้ โอปปาติกะ คือธาตุจิต ไม่ได้หมายถึงการเกิดจากท้องพ่อท้องแม่ มีศีลเป็นแม่ ปัญญาเป็นพ่อ ทำให้เกิดจิตอาริยะ ตรงนี้แหละทำอย่างไร คุณต้องทำใจในใจเป็น มนสิการเป็น มนสิการอย่างสัมมาทิฏฐิ อย่างถูกต้อง เช่น ไปนั่งหลับตาสะกด ก็เป็นการทำใจในใจ มนสิการ แต่ไม่โยนิโสไม่ลงไปถึงที่เกิด ไม่เป็นสัมภวะ เพราะคุณไม่ได้วิจัยเลยว่า เกิดอย่างไร ที่เกิดที่ไหน เกิดอย่างไร ไม่มีโพชฌงค์ ไม่มีการพิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม . กายจะขาดภายนอกไม่ได้ ต้องพิจารณาเข้าไป ให้ถึงเวทนา แล้วทำเวทนานี้ให้เป็นหนึ่งเดียว ไปจับในเจโตปริยญาณ 16 ทำให้กิเลสหมดไป ที่ทำให้ปรุงแต่งเป็นเวทนาเก๊ เวทนาไม่แท้ ทำให้เหลือเวทนาเดียว แล้วก็หยั่งลงเป็นธรรมะ ถ้ามนสิการไม่เป็น ทุกวันนี้เป็นนั่งหลับตาสะกดจิต จะไม่มีธรรมวิจัย . ก็เห็นใจที่เขาไปยึดถืออย่างผิด ครูบาอาจารย์ครอบงำความคิดไว้อย่างสนิท ยิ่งนานวันยิ่งเห็นใจว่า ทำไมถึงโง่อย่างไม่มีปรโตโฆสะ ถ้าทำอย่างนั้น ถ้าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ตอนนี้มีอรหันต์เต็มไปหมดแล้วแม้แต่พระโสดาบันก็ปฏิญาณไม่ได้ ชี้ได้ว่าอบายมุขแต่ก่อนเราติด แต่ตอนนี้เราไม่ติดแล้ว กามกับภพ ก็จะบอกได้ว่า แต่ก่อนเราติด แต่ตอนนี้เราอุเบกขาแล้วเฉยๆแล้ว . ใครฟังวันนี้ ฟังโยมกิมตัง ที่อาจารย์หญิงซักถามในรายการ โยมกิมตังแกไม่ยี่หระโลกหรอก แกก็อยู่อย่างสบาย เราฟังแล้วก็รู้ว่าอรหันต์อย่างน้อยอรหัตตมรรค คือชัดเจน พูดอย่างซื่อๆชัดๆ คนไม่รู้ก็จะไม่รู้ว่ามีคุณธรรม คนที่บอกเสแสร้ง เรียนรู้มามาก ก็บอกว่าบรรลุได้ แต่คนๆนั้นระวังจะปาราชิกเอา.... 600612_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติฯ มูลสูตรสู่ความเป็นอรหันต์ . ✿ตรวจสอบความเป็นอาริยบุคคลจากศีล 5 สมณะมือมั่นถามว่า...พ่อครูเทศน์เมื่อวันจันทร์ ว่าสังคมสาธารณโภคีของเรา อยู่ในระดับอนาคามี พ่อครูก็ย้ำว่า อย่างไรก็แล้วแต่เราควรจะตรวจตัวเองว่าเรามีภูมิพระโสดาบันหรือไม่ เพราะว่าที่เราคุยกันว่า ขนาดโยมกิมตัง พ่อครูบอกว่าเป็นอรหัตตมรรค เราก็ยังสับสนเลย ผมว่า การตรวจภูมิโสดาบันก็คงเช่นกัน เราคงไม่เหมือนอัญญาโกณฑัญญะ ฟังธรรมและก็เป็นพระโสดาบัน ฟังธรรมแล้วบางคนยังตรวจสอบตัวเองไม่ได้ว่าเราเป็นพระโสดาบันหรือไม่ พ่อครูว่า...ก็กำลังทำอยู่ เพื่อตรวจสอบตัวเอง ก็ดี ซึ่งมันมีหลักการพระพุทธเจ้าไว้หมดแล้ว รวบรวมเรียบเรียงให้เข้าใจครบ เช่น พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้มีภูมิโสดาบันต้องพ้นสังโยชน์ 3 ต้องมีศีล 5 เอามาตรวจสอบว่าเข้ากับหลักเกณฑ์พระพุทธเจ้าไหม ข้อสำคัญอยู่กับครูบาอาจารย์ ก็ให้เข้าใจคำสอน แล้วก็ปฏิบัติ . ที่สำคัญมากคือศาสนามีเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย อาตมาเน้นศีลเป็นตัวหลักจะกำหนดอธิจิตสมาธิ และบ่งบอกปัญญา เมื่อศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ ก็จะบ่งบอกเลยว่า ศีลข้อ 1 เรามีวิมุติ อาตมาก็อธิบายขยายความอีกว่า ศีลข้อ 1 คนที่มีศีลข้อ 1 เป็นวิมุติแล้ว คนนี้สัมผัสกับสัตว์โลกมีชีวิตปกติ เป็นสีลบุคคล เพราะจิตของคนๆนี้อยู่กับสัตว์เข้าใจความเป็นสัตว์ไม่ฆ่าสัตว์ วางอาวุธมีความเอ็นดูกรุณา หวังประโยชน์กับสัตว์ทั้งปวงอยู่ อย่างแท้จริงหรือ จะอยู่กับสัตว์ก็ไม่มีภัยมีโทษกับสัตว์ใดๆเลย เพราะว่ามีศีลเป็นปกติ เป็นวิมุติ วิมุตติญาณทัสสนะ . โสดาบันก็ต้องตรวจ อาจไม่ต้องลึกถึงวิมุติ วิมุติญาณทัสนะก็เป็นโสดาบันตามลำดับ ถ้าศีลทำได้เพียงกดข่มเราเกี่ยวกับสัตว์ จิตเราก็ยังมีดุ๊กดิ๊ก ยุงมันกัดก็ยังอยากตบ มันก็ยังไม่เป็นปกติ ถ้ายุงมันกัดมันตัวน้อย ก็เพียงแต่ให้มันไปอย่าเอาเชื้อมาใส่ ทนคันทนเจ็บ มันไม่เจ็บเท่าไรหรอกปากมันแหลมเล็กๆคันๆ . หรือศีลข้อ 2 สัมผัสกับของที่ไม่ใช่ของของเรา ก็ไม่ได้อยากได้ไม่ได้ถือวิสาสะเอามา ไม่อยากขโมย ไม่ต้องพูดถึงทุจริตถึงขั้นโกงแย่งชิง สรุปแล้วคนที่มีศีล แม้แต่ข้อที่ 3 ถ้าจะขยายความก็ครบเลย แค่ศีล 3 ข้อนี้แหละ . วจีคุณก็สอดคล้อง พูดไม่ผิดเพี้ยน พูดปดไป เพราะจิตคุณข้อ 5 ปฏิบัติไม่ได้ศีลข้อ 4 5 จะมาจาก ศีล 3 ข้อที่เป็นผล วิมุติ เป็นชีวิตปกติที่ไม่มีภัยมีโทษ . ความรู้สูงขึ้นกว่านั้นเป็นสกิทาคามี อนาคามี คุณก็เพิ่มศีลขยายไป ศีลกำหนดเรา ทำได้ศีลข้อ 1 ก็เป็นโสดาบันข้อที่1 ข้อที่ 2 3 หรือ เป็นอรหัตตผลของโสดาบัน . ถ้าทำศีล 5 ได้บริบูรณ์ ในจุลศีลข้ออื่นจะทำได้ง่าย ถ้าทำตามลำดับ แต่นี่สับสนไม่เป็นส่ำ ศีลก็ไม่เป็นสมาธิ ไม่เป็นอธิจิต เพราะคุณไปปฏิบัติ เอาแค่กายวาจา แต่ศีลไม่ได้ลดกิเลส ไม่ปฏิสัมพัทธ์ที่จิต เขาหั่นออกจากกัน ศีลเขาไม่บรรลุมีแต่กดข่ม สมาธิก็ไปนั่งหลับตา ปัญญาก็ไปสร้างปัญญา จะเอาปัญญาสำนักไหนนะ สวนโมกข์ สมาธิก็เอาที่ธรรมกาย ศีลก็ไปสันติอโศก ซึ่งไม่ใช่จุดสำคัญในการปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ ....610728_รายการสำมะปี๋ซีวิต บ้านราชฯ ตอนที่ 2

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน