สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ตัณหาอุปาทานต่างกันอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.37 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน ตัณหาอุปาทานต่างกันอย่างไร _สิกขมาตุเป็นหญิง...มีผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ 3 คน คนแรกนี้มุ่งมั่นที่จะให้ตัวเองพ้นจากตัณหาในอุปาทาน คนที่ 2 บอกว่า ถ้าอย่างนั้นต้องเป็นพระอรหันต์สิ คนที่ 3 ก็งง บอกว่าความหมายเป็นอย่างไร พ่อครูว่า...คนที่งงก็คือคนที่ยังไม่รู้เรื่องว่าเป็นอย่างไรจะเป็นพระอรหันต์ อีก 2 ประเด็นนั้นคนหนึ่งเป็นพระอรหันต์ อีกคนหนึ่งมุ่งมั่นที่จะเป็นพระอรหันต์ ถ้าเข้าใจเหตุปัจจัยของความมุ่งมั่น แล้วก็สรุปว่าถ้าคนทำเช่นนี้ได้ก็จะเป็นพระอรหันต์ คนที่เข้าใจว่าทำเช่นนี้ได้กับคนที่มุ่งมั่นทำต่างก็รู้กันทั้งคู่ ใครจะทำได้ก่อนกันล่ะ สองคนนี้ใครจะทำได้ก่อนกันคนนี้ก็เป็นพระอรหันต์ก่อน อยากฟังความหมาย ก็คนมุ่งมั่นก็กำลังทำเหตุปัจจัยที่จะไปเป็นพระอรหันต์ คนนี้ก็พอเข้าใจจึงรู้ว่าอีกคนนี้มุ่งมั่นทำเหตุปัจจัยที่จะเป็นพระอรหันต์ ที่นี้ก็ถึงได้ตอบให้ฟังว่า ถ้าคนนี้ก็รู้แล้วก็เร่งทำของตัวเองสิ ตัวเองเสร็จก่อนตัวเองก็เป็นพระอรหันต์ก่อน ถ้าตัวเองแล้วทำให้เสร็จคนอื่นทำเสร็จก่อนก็เป็นพระอรหันต์ก่อน _สิกขมาตุเป็นหญิง...เช่นกามาวจร เรากำลังกินข้าวอยู่ ข้าวนั้นก็จืดไป เราก็ว่าน่าจะหาซีอิ้วหน่อยมาให้เค็ม อย่างนี้กำลังสัมผัสอยู่แต่จิตเราจรอยู่ในปัจจุบัน เรียกว่ากามาวจร แต่ภาวะตัณหาในอุปาทาน อยากให้พ่อครูอธิบาย พ่อครูว่า...มันเป็นผลจากความอยากที่เคลื่อนที่ออกมาเรียกว่าตัณหา ความอยากที่ฝังสนิทไม่เคลื่อนที่เรียกว่าอุปาทาน แค่นั้นเอง อนึ่งเป็นตัว static อนึ่งเป็นตัว Dynamic อุปาทานกับตัณหามันเป็นตัวต่อกันถ้าตกผลึกก็เป็นอุปาทาน ถ้ามันยังดำเนินบทบาทอยู่ก็เป็นตัณหาที่จริงแล้วมันเป็นตัวเดียวกันอันเดียวกัน สมมุติกามาวจรก็ตัวเดียวกันเป็นกามในตัณหาเป็นตัณหาในกาม เป็น

อ่านต่อ

กามุปาทาน620715_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 58

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน