สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอนโอปปาติกะกับชาติ 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอนโอปปาติกะกับชาติ 5 _โอปปาติกา มีความสัมพันธ์กับ ชาติ 5 ที่พ่อท่านได้ขยายความเมื่อวันก่อนอย่างไร พ่อครูว่า...ก็ต้องสัมพันธ์ เพราะโอปปาติกะ คือความเป็นสัตว์ของจิต เป็นพยัญชนะที่บอกว่า เป็นสัตว์ที่ใช้กับคำว่า การเกิดของนามธรรม เรียกเต็มๆว่า โอปปาติกสัตว์หรือสัตว์โอปปาติกา อยู่ในสัมมาทิฏฐิ หรือมิจฉาทิฐิข้อที่ 9 เพราะฉะนั้นคนที่ไม่เข้าใจที่ศึกษาทางธรรมะ บอกว่าสัตว์ทางจิตวิญญาณ ก็เลยไปเข้าใจว่า เป็นจิตวิญญาณที่ล่องลอย จิตวิญญาณที่เป็นตัวเป็นตนเป็นจิตวิญญาณแบบมิจฉาทิฏฐิ ที่พระพุทธเจ้าเห็นว่าจิตวิญญาณแบบนั้นอย่าไปกล่าวถึงอย่าเอามาพูด เราไปรู้จริงหรือไม่จริงก็ไม่ได้ เพราะว่าอุปาทานมันมีเยอะแยะมันขึ้นมาก็ได้ เอาที่มันเป็นจริงมีผัสสะเป็นปัจจัยมีตาหูจมูกลิ้นกายใจเป็นผัสสะ แล้วจิตเกิดวิญญาณ พลังงานถ้าไม่รู้เกิดวิญญาณ แล้ววิญญาณนี้ก็จะให้เราได้ศึกษา ศึกษาแจกแจงตั้งแต่วิญญาณคือขันธ์ 5 รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ แล้วก็มาเรียนตั้งแต่ตัวเวทนา เวทนา แปลว่าความรู้สึก เรียนแจกตัวนี้ละเอียดเราก็จะรู้ว่า จิตวิญญาณประกอบด้วย อุตุ พีชะ จิต แล้วจะเกิดพฤติกรรมต่างๆเป็นกรรม แล้วสั่งสมที่ทำมา เป็นธรรมะ ธรรมะคือที่สั่งสมกองไว้ คู่กับคำว่า กรรม ธรรมะ เป็น Static คำว่า กรรมเป็น Dynamic เราก็จะเข้าใจถึงสภาพคู่ที่ทำงานสลับกันไปกันมา เป็นสิ่งที่ยาก คนไม่เข้าใจก็จะสับสน เป็นลักษณะของสิริมหามายา ก็จะเป็นแม่ที่เรียกว่าสิริมหามายา เหมือนพูดกลับกลอก เหมือนมายากลสลับไปสลับมา คนที่ไม่เข้าใจไม่เข้าถึงสภาวะ ไม่มีปฏิภาณพอจะไม่ทันจะไม่รู้ก็จะสับสน อันนี้สำคัญมากเลยตรงนี้ อาตมาก็ไม่เก่งกว่านี้อธิบายได้แค่นี้ก็ค่อยๆฟังกันไปจะค่อยๆชัดเจนเข้าใจ ชาติ 5 ก็คือการอธิบายเรื่องชา
อ่านต่อ
ติคือการเกิดของจิตวิญญาณ คำว่าชาติ มันเกี่ยวข้องกับรูปธรรม วัตถุธรรมด้วย การเกิด ชาติ 5 มี ชาติ สัญชาติ โอกกันติ นิพพัตติ อภินิพพัตติ หากไม่มีสภาวะจะแปลไม่ถูก ขออภัย เหมือนกับที่ท่านแปลกันในพระไตรปิฎก ของมหามกุฏราชวิทยาลัยก็แปลอีกอย่างหนึ่ง ของมหาจุฬาฯก็แปลเป็นอีกอย่างหนึ่ง สื่อภาษาแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง ชาติ แปลว่าการเกิด สัญชาติ แปลว่า บังเกิด อะไรอย่างนี้ แทนที่สัญชาตญาณก็คือสิ่งที่จำได้แต่ชาติเก่า เป็นความจำหรือกรรมวิบากของเราในตัวเราตามมา หรือแม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็มีสัญชาตญาณของมัน คนก็มีสัญชาตญาณของแต่ละคน ส่วนโอกกันติ แปลว่าการเกิดของสัตว์ ถ้าไม่รู้ถ้าหากมีอวิชชาทำกรรมทุกกรรมก็ สั่งสมหยั่งลง เป็นดีเป็นชั่ว ถ้าไม่มีโลกุตระส่วนมากจิตวิญญาณก็จะสั่งสมกิเลส เป็นสัตว์นรกเยอะ จนมาสามารถเรียนรู้อาการสภาวะของจิต รู้อิตถีภาวะ ปุริสภาวะ รู้จัก โลกียะ รู้จักโลกุตตระ ก็ถึงจะจัดการทำใจในใจของเรา ให้เกิด แม้เกิดเป็นดี เป็นชั่วก็เกิดเป็นดีมากยิ่งขึ้นแม้จะเป็นโลกียะก็ตาม ดีชั่วเป็นแค่โลกียะ ถ้าหากทำให้เป็นโลกุตตรจิตได้ ก็จะเข้ากระแสโลกุตตระ เป็นโสดาคุณ สกิทาคามีคุณ อนาคามีคุณ จนเป็นอรหัตตคุณ ทำได้จริงของจริงก็จะสั่งสมลงไป โอกกันติ เป็นโลกุตระได้ สั่งสมโลกุตตรจิตก็เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า นิพพัตติ สั่งสมตกผลึกสะสมเป็นสภาวะของความเจริญเป็นโลกุตตรจิต สูงขึ้นๆ สูงสุดจบก็เรียก อภินิพพัตติ เช่น จบรอบ โสดาบันสกิทาคามีอนาคามีอรหันต์ เป็นอนุโพธิสัตว์ อนิยตโพธิสัตว์ นิยตโพธิสัตว์ไปเรื่อยๆ ก็เป็นความเจริญของจิตวิญญาณของแต่ละคนที่สร้างบารมีสะสมกันไป620715_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 58