สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน ฝัน และอภินิหารของพุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน ฝัน และอภินิหารของพุทธ _อภินิหาร ปัจจุบันนี้พอยังมีอยู่ไหมคะ พ่อครูว่า...เจตนาถามนี้คืออภินิหารแบบเดินน้ำดำดิน อิทธิปาฏิหาริย์หรืออาเทสนาปาฏิหาริย์หรืออนุสาสนีปาฏิหาริย์ พระพุทธเจ้าสอนไว้ในเกวัตสูตร อิทธิปาฏิหาริย์คือปาฏิหาริย์แบบประหลาดเหมือนหนังจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูเหมือนเก่งพิลึกพิลือ ซึ่งเขามีตอนนี้บอกได้เลยว่าเขามีก็ไม่เก่ง ก็ขอเล่านิดนึง อาตมาไม่เห็นเอง มีแต่เขาเล่ามา เช่น ฤาษีลิงดำแสดงการเหาะให้แก่ลูกศิษย์ดู แต่ก็เล่าว่า ฤาษีลิงดำ เหาะไปทั้งธรรมมาสน์ ไม่ได้ออกไปแต่ตัวอาตมาก็ดูเหมือนเล่นกลนะ เอาตัวเองเหาะธรรมดาก็ไม่ง่ายแล้ว ตอนนี้หอบไปทั้งธรรมาสน์มันเชื่อไม่ลงมันหนักนะ มันจะติดก้นขึ้นไปได้อย่างไรธรรมาสน์ฟังแล้ว อิทธิปาฏิหาริย์แบบนี้มันดูเด็กๆนะ แล้วคนพวกนั้นก็เชื่อ เขาเล่ามานะอาตมาไม่เคยได้พบกันไม่ได้เห็น สรุปนะ อิทธิปาฏิหาริย์ทุกวันนี้ กับการหยั่งรู้ใจคนใจสัตว์ อันนี้เป็น อาเทสนาปาฏิหาริย์ ส่วนอิทธิปาฏิหาริย์ อาจเป็นอุปาทานเห็นได้หรือปั้นรูปปั้นร่างในจิตหลอกตัวเองได้ เห็นเปรต เห็นผี ทำนิทานทำหนังหลอกกันเต็ม มันไม่มีหรอก แต่คนมีอุปาทานจะบอกว่าเห็นจริงๆ เหมือนกับเขาบอกว่าเห็นคนนี้เห็นทะลุไปถึงกระดูกเลยเดินไปมา หรือนั่งสมาธิไปดีๆแล้วจะเห็นตัวเองนอนตายอยู่ตรงหน้า นอนตายแล้วก็เน่าเปื่อย เห็นความไม่เที่ยง เหมือนจริงจังเลย ตัวเองนั่งอยู่ตรงนี้ แต่ตัวเองมีภาพของตัวเองนอนเน่าอยู่ตรงหน้าแล้วตัวเองจะเป็น 2 ร่างได้อย่างไรเป็นซึ่งเป็นอุปาทานที่ซ้อนลึก เขาก็ติดพวกนี้กัน อาตมาว่าน่าสงสาร ยิ่งเป็นภาพในจิตตนปั้นขึ้นมา อทิสมานกาย สัมโภคกาย นิรมานกาย หรือเรียกอีกอย่างว่ามโนมยอัตตา เป็นรูปร่างที่ตั้งขึ้นมาสำเร็จในจิตของตัวเองมันไม่มีรูปร
อ่านต่อ
่างจริงๆหรอก จะให้เป็นแสงสว่างมันก็เป็นอุปาทานทั้งนั้น หลับตาแล้วก็มีแสงสว่างเกิดขึ้นดีไม่ดีมีแสงสีต่างๆอีก อุปาทานทั้งนั้น หากคนหมดอุปาทานแล้ว หลับตาเข้า ถ้ามีแสงสะท้อนเข้าหนังตาก็จะมีแสงนิดหน่อยแต่ถ้ามันมืดหมดเลยก็จะไม่เห็นอะไรเลย อย่างอาตมาบรรลุธรรมแล้วก็รู้จักอุปาทานดีถึงตอบได้บอกให้ฟัง หลับตาแล้วมันก็มืดมีสีดำ มันก็มืดอย่างเดียวไม่มีแวบวับ ดีไม่ดี เขาจะมีตัวตนอุปาทาน หรือเป็นนิมิต ฝันกับนิมิตแตกต่างอย่างไร ฝันก็เป็นตัวตนรูปร่างเรื่องราวซึ่งไม่ค่อยจะรู้เต็มตัวจริงจังนักหรือจริงจังก็แล้วแต่มันก็จะเป็นรูปร่างเป็นฝัน ถ้าเผื่อว่าผู้ที่บรรลุธรรมแล้วก็จะเป็นนิมิตไม่เรียกว่าฝัน เป็นตัวเป็นตนเป็นรูปร่างเป็นเครื่องหมายให้รู้กัน แต่นิมิตเหล่านั้นก็จะเป็นเชิงธรรมะ ยิ่งเป็นโลกุตระก็จะเป็นธรรมะโลกุตระ ที่พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าเทวดา มีรัศมีกว้าง ยังเชตวันวิหารให้สว่างเป็นรูปธรรม ก็โอภาปราศรัยกัน ก็เอาภาษามาสื่อ สภาวะ เนื้อหาสภาวะนั้นเอามาใช้ คำว่านิมิต มีได้ แม้พระพุทธเจ้าก็ยังมีได้ พระอรหันต์ก็มีได้ การนั่งหลับตาสะกดจิต เขาดับก็มืดเลยนะ สายเจโตไม่มีฝัน เขาสะกดจิตให้ดับแล้วก็ดับได้ตลอด นอนไม่ถึง 12 ชั่วโมงมันก็ไม่มีปัญหาอะไรเขาทำได้ เขาทำชำนาญ แล้วเขาก็ไปติดยึดว่า อรหันต์จะนอนหลับแล้วไม่ฝัน อรหันต์สายหลับตา การไม่คิดไม่เป็นอะไรมันไม่ได้ยากอะไรหรอก เขาก็เลยบอกว่าอรหันต์นั้นจะมีฝันหรือมีนิมิตไม่ได้ นอนหลับแล้วก็ต้องมืดไปหมดไม่มีคิดอะไรเลย แม้แต่ลืมตาเขาก็ไม่ให้นึกคิดด้วยซ้ำไปทางสายหลับตาเขาสอนอย่างนี้ เป็นความซับซ้อนมากเหลือเกินต้องเรียนรู้ให้ดี ทำไมอาตมาต้องไปว่าเขาต้องพูดซ้ำซาก เพราะคนติดอยู่อย่างซ้ำซากไม่เคยจะลุกขึ้นมาเลยจะให้อาตมาไม่ไปช่วยแงะได้อย่างไร อย่าหาว่าอาตมาใจดำเลย ไม่ได้ใจร้ายใจดำแต่ปรารถนาดีจะช่วยคุณ จึงต้องแรงด้วยคำพูด จึงต้องแรงด้วยน้ำหนักแรงด้วยเสียงด้วยภาษาที่มันจะต้องกระทบให้แรง อาตมาต้องใช้แรงอย่างนี้เพราะว่าจะไปใช้ชะแลงทุบด้วยค้อนปอนด์ไม่ได้ ต้องด้วย มุขสตี หอกปาก ทำได้แค่นี้เป็นต้น
620715_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 58