คำสอนก่อนลาจาก.pdf
เนื้อหาในไฟล์
หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ คำสอนก่อนลาจาก สมณะโพธิรักษ์ แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๕ ณ พุทธสถานปฐมอโศก จังหวัดนครปฐม เลขมาตรฐานสากลประจ าหนังสือ ๙๘๗-๖๑๖-๗๐๖-๑๒๙-๘ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ คำสอนก่อนลาจาก สมณะโพธิรักษ์ จ านวนพิมพ์ ๒,๓๐๐ เล่ม ปีที่พิมพ์ มีนาคม ๒๕๖๘ ผู้จัดพิมพ์ ธรรมทัศน์สมาคม ๖๗/๗-๘ ถ.นวมินทร์ ๔๘ บึงกุ่ม กทม. ๑๐๒๔๐ โทร.๐๙-๕๖๑๘-๙๑๕๔ พิมพ์ที่ โรงพิมพ์เดือนตุลา ๓๙/๒๐๕-๒๐๖ ซอยวิภาวดีรังสิต ๘๔ สนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ โทรศัพท์. ๐-๒๙๙๖-๗๓๙๒ - ๔ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ ก่อนเข้าเรื่อง พุทธศาสนิกชนทุกคนรู้ดีว่า ธรรมชาติของโลกคืออนิจจัง ความไม่เที่ยงแท้ ทุกขัง ความยากล าบาก ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ และอนัตตา ความไม่มีตัวตน แต่ใครๆ ก็ใช้ชีวิตประหนึ่งว่าโลกนี้เที่ยงแท้ถาวร ใช้เวลาชีวิตเพื่อแสวงหาความสุข และยึดถือมั่นในทุกสิ่งที่ตนครอบครองอยู่ รวมทั้งความคิดและความเชื่อ หนังสือเล่มนี้เป็นค าสอนของพ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕ ที่ตอบค าถามว่าหากท่านจากไป เราควรจะใช้ชีวิตที่ไหนและอยู่ได้อย่างไร ท่านย ้าเตือนว่าโลกมีความพลัดพรากจากกันเป็นธรรมดา เมื่อผู้ที่เป็นที่พึ่งของเราจากไป ควรพัฒนาตนเองให้เป็นที่พึ่งของตนเองและเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ อีกทั้งยังแนะน าทางรอดจากไฟประลัยกัลป์ด้วย เป็นค าสอนก่อนที่ท่านจะจากไป ๒๒ ปีต่อมา คณะท างาน โครงการหิ่งห้อย มีนาคม ๒๕๖๘ ,มีอะไรในเล่ม วิธีฝึกหัดพัฒนาจิต ..................................................................๗ หลักปฏิบัติหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน .................................... ๑๐ ถ้าอาตมาไม่อยู่แล้ว อย่าออกจากหมู่ .......................................
อ่านต่อ
๑๑ เรียนรู้อรูปอัตตาในตน ............................................................ ๑๒ ระวังอย่าเป็นเหตุให้ใครออกจากหมู่ ........................................ ๑๓ การท าใจให้รับผัสสะที่มีเจตนาร้าย .......................................... ๑๕ คนที่อยู่กับหมู่ได้คือคนที่ใช้ได้ ............................................... ๑๗ การปรับเปลี่ยนจิตที่คิดร้ายกับผู้อื่น .......................................... ๑๙ ฤทธิ์เดชของจิตวิญญาณ ........................................................ ๒๐ โรงซ่อมสร้างจิตวิญญาณ ....................................................... ๒๑ ขยันจนเป็นตถตา ................................................................. ๒๓ มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี .......................................... ๒๗ ต้องหาความจริงให้เจอ ......................................................... ๒๙ สังคมที่โลกต้องการ ............................................................. ๓๔ อโศกคือสังคมพึ่งตนเอง ....................................................... ๓๘ จรณะ ๑๕ วิชชา ๘ ................................................................ ๔๑ ศรัทธาที่มีปัญญา .................................................................. ๔๓ ต่อไปในอนาคต .................................................................... ๔๕ ค าแนะน าก่อนอ าลา .............................................................. ๔๗ ผู้อ่านคลิกที่หัวข้อที่ต้องการอ่าน ระบบจะเลื่อนไปที่หน้านั้นทันที และเมื่ออ่านหน้าใดก็ตาม ต้องการเลือกหัวข้อใหม่ ให้คลิกที่ ใบพธ ิ์ ท้ายหน้า ระบบจะเลื่อนมาที่หน้า มีอะไรในเล่ม ให้เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ คำสอนก่อนลาจาก สมณะโพธิรักษ์ แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๕ ในการอบรมท าวัตรเช้า ณ พุทธสถานปฐมอโศก จังหวัดนครปฐม เมื่อวานนี้มาพูดกันเรื่องที่จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีมันก็ไม่ดี เรื่องนั้นก็คือว่าถ้าอาตมาตายไปในอายุ ๗๒ คืออีก ๓ ปีข้างหน้า แล้วพวกเราจะอยู่อย่างไร พวกเราจะท าอย่างไร ให้แสดงความคิดเห็น คนที่แสดงความคิดเห็นมาร้องไห้กันทั้งนั้น ก็เป็นความจริงของจิตวิญญาณที่เราผูกพันหรือสัมพันธ์กัน จุดที่กังวลกันหรือคิดว่า ถ้าเผื่อว่าสังคมนี้ขาดอาตมาไปแล้ว เราจะพึ่งใคร เราจะอยู่ยังไง ถ้าเผื่อไม่มีจุดที่พึ่งที่หมาย ก็เลยกังวล ก็เลยคิดเกรงกลัว คิดไปต่างๆ นานา คนที่คิดอย่างนั้นเป็นผู้ที่ไม่ได้ค าตอบที่ชัดเจน ไม่ได้ค าตอบที่สมบูรณ์ ค าตอบที่สมบูรณ์ ก็คือ เราต้องรู้ความจริงว่าทุกอย่างไม่มีอะไรจะไม่พรากจากกัน วิธีฝึกหัดพัฒนาจิต อภิณหปัจเวกขณ์ พิจารณาเสมอว่า การแก่มี การเจ็บมี การพรากจากสิ่งที่รักต่างๆ มี การตายจากกัน มี ไม่มีอะไรที่จะไม่ ๘ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ พรากจากกัน พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พิจารณาเสมอๆ พิจารณาให้เห็นความจริงว่ามันต้องเกิดเหตุการณ์อย่างนี่แหละ เราจะต้องพรากจากของที่รักที่ชอบใจ เราจะรักอย่างไรก็ต้องพราก คุณ ไม่อยากพรากก็ต้องพราก เพราะฉะนั้นคุณต้องท าใจให้พราก รักขนาดไหน ก็ต้องพรากกันเป็นที่สุด ตอนใดตอนหนึ่ง เวลาใดเวลาหนึ่งต้องพรากกันแน่ๆ จะเร็วหรือช้าก็ต้องพรากจากกัน อยากให้อยู่นานๆ ก็อยากและก็พากเพียรเอา อาตมาก็ไม่อยากจะพรากไปเร็ว ตั้งใจและก็ใช้อิทธิบาทอยู่ แต่ตอบไม่ได้ว่าอิทธิบาทมันจะมีผลดีขึ้นหรือไม่ อาตมารู้ว่าจะหมดอายุขัยอายุ ๗๒ นี้ เท่าที่อาตมารู้ของอาตมาเอง อาจจะไม่จริงก็ได้ เผื่อไว้อย่างนั้น ไม่ต้องปักใจมากมาย เมื่อไม่จริง ก็ดีไป ไม่น่าจะเสียหาย แต่ถ้ามันจริง เราก็รับรู้เอาไว้ว่า เออ จริงนะ เรารู้ก่อนแล้ว ก็หัดฝึก ต้องฝึกใจจริงๆ นะ ไม่ฝึกใจไม่ได้หรอก อาการที่ใจของเราจะอ่อนแรง ท้อแท้ เสียใจหรือว่าไม่มีก าลังใจ ถ้าเผื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เราก็ต้องพิจารณา เออ จะต้องพรากจากสิ่งที่รักที่ชอบใจ แล้วเราก็หมดก าลังใจ เราจะอ่อนแอ เราจะเสียใจ เราก็เรียนรู้อาการทางจิต อาการที่เสียใจเป็นอย่างไร เราก็หัดฝึก พยายามเปลี่ยนแปลงด้วยปัญญา ด้วยความเข้าใจ ด้วยการกลับจิต เปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจจริงๆ เปลี่ยนมาสู่จุดที่ดีกว่า เราต้องรู้ให้ชัดเจนว่าสิ่งที่ดีกว่านั้นคืออะไร อันนี้ส าคัญ อาการทางกายก็ดี อาการทางวาจาก็ดี อาการทางใจก็ดี อะไรที่ ค าสอนก่อนลาจาก ๙ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ ดีกว่า อันนี้เป็นกุศล อันนี้เป็นอกุศล อันนี้สุจริต อันนี้ทุจริต อันนี้จริตที่ไม่ดี เราก็เปลี่ยนจริต เปลี่ยนอาการทางจิตใจ เปลี่ยนอาการทางกาย ทางวาจา เปลี่ยนอาการทางจิตใจ มันเปลี่ยนได้ วิธีใช้พลัง ใช้ก าลัง เปลี่ยนแปลงเลย ดัดมันเลยด้วยวิธีสมถะ ใช้ก าลังดื้อๆ กดข่ม ใช้พลังแรงเปลี่ยนเลย ใช้สมถ-ภาวนา โดยไม่มีเหตุ ไม่มีผล ไม่มีปัญญา ไม่มีความรู้ความจริงอะไรหรอก นั่นก็ท า เราก็ช่วยด้วย ทั้งสองอย่างแหละ ใช้สมถวิธีกับภาวนาวิธี ภาวนาวิธีก็คือเห็นด้วยความจริงด้วยปัญญา วิปัสสนา ภาวนามีพลังมีฤทธิ์มากกว่า มีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ มีความวิเศษกว่า เป็นความชนะที่ยิ่งเห็นชัดเห็นเจนจริงจังเลย เห็นแล้วก็เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างมันพ่ายแพ้ มันหยุด ระงับหรือเปลี่ยนแปลงได้ด้วยปัญญา ด้วยความเข้าใจ เห็นของจริง เห็นความจริง ด้วยเหตุผล หรือด้วยตัวอย่าง ด้วยหลักฐาน เราเห็นสิ่งเหล่านั้นเข้ามายืนยันเป็นเหตุปัจจัยให้เราเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่กดข่มด้วยพลัง ทุกคนต้องฝึก อันนี้แหละส าคัญ เปลี่ยนกายกรรม เปลี่ยนวจีกรรม ฝึกเปลี่ยนแปลงอยู่ และต้องเข้าใจจุดส าคัญจริงๆ ว่า กุศลหรือสุจริตหรือดีกว่าที่แท้จริงคืออะไร ต้องท าให้ดีกว่านั้น ดีขึ้น ดีขึ้นให้ได้มากๆ มากขึ้น อย่างที่อาตมาบอกแล้วมีดี ดีกว่า ดีขึ้น ดีแท้ ดีมาก ดีที่สุด ให้ดีนี่มันพัฒนาตัว พัฒนาสิ่งที่ดีขึ้นไปทับทวีซับซ้อนมากขึ้น เราต้องท า เรามาทางนี้แล้ว มาพัฒนา มาเรียนรู้ มาใช้ชีวิตอย่างนี้ให้ได้มรรคผลจริง ๑๐ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ หลักปฏิบัติหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว หมู่พระสงฆ์ควรมีธรรมวินัยเป็นหลัก ไม่เอาบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นใหญ่ เพราะว่าบุคคลที่เป็นใหญ่สูงสุดคือพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าสิ้นไป ใครก็แทนพระองค์ไม่ได้ จะให้ใครเป็นใหญ่มันก็ไม่เท่า การอยู่เป็นหมู่รวมกันนี่ พระพุทธเจ้าท่านให้กระจายความรู้ความสามารถของแต่ละคนให้ท างานอย่างเหมาะสม คนนี้มีความรู้เรื่องไหนก็ท าเรื่องนั้น คนนี้มีความสามารถท าอะไรก็ท าไป แบ่งกันหลายๆ องค์ แจกกันไปตามความรู้แต่ละแขนง แต่ละความถนัด คนนี้ได้เชิงนี้ ก็มีลูกศิษย์เชิงนี้ คนเป็นช่าง เก่งทางนี้ ก็มีลูกศิษย์เชิงนี้ คนนี้เก่งทางเทศน์ ยอดทางเทศน์ก็ท าไป มันเป็นไปตามธรรมชาติ คนที่เก่งทางไหนก็รับงานนั้นไป แล้วคนเก่งๆ ก็มารวมกัน ทั้งหมดรวมกันนั่นแหละเป็นพระพุทธเจ้า สิ่งที่ดีทั้งหมดมารวมกัน ก็สืบสานศาสนาต่อไปได้ คนเหล่านี้จึงแตกกันไม่ได้ แยกจากกันไปมันก็ขาด ขาดองค์นี้ไปก็ขาดเรื่องนี้ องค์นี้แยกออกไปก็ขาดเรื่องนั้น องค์นี้หลุดไปก็ขาดเรื่องนี้ ยิ่งแยกไปหลายฝักหลายฝ่าย ก็ยิ่งขาดใหญ่ ก็ล่มสลายไวขึ้น ความเจริญก็ยิ่งน้อยลงๆๆ ยิ่งแตกพัวะเลย ไม่ร่วมกันเลย ก็ไม่เหลืออะไร ใช่ไหม นี่อาตมาสมมุติให้ฟัง ค าสอนก่อนลาจาก ๑๑ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ ถ้าอาตมาไม่อยู่แล้ว อย่าออกจากหมู่ อาตมาไม่เห็นเลยว่าการมีชีวิตอยู่นี่ ควรจะมีชีวิตอยู่ที่ไหนที่ดีกว่าการอยู่ในหมู่กลุ่มนี้ ถ้าอาตมาไม่อยู่แล้ว สิ่งที่จะต้องท าก็คืออย่าหนีจากกัน อย่าพรากจากหมู่ อย่าออกจากหมู่ คนที่ออกจากหมู่ไปนี่ อาตมาบอกให้เลยว่าโง่ที่สุด พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า มิตรดี สหายดี สิ่งแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ เรามีทั้งหมดทั้งสิ้นแล้ว เป็นทุกอย่างแล้ว แม้พวกเราฟังแล้วเข้าใจ แต่พอกิเลสขึ้น ก็ไม่เอาๆ ไม่รู้เรื่องแล้ว บ้าๆ บอๆ ก็ออกจากหมู่นี่ไปแล้ว หน้ามืดตามัวแล้วก็ออกไปเลย คนที่คิดออกไปเดี่ยวๆ ไปในที่กว้างอื่นๆ ในโลกนี้นี่นะ หรือไปอยู่กับหมู่กลุ่มคนอื่นก็แล้วแต่ อยากให้คิดก่อน หรือว่าให้ตรวจสอบความจริงของเราเองก่อนว่า เราเคยเจอหมู่กลุ่มที่ไหนบ้างที่เรามั่นใจแล้วว่าดีกว่าที่นี่ ดีกว่าหมู่กลุ่มนี้ เคยเจอไหม เคยเจอมาแล้วที่ไหนบ้าง จ าไว้นะว่า คนไม่ใช่สัตว์เดี่ยว คนเป็นสัตว์กลุ่ม สัตว์โขลง สัตว์หมู่ ก็ต้องอยู่กับหมู่ หมู่นี่แหละที่พระพุทธเจ้าตรัสแล้ว หมู่นี้แหละมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี นี่แหละเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ แม้ว่าสถานที่ไม่ดี วัตถุไม่ดี แต่คนดี มันก็ดี อบอุ่น มันก็ไปรอด แล้วก็เจริญได้ สถานที่ไม่ดี สิ่งแวดล้อมไม่ดี เราพัฒนาได้ แปลงได้ ปรับได้ ท าให้ดีขึ้นได้ วัตถุเราท าได้ง่าย แต่คนนี่ยาก หากลุ่มยาก หาหมู่ยาก ๑๒ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ เรียนรู้อรูปอัตตาในตน เพราะฉะนั้นอย่าหนีจากหมู่ อย่าผลักดันให้ใครออกหรือแตกออกไปจากหมู่ คนไหนท าคนนั้นบาปนะที่ผลักดันให้คนที่อยู่ในนี้ออกไป ทั้งที่เขาเป็นคนที่หมู่รับ หมู่ต้องการ ส่วนคนไหนก็แล้วแต่ที่หมู่ก็รับนะ อาจมีความไม่น่ารักบ้าง น่าหมั่นไส้อยู่บ้าง แต่ว่าค่ารวมแล้ว องค์รวมแล้ว ตัดเกรดแล้วก็น่าให้อยู่ ยังมีคุณค่าประโยชน์ มีน ้าใจ มีจิตดี สรุปแล้วก็คือคุณไม่ใช่หมาหัวเน่าหรอก มีคนต้องการให้อยู่ ถึงเจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แต่เราสิแอ๊ค ฉันไม่อยู่ ฉันจะไปของฉัน มันเป็นอรูปอัตตา เป็นอัตตาตัวเองหยิ่ง เล่นตัว ยิ่งเขาต้องการ ฉันยิ่งไม่อยู่ ยิ่งเขาต้องการ ฉันยิ่งอยากออก โอ้โห! เลวจริงๆ เลย ท าไมล่ะ ก็เราเป็นคนดี เป็นคนมีประโยชน์ คนอื่นเขาเรียกร้องต้องการ เราจะเล่นตัวไปท าไม ไอ้นั่นน่ะมันคนโลกๆ มันบ้า เขาเล่นตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ เรียกร้องค่าตัว เรียกร้องให้คนเขาเห็นความส าคัญ ให้คนเขามาให้ค่า ให้คนมาให้เงิน ให้ลาภ ให้ยศ ให้สรรเสริญ ให้อะไรก็แล้วแต่ นั่นคือ ในมุมหนึ่ง อีกมุมหนึ่งก็คือคุณเอาแต่ใจตัวคุณเอง อรูปอัตตาแท้ๆ คุณจะเอาอย่างนี้แหละ แต่เอาอย่างนั้นเกิดอะไรขึ้น มีคุณค่าอะไร ถ้าอยู่ที่นี่ เขาต้องการและเขาก็เห็นประโยชน์ในเรา เราก็ได้ท าประโยชน์ในนี้ เมื่อเราท าประโยชน์ก็เป็นกุศลกรรมของเราแล้ว ค าสอนก่อนลาจาก ๑๓ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ เราก็เจริญอยู่แล้ว หรือแม้ว่าเราจะชิงชัง ก็มโนสัญเจตนาหาร อยู่ตรงนี้ เราจะชิงชังใครล่ะ มีโจทย์ให้เรา เราก็ท าสิ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหารก็อยู่นี่อยู่แล้ว แล้วเราจะหนีไปท าไม ตัวเราเองนั่นสังฆเภท ตัวเราเองนั่นแยกตัว ตัวเราเองจะไม่เข้าหมู่ ตัวเราเองจะไม่เอากับหมู่ ตัวเราเองจะย้อนแย้งอะไรก็แล้วแต่ คุณจะไปสร้างก๊กใหม่เหรอ อาตมาตายแล้ว คุณก็เลยจะต้องไปสร้างก๊กใหม่ จะแยกไปสร้างหมู่ใหม่อย่างนั้นหรือ ระวังอย่าเป็นเหตุให้ใครออกจากหมู่ ในหมู่กลุ่มพวกเรานี่ มีใครเจตนาจะเข่นฆ่ากันหรือท าร้ายกันไหม มีเจตนาที่จะท าลายกัน จะห ้าหั่นกันให้ตกต ่าไหม ก็ไม่ใช่ พวกเรามีเจตนาดีแก่กันและกันให้สูงขึ้นมากกว่าอยู่แล้ว บางคนอาจมีเจตนาร้ายต่อคนอื่นบ้าง ก็มีน้อย อาจจะไม่ได้เจตนาท าร้ายเขาหรอก แต่ว่ามันเกิดกิเลส ท าให้เราไปท าร้ายเขา แต่ก็ไม่ได้คิดให้เขาตกต ่าหรอก อาตมาเชื่อว่า อาการหยาบๆ ถึงขั้นที่ว่า แหม เราอยากให้คนนี้มันฉิบหาย ให้มันตายโหง ให้มันตกต ่าไป อย่างนี้ในหมู่ของพวกเรานี่ ไม่มีนะ ก็แค่อรูปอัตตาเท่านั้น อรูปอัตตา คือ อรูปของอัตตาของตัวเราที่จะต้องสมใจเราในบางขณะ สมใจเราในเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เช่น คนนี้นี่ท าให้เราเห็นความเลวที่เหลืออยู่ในตัวเรา ความเลวคือเจตนาให้คนนี้เขาตกต ่า ให้คนนี้เขาเจ็บใจ ให้คนนี้เขาได้รับทุกข์ ๑๔ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ คนที่ต้องการให้คนอื่นรับทุกข์นั้น (๑) เป็นความเลว ใครมีความคิดต้องการให้เขาตกต ่า ต้องการให้เขาได้รับทุกข์ แล้วก็กระท าอย่างนี้ก็เป็นคนเลวแล้ว (๒) เป็นความคิดที่ท าให้แตกแยก คนในหมู่เรานี่ คัดเลือกมาแล้ว และอยู่กับหมู่ที่มีประโยชน์มีคุณค่า ท างานร่วมกัน อยู่ด้วยกัน เพื่อนฝูงคนอื่น เขาไม่ได้อยากให้พราก เขาไม่อยากให้ออกไปจากนี้หรอก แต่เราเป็นคนที่ท าให้เขาออก เราท าบาปมหาศาลเลย ฟังให้เข้าใจนะ ยิ่งคนคนนี้มีคุณค่ามากเลยในที่นี้ สมมุติว่าเป็นอาตมานะ อาตมาอยู่ในหมู่นี้ อาตมาก็คงเป็นคนมีคุณค่าในที่นี้นะ แล้วเกิดมีใครคนหนึ่งมันท าอะไรก็แล้วแต่ จนกระทั่งอาตมาทนไม่ได้ อาตมาต้องออกจากที่นี่ไป เป็นไงคนนั้น โอ้โฮ เลวขนาดไหน บาปขนาดไหนกันล่ะ ถึงแม้ไม่ใช่อาตมา แต่เป็นคนในหมู่พวกเรานี่แหละ แม้คนใดคนหนึ่ง ที่หมู่ส่วนใหญ่ต้องการเอาไว้ หมู่ส่วนใหญ่เห็นดีเห็นชอบ หมู่ส่วนใหญ่รัก หมู่ส่วนใหญ่นับถือ เพราะเป็นคนดี มีคุณค่า แต่ก็ยังมีคนใดคนหนึ่งท าให้เขาทนไม่ได้ จนเขาต้องออกไป คนนั้นก็ท าบาปมาก ฉันเดียวกันกับที่อาตมายกตัวอย่างมาอธิบายแล้ว คงเข้าใจนะ นี่คือสัจธรรม คือเรื่องจริงทั้งนั้น ในหมู่พวกเรา ใครก็แล้วแต่ใช้ลีลาวิธีการ จนกระทั่งเพื่อนที่อยู่ด้วยกันต้องกระเด็นออกไป บาปแล้ว กรรมเป็นอันท า ใครท าแล้วก็บาปแล้ว อย่าท าอีกเลย จงอย่าท าต่อไป อย่าท าจริงๆ ค าสอนก่อนลาจาก ๑๕ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ นี่คือวิธีการท าให้มวลหมู่นี่อยู่ด้วยกันอย่างผาสุก เป็นบุคคลสัปปายะที่หายาก บุคคลที่จะมารวมกันอยู่เป็นหมู่เป็นกลุ่มนี่หายากมาก หายากจริงๆ มโนสัญเจตนาหารส าคัญมาก จิตที่คิดผิดจะท าให้อยู่รวมกันยาก การท าใจให้รับผัสสะที่มีเจตนาร้าย ในหมู่กลุ่มเรา มีทั้งผู้ได้รับผัสสะและผู้ที่ท าบาป ผู้ใดรับผัสสะจากคนที่มีเจตนาร้ายในนี้ มันเป็นเจตนาร้ายของเขา บาปเป็นของเขา เราเป็นผู้ที่ถูกขจัด ถูกจัดการให้ออก โดยวิธีการหรือกลเม็ดกลอุบายอะไรก็ตาม เขาท าจริง เราก็ต้องรู้ว่า คนนี้คนเดียวนะ ไม่ใช่หลายคน ไม่ใช่ทั้งหมู่ที่ท าให้เราออก ถ้าหมู่ทั้งหมู่หรือส่วนใหญ่นะ หกสิบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของหมู่ เขาต้องการให้เราออก เราออกดีๆ เถอะ อย่าหน้าแข็งอยู่เลย ถ้าขนาดนั้นแล้ว เราออกเถอะ โอ้โฮ.... หมู่เขาเหม็นหน้าเราหมดแล้ว แต่นี่หมู่ตั้งแปดสิบเปอร์เซ็นต์เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ เขาชอบเราอยู่ มีอยู่คนสองคนห้าคนเท่านั้นเอง ที่มันไม่ชอบใจเรา หรือจริง ๆ แล้วก็มีมัน...โธ่...คนเดียวแท้ๆ ไม่ชอบเรา แล้วเราจะออกเพราะคนคนเดียว มันโง่หรือฉลาดกันนี่ มันฉลาดน้อยหรือไม่ใช่แค่ฉลาดน้อย มันโง่เอามากๆ เลย ก็เราจะออกไปท าไม เขาจะท าอะไรกระทบเรา หนักเบาแค่ไหน เราก็ต้องรับลูกให้เป็น เขาเป็นโจทย์ให้เราได้ฝึกจริงๆ เป็นโจทย์ที่เป็นประโยชน์แก่เรา ๑๖ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ สุดท้ายแล้วมโนสัญเจตนาของคนในหมู่เรา แม้จะเป็นมโนสัญเจตนาที่ร้าย ก็เป็นโจทย์ที่ดีส าหรับเรา พวกเราไม่หยาบเกินการณ์หรอก มีเราเท่านั้นที่ทนไม่ได้ กับคนอื่นเขาก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ ถ้าเป็นเช่นนั้น เราอาจจะต้องนึกไปถึงว่า เออ กี่ชาตินะที่เราสร้างศรศิลป์ไม่กินกันมา เราต้องโมเมยกไปให้โน่นเลย ไปถึงอดีตตั้งแต่วิบากกรรมที่ท าแก่กันและกันมากี่ร้อยกี่พันชาติแล้ว เราต้องท าโจทย์นี้ให้หมดเวรานุเวร จะหนีจากโจทย์ไปอีกมันก็ไม่ได้ช าระหนี้ คุณเปื้อนที่ไหน แล้วคุณก็หนีจากความเปื้อนนั้น หนีได้ไหมล่ะ คุณต้องจัดการความเปื้อนนั้นออกให้หมด ขี้กลากเป็นที่ไหนคุณต้องรักษาที่นั่น หมาขี้เรื้อนมันคัน นอนตรงนี้นั่งตรงนี้คัน หนีไปนั่งตรงโน้นไปนอนตรงโน้น หรือตรงไหนๆ มันก็ไม่หายคันหรอก คุณต้องรักษาขี้เรื้อนตรงนั้นของคุณก่อน มันเปื้อนตรงไหน มันมีเหตุปัจจัยตรงไหนก็แก้ตรงนั้น คนนี้เป็นศัตรูกับเรา เป็นเวรานุเวรกัน เวียนตายเวียนเกิดกันอีก เราก็จะต้องเจอกันอีก กี่ชาติๆ วิ่งหนีชาตินี้ก็ไม่มีทางพ้น ตั้งใจสู้ ตั้งใจพิจารณา ท าให้ใจของเราปล่อยวางให้ได้ ถ้าเราวางใจได้จริงแล้ว ต่อให้ศัตรูร้ายขนาดไหนก็ท าอะไรเราไม่ได้ พระพุทธเจ้าเองก็มีศัตรูรุนแรง ท่านก็วางใจ อาตมาเองก็มีศัตรู คนที่เขาอยากจะท าร้ายท าลาย เขาจะท าอะไร อาตมาก็วาง ไม่ได้ติดใจ ไม่ทุกข์ และไม่เคยเดินหนี อาตมาไม่ได้หนีนะ ไม่ว่าจะเป็นเหตุหรือปัจจัยใด อาตมาก็ไม่เคยหนี ค าสอนก่อนลาจาก ๑๗ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ มโนสัญเจตนาหารของพวกเราเองที่มุ่งร้าย มีจิตคิดร้ายกับคนในหมู่เราเอง นี่ลึกซึ้งซ้อน ข้างนอกน่ะร้ายกว่าแน่ๆ เขาจะเอาตายเลยนะ แล้วหยาบๆ คายๆ ด้วย รุนแรงด้วย มันไม่เข้าเรื่อง ไม่ได้ดิบได้ดีอะไรหรอก แต่พวกเรานี่ อาตมาว่าโจทย์ก็เป็นโจทย์ที่ท าให้เราดีขึ้นได้ มันไม่รุนแรงเลย มันไม่หยาบคายมากมาย พวกเรานี่ลีลาเหลือกินเลย นี่แหละเขาเรียกเลือดเย็น ลีลาไม่หยาบคายหรอก ไม่ร้อนไม่แรงหรอก แต่คนที่ถือสากันนี่ มันทนไม่ได้ มันก็เป็นความอ่อนแอของเราเอง เพราะฉะนั้นต้องทนให้ได้ มันเป็นผัสสะมากระทบเราแล้ว โดยมโนสัญเจตนาจากคนใดคนหนึ่ง มันเป็นอาหารให้เราอาศัยฝึกฝนการวางใจ คนที่อยู่กับหมู่ได้คือคนที่ใช้ได้ ทุกวันนี้อาตมาอุ่นใจ ดีใจที่ชาวอโศกมีเพิ่มขึ้น มีมวลมากขึ้น ค่อยๆ มีคนเข้ามา ไม่ใช่เข้ามาได้ง่ายๆ เข้ามาแล้วเขาอยู่ไม่ได้ ก็ไม่ใช่ว่าจะบังคับกันได้ เขาอยู่ไม่ได้ก็คืออยู่ไม่ได้ คนอยู่ได้จริง เป็นหมู่เป็นมวลจริง ก็จะรวมกันอยู่ คนที่อยู่ได้นั้นคือคนที่ใช้ไม่ได้หรือใช้ได้ล่ะ ต้องคิดเรื่องนี้ให้จริง ใช้ปัญญาให้รอบ ให้ครบพร้อม ให้เรียบร้อย ให้ชัดเจนหมดเลย คนที่จะอยู่รวมกันอย่างนี้ได้คือคนที่ใช้ได้ คนที่มีทัศนคติ มีวิสัยทัศน์ มีจิตวิญญาณ มีปัญญาเห็นแล้วว่า อืม ต้องอยู่ตรงนี้ อยู่อย่างนี้แหละ อยู่กับหมู่และก็พัฒนาไปอย่างนี้แหละถูกแล้ว ๑๘ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ แม้ในที่นี้จะมีคนบกพร่อง ซึ่งต้องมีแน่ พระพุทธเจ้าอยู่ทั้งองค์ ต่อให้มีพระพุทธเจ้าสององค์ด้วย ก็ต้องมีคนที่บกพร่อง ก็ต้องมีคนที่ไม่ดี ก็ต้องมีคนที่ยังมีข้อบกพร่อง คนที่ไม่สมบูรณ์ คนที่ท าให้เราไม่สบายใจ คนที่ท าให้เราไม่ไว้ใจ คนนั้นอาจจะเป็นคนที่คนอื่นๆ เห็นว่าไม่เป็นไร แต่คนนี้ท าให้เราไม่สบายใจ หรือคนอื่นเขาไม่มีปัญหากับคนนี้ แต่เรามีปัญหากับคนนี้ก็เป็นได้ หรือคนนี้ โอ้โห! ท าให้คนมากคนเลยที่เห็นหน้าแล้ว แทบจะเหม็นหน้าเลย เหมือนหมาหัวเน่าในหมู่ แต่เขาก็ไม่ได้ต ่ากว่าเกรด ว่างั้นนะ แต่เขาก็ โอ้โฮ... ดูแล้วคนนี้นี่มันจะไปเอาหลักเกณฑ์ของเราว่าต ่ากว่าเกรดเราก็ให้ออกไป ใช่ไหม ถ้าไม่ต ่ากว่าเกรด เขาก็มีคุณค่า มีคุณธรรมพอสมควร แต่ก็มีอะไรต่างๆ นานาที่มันน่าเคาะหัวเหลือเกิน มันน่าคันหัวใจ คนเรามันมีจริตนับไม่ถ้วนแหละ ทั้งลีลาต่างๆ มันก็น่าหมั่นไส้หรือน่าเกลียดน่าชัง ท าให้ไม่ชอบใจก็ได้ และบางคนก็ลีลามากมาย คนนี้ลีลาอย่างนี้นี่ดูไม่จืด เบื่อไม่ลง ต้องเบื่อไม่ลงนะคนนี้ ขืนเบื่อแล้วมันก็ตายกันพอดี ถึงยังไงก็ต้องเบื่อไม่ลง เราต้องรู้ความจริงว่าในกลุ่มหมู่ที่ดีขนาดไหนก็ตาม ต่อให้มีพระพุทธเจ้าอยู่พร้อมกัน ๕ องค์เลยก็ตาม มันก็ต้องมีตัวเกเรหรือไม่น่าชอบใจอยู่ในนั้นแหละ ดีไม่ดีก็ไม่ชอบใจเรานี่แหละ กับคนอื่นเขาไม่เป็นนะ เป็นกับเรานี่แหละ หรือในทางกลับกัน มันก็ต้องมีจนได้ ถ้ามีแล้วเป็นไง ถึงมี เราก็ต้องอยู่ให้ได้ ค าสอนก่อนลาจาก ๑๙ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ เราอย่าไปนึกว่า แหม คนนี้นี่ท าให้เราอย่างนี้ เราไม่อยู่ดีกว่า แล้วเราจะไปอยู่ไหนล่ะ พูดแล้วเมื่อกี้นี่ ไปอยู่ไหนล่ะ ไปอยู่ที่อื่นมันก็ไม่พาเจริญเท่าที่นี่ การปรับเปลี่ยนจิตที่คิดร้ายกับผู้อื่น เราเองหรือบุคคลใดก็ตามที่มีมโนสัญเจตนาไปในทางร้ายจะมีเจตนาร้ายแก่ผู้ใดอย่างไร ขอให้เราตั้งใจตรวจสอบเลย ถ้าผู้ใดเคยท ามาแล้ว จะเรียนรู้จิตของเราเลยว่าจิตเราคิดอะไรอยู่ ท าไมจิตของเราอยากจะขจัดคนนี้ออกไป ก็เตือนตนเองได้ว่า ไม่ต้องไปคิดขจัดเขาหรอก โดยวิบากมันก็เป็นไปตามสัจจะอยู่แล้ว เราปรับตัวเราเถอะว่า เอ๊ ท าไมเราจะต้องคิดร้ายกับคนนี้ เราคิดร้ายอยู่คนเดียวด้วยซ ้าไป คนอื่นเขาไม่คิดอยากให้คนนี้ออกไปเลย คนอื่นเขาไม่ได้ชิงชังคนนี้เลย คนอื่นเขาก็รักดีด้วยซ ้าไป ท าไมเราถึงไม่รักคนนี้ ท าไมถึงไม่ชอบคนนี้อยู่คนเดียว ถ้าอย่างนี้ เราต้องปรับตัวเราเอง ปรับมโนสัญเจตนาของเรา ว่าจิตของเราท าไมไปมุ่งร้ายกับเขา ท าไมไปเจตนาร้ายกับเขา ท าไมไม่ชอบใจเขา คิดไม่ดีกับเขา คิดไม่ดีกับเขานั่นแหละคือมโนสัญเจตนา คิดไม่ดีกับใครก็คือมโนสัญเจตนาทั้งนั้น เราท าไมคิดไม่ดีกับเขา หัดปรับปรุงอันนี้ให้ได้ ๒๐ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ ฤทธิ์เดชของจิตวิญญาณ วิญญาณของคนหมู่นี้เป็นวิญญาณดีทั้งนั้น หายากนะที่จะมีกลุ่มสังคมที่มีจิตวิญญาณดี จิตวิญญาณอาริยะ จิตวิญญาณชั้นสูง เราจึงต้องรวมกันให้เป็นสนามแม่เหล็กที่จะมีพลังงานวิญญาณที่เข้มแข็ง มีแรงเหนี่ยวน า เป็นพลังงานที่ยิ่งกว่าพลังงานทางวัตถุ เพราะเป็นพลังงานทางวิญญาณ ซึ่งเป็นนามธรรมที่ละเอียดมาก แต่ก็มีคุณลักษณะของพลังงานอื่นๆ เหล่านั้นด้วย เช่น มีคุณลักษณะอย่างฟิสิกส์ เป็นความร้อน แสง เสียง แม่เหล็กไฟฟ้าอะไรต่างๆ นานา มันมีครบ มีละเอียดกว่านั้นด้วย นอกจากความร้อน แสง เสียง แม่เหล็กไฟฟ้าแล้ว มันมี พลังงานรู้ที่ซับซ้อนด้วยนะ และยังมีพลังงานที่ซับซ้อนลึกซึ้งกว่านั้นอีกด้วย เพราะเป็นอิทธิฤทธิ์ เป็นปาฏิหาริย์ เป็นฤทธิ์ เป็นเดชชนิดหนึ่ง ที่ยิ่งกว่าฤทธิ์ปาฏิหาริย์ทางฟิสิกส์อีก ทุกวันนี้เราใช้ฤทธิ์ทางฟิสิกส์ เป็นพลังงานออกนอกโลกได้ โอ้โห...พูดถึงกัน ส่งถึงกัน ดูรูป ดูอะไร ก็ส่งไปทางนี้ ทางวัตถุทั้งนั้น พลังงานทางวัตถุแปรเปลี่ยนไป ใช้ไฟฟ้า ใช้เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ นานา พวกนี้เปลี่ยนแปลงหมดเลย จนกระทั่งกลายเป็นฤทธิ์เป็นเดช เหาะเหิน เดินน ้า ด าดิน ล่องหน หายตัว มีทุกอย่างสารพัด เป็นพลังงานทางวัตถุทั้งสิ้น ค าสอนก่อนลาจาก ๒๑ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๒ จริงๆ แล้ว พลังงานทางนามธรรมก็มีฤทธิ์มีเดชอย่างนั้นได้ ท าได้ดียิ่งกว่าด้วย แต่ยากกว่าแน่ แล้วทุกวันนี้พลังงานทางวัตถุมาช่วยท าแล้ว มีฤทธิ์เดชเดินน ้าด าดิน อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนา-ปาฏิหาริย์ มันทดแทนได้แล้ว เราไม่ต้องไปคิดหรอก ไม่ต้องเอาพลังงานทางนามธรรมไปใช้อันนั้นหรอก เอาพลังงานมาล้างกิเลสกันเถอะ เพื่อพัฒนาจิตวิญญาณให้เป็นอาริยชน โรงซ่อมสร้างจิตวิญญาณ วิญญาณาหารในหมู่เราเป็นอาหารชั้นเยี่ยม จะหาอาหารของพลังงานทางจิตหรือวิญญาณาหารที่ดีกว่านี้ได้ที่ไหน อาหารแปลว่าเครื่องอาศัย เราก็ได้อาศัยวิญญาณซึ่งเป็นนามธรรมที่อยู่รวมกันนี่พัฒนาให้เป็นจิตวิญญาณของอาริยชนได้ ถ้าหม
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive