สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_นิยามศัพท์) ตอน ความหมายของบุญอันเป็นโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์347 KB
วันที่แก้ไข3 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ_นิยามศัพท์) ตอน ความหมายของบุญอันเป็นโลกุตระ พ่อครูว่า...อาตมานี่ละพอตอบได้ สงสัยจังเลย คำว่าบุญ ที่อาตมากล่าวไปว่า บุญ คือเครื่องชำระกิเลส อาตมาก็ขอยืนยันว่า เอามาจาก พจนานุกรม บาลี ไทย อังกฤษ ฉบับภูมิพโลภิกขุ ล.7 น.2416

คำว่าบุญ แปล ว่า “สนฺตานํ ปุนาติ วิโสเธติ” ตามที่ท่านธรรมปาละ อธิบายไว้… (พ่อครูไอ ตัดออก) สมณะเดินดินว่า...มีพระสูตรที่พระพุทธเจ้าว่า ได้ทำทานอะไรมากมาย แต่ไม่ได้อานิสงส์สูงสุด ต้องเวียนกลับ พ่อครูว่า...ไปหารากศัพท์ก็ไปเจอ คำว่า ปุณฺย เขาบอกว่า อาจเป็นคำท้องถิ่น แต่ที่จริง เป็นของศาสนาพุทธ จะบอกว่าท้องถิ่นก็ได้ แต่เรื้อไปแล้ว เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติ ก็ได้นำสิ่งที่ เรื้อไปแล้ว มากลับฟื้นคืนใหม่ เหมือนอาตมาที่เกิดมา รื้อฟื้นสิ่งเก่า แก้กลับมาให้ตรงดังเดิม “สนฺตานํ ปุนาติ วิโสเธติ” แปลว่า การชำระจิตสันดานให้หมดจด แต่เขาเข้าไม่ถึงสภาวะ เลยแปลไปว่า เป็นกรรมดี ความดี กุศล ซึ่งผิดเลย จะบอกว่า บุญเป็นสิ่งดีก็ดีจริง แต่มันไม่ได้มีหน้าที่ สร้างความดี มันมีหน้าที่กำจัดความร้ายความเลว พอกำจัดเสร็จ ไม่เหลือความดีความชั่ว เขามีหน้าที่เท่านั้นจริงๆ จะไปถือว่าเป็นความดี กุศลไม่ได้ แต่ถ้าถือว่าเป็นสิ่งดีได้ไหม ก็ได้ เพราะเป็นการกำจัดสิ่งที่ไม่ดี คือกิเลส มันเป็นพลังงานจิต เพราะฉะนั้น ถ้าทำสำเร็จ จะเกิดการดับกุศลด้วยซ้ำ เพราะ คนติดยึดกุศล คือ คนมีอกุศล …. คนติดยึดกุศลคือคนมีอกุศล...พ่อครู 24 กพ.2560 ก็ต้องทำลายอกุศล บุญต้องทำลายความยึดติดในขันธ์ 5 ด้วยปัญญา ปัญญาเป็นพลังงานโลกุตระ ในวงการศาสนาที่มีบารมีพอสมควร ไม่ตั้งใจฟัง ก็ฟังธรรมะอาตมาแล้วหูหัก เพราะว่า ไม่มีครูบาอาจารย์คนไหนพูดเช่นนี้ เพราะในวงการ มันลืมโลกุตรธรรมของพระพุท

อ่านต่อ

ธเจ้าไปแล้ว อาตมาต้องเอาโลกุตรธรรมคืนมา บุญเป็นภาษาโลกุตรธรรมถ่ายเดียว กุศลเป็นสมบัติ แต่บุญเป็นวิบัติ การอภิสังขารคือ เอาพลังงานมาประกอบพลังงานจิต ให้เป็นเครื่องมือ สลายบาปอกุศล กิเลส สลายไปแล้วมันก็หมด บุญก็หมดหน้าที่ สลายกิเลสตัวใดได้ บุญก็หมดไปเป็นส่วนๆ เรียกว่าส่วนแห่งบุญ สลายอกุศลหรือบาปหรือกิเลสส่วนใด ก็สำเร็จเป็นส่วนๆ ถ้าสลายแล้ว กิเลสหมดบาปหมด อกุศลจิตหมด ก็หมดอนาสวะ หมดส่วนบุญไม่มีบุญ ปุญญปาปปริกขีโณ เป็นการหมดสิ้นบุญ เพราะบาปหมด อกุศลหมด กิเลสหมด บุญก็หมดหน้าที่ แล้วหายวับไปทันที พระอรหันต์ จึงเป็นผู้หมดบุญหมดบาป ปุญญปาปปริกขีโณ พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ ในพระไตรปิฎกเล่ม 32 ข.392 อีกอันคือ พระโมฆราช ที่ได้กล่าวเช่นนี้ คนที่ถามมาว่าเอามาจากไหน ก็เอามาจากหลักฐานดังกล่าว อภิสังขารแปลว่า การปรุงแต่งอย่างยิ่ง คือการปรับจิตปรับใจ เรียนรู้ในการที่จะทำ ปุญญาภิสังขาร อันที่สอง อปุญญาภิสังขาร อันที่สาม อเนญชาภิสังขาร แต่เมื่อไม่เข้าใจสภาวะ ก็ไปแปล อปุญญาภิสังขาร ว่าเป็น ไม่ใช่บุญ ไม่เป็นบุญ แปลอย่างนี้ถูก แต่ถ้าไปขยายพยัญชนะ ที่ท่านแปลกัน ก็ขยายความว่า เพราะฉะนั้นจึงเป็นบาป เพื่อให้คู่กันกับ ปุญญาภิสังขาร แปลอย่างนี้ก็เลยไม่รู้แล้ว หนึ่ง ปุญญาภิสังขารแปลว่าบุญ ส่วน อปุญญาภิสังขาร ไปแปลว่าบาป คือ การปรุงบาปใส่จิตตน ทั้งที่ อภิสังขารคือโลกุตระ ปุญญาภิสังขารคือกำจัดกิเลส พอกำจัดกิเลสได้หมด ก็เป็น อปุญญะ บาปหมด บุญหมด เมื่อไม่ต้องใช้บุญ บาปก็ไม่เกิดอีกแล้ว จึงมีแต่กุศลเกิด ตามโอวาทปาติโมกข์ สัพพปาปัสส อกรณัง (ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลัสสูปสัมปทา (ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง (ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส)

600224_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ความหมายของบุญอันเป็นโลกุตระ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน