สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน ความรักมิติที่เกิด bomb of love.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน ความรักมิติที่เกิด bomb of love พ่อครูว่า...ก็มีผู้ขวนขวาย พยายามเก็บเอาคำเทศน์ คำบรรยาย ข้อเขียนของอาตมา แม้แต่บทกวี ก็เอามาประกอบ มาเป็นหนังสือเล่มนี้ A Bomb of love ซึ่งอาตมาได้อธิบาย คำว่า A Bomb of love เป็นวลีที่ไอน์สไตน์ได้เขียนไว้ ในจดหมายถึงลูกสาว อาตมาไปเจอจดหมายนี้ โดยแกบอกไว้ ในจดหมายไว้ว่า พลังของความรัก เป็นระเบิดของความรัก ระเบิดจากจุดกลาง ระเบิดได้อย่างไร เป็นความรักแบบไหนที่ระเบิด อาตมาได้เขียนความรักไว้ถึง 10 มิติ ถ้าเป็นความรักแบบมิติที่ 1 หรือความรักเรื่องกาม เรื่องเพศ ชายหญิงสองคน เป็นความรักความใคร่ ดำฤษณาเสพรสเสพสุขแคบที่สุด ถ้าความรักแบบนี้ระเบิดตูม สังคมไหนก็ฉิบหาย ต่างคนต่างมีความรักแบบนี้ อาตมาว่าบรรลัยจักร ต่างคนต่างมีความรัก มิติที่เอาแต่เรื่องเพศ แม้ความรักจะมีประสิทธิภาพ ขยายกว้างขึ้นมาจาก เรื่องความใคร่เสพรสสุขแค่กามารมณ์แค่นี้ ให้มีความรักเผื่อไปถึงลูก ก็เป็นความรักที่เผื่อแผ่กว้างขึ้นไปอีก แม้แต่แค่เห็นแก่ลูก พ่อแม่ลูก เป็นมิติที่สอง ก็ดีขึ้นมาแล้ว ถ้ากว้างขึ้นเผื่อแผ่ไปถึงวงศาคณาญาติ ก็กว้างขึ้นเป็นความรักที่มีประสิทธิภาพ มีประโยชน์คุณค่าต่อมนุษยชาติเพิ่มขึ้น อาตมาก็มีเกณฑ์ ที่จะตั้งมิติของความรัก ให้สูงขึ้นได้ด้วย นอกจากญาติแล้ว ก็เห็นแก่บรรดาผู้อื่นเพิ่มขึ้น กว้างไปถึงสังคม กว้างไปถึงเห็นแก่ประเทศทั้งประเทศ ก็เป็นความรักที่พัฒนาขึ้น ยิ่งเห็นแก่มวลมนุษยชาติทั้งโลก ก็ยิ่งมีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ ส่วนความรักของศาสนาเทวนิยม ที่เป็นพระเจ้า ท่านรักทุกอย่าง ไม่ใช่มวลมนุษยชาติทั้งโลก รักทั้งสัตว์ ทั้งธรรมชาติ ต้นหมากรากไม้ รักทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านเป็นผู้สร้างกับมือด้วย เป็นมิติที่ 7 นี่คือ ความรักที่กว้
อ่านต่อ
างขึ้น ว่าเราจะทำใจอย่างไร ให้มีมิติที่เผื่อแผ่เกื้อกว้างขึ้น ถ้าเข้าใจในทฤษฎี และสัจจะสภาพจริง ขยายขึ้นจนถึงมิติที่ 7 ประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์ ก็อยู่ในนี้หมด เป็นเรื่องของมวลมนุษยชาติ ของพระเจ้านั้น กลับไป ละความเห็นแก่ตัว ถ้าเห็นแก่ตัวแค่มิติที่ 1 แค่เราสองคน อย่างนี้มันเลวจัด แย่แล้ว ต้องลดกิเลสนี้ ให้เผื่อแผ่กว้างขึ้นไป แม้แค่ลูกเต้า ญาติๆก็เป็นวงแคบ ให้ดับเหตุตัวนี้ นี่คือมิติที่ 8 ที่ 9 แทนที่จะสร้างพลัง เพื่อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น แต่ไม่ ท่านมาดับเหตุ เป็นอเทวนิยม แต่เทวนิยมไม่ได้ดับที่เหตุ ที่จะลดความเห็นแก่ตัวไปเรื่อยๆ จึงจะเห็นแก่ผู้อื่นไปตามลำดับ ไม่ใช่อ้าขาผวาปีก จะไปช่วยคนทั้งโลก แต่ไม่ได้ลดความเห็นแก่ตัว แม้กระทั่ง เห็นแก่เรื่องเพศเรื่องเมถุน หรือเรื่องแค่ญาติของตน เป็นความเห็นแก่ตัว ที่ยังเกาะเกี่ยว แล้วจะยังมีความจริง ที่จะไปเห็นแก่ผู้อื่นได้อย่างไร นี่คือลักษณะของความรัก ที่ศาสนาพุทธเข้าใจยิ่งกว่า ศาสนาเทวนิยมเข้าใจ ทีนี้ในหลวงของเรา ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านมีคุณธรรมนี้ โพธิสัตว์ คือผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว แล้วตั้งจิตช่วยผู้อื่นต่อ โพธิสัตว์ระดับ 1 คือพระโสดาบัน ดับโลกอบายได้แล้ว สกิทาคามีก็ลดกิเลส ลดความเห็นแก่ตัวได้อีก ก็เป็นโพธิสัตว์ระดับสอง โพธิสัตว์ 9 ระดับ 1.โสดาบันโพธิสัตว์ 2.สกิทาคามีโพธิสัตว์ 3.อนาคามีโพธิสัตว์ 4.อรหันต์โพธิสัตว์ 5.อนุโพธิสัตว์ 6.อนิยตโพธิสัตว์ 7.นิยตโพธิสัตว์ 8.มหาโพธิสัตว์ 9.สัมมาสัมพุทธโธ คือพระพุทธเจ้า ตอนแรกอาตมาประกาศว่า อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ซึ่งก็ยังไม่ได้ขยายความทั้ง 9 ระดับมาขยายความที่หลัง การสร้างความรัก ให้เกิดแก่มวลมนุษยชาติ มันคนละวิธีระหว่าง ของเทวนิยม กับอเทวนิยม ของเทวนิยมไม่ได้เรียนรู้ที่จิต ไปเรียนรู้ที่โลกที่ความก้าวหน้า ต้องพยายามช่วยเหลือเกื้อกูลโลก ได้แต่สร้างภายนอก ไม่ได้สร้างภายใน แต่ของศาสนาพุทธสร้างจากภายใน ไม่ต้องตัวเองรู้โลกก่อน และศาสนาพุทธ ไม่ใช่หนีโลก ที่จะไปเรียนรู้แต่ตัวเอง เดี๋ยวนี้เข้าใจกันแบบนั้นหมด ไปหนีโลก นั่งสมาธิ แล้วกินข้าวไปวันๆ อยู่แต่ในรู ไม่ไปวุ่นวายกับใคร ให้เขามาประเคนอาหารแล้วฉันไป แต่ไม่ได้เรียนรู้โลกและช่วยโลก ศาสนาพุทธนั้น ลดกิเลสตัวเองและช่วยผู้อื่น ถ้ายิ่งลดกิเลสตัวเองได้มากขึ้นจะช่วยผู้อื่นได้มากขึ้น มีตัณหาของพุทธ ไม่ใช่เรื่องแค่ใครจะเป็นอย่างไร ก็เรื่องของเขาตัวใครตัวมัน อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ไม่ใช่ ศาสนาพุทธไม่ได้เป็นอย่างนั้น ความหมายของ อัตตา หิ อัตตโน นาโถ ก็เหมือนกับศาสนาคริสต์ เขาสอนว่า พึ่งตัวเองก่อน แล้วพระเจ้าจะช่วย ถ้ายังพึ่งพาตัวเองไม่ได้ พระเจ้าจะไม่ช่วย พระเจ้าตีกินชะมัด หลอกให้พึ่งตนเองก่อน แล้วพอพึ่งตนเองได้ ก็ไม่ต้องช่วยแล้ว ของศาสนาพุทธบอกตรงๆว่าให้พึ่งตนเอง แล้วค่อยช่วยคนอื่น แต่ถ้าช่วยคนอื่นก่อน จะเป็นลัทธิประชานิยมลัทธิทุนนิยม เหมือนกับธัมมชโย หลอกให้ช่วยคนอื่นแล้วจะรวย แล้วใครรวยกว่าธัมมชโย ทุกคนเอามาให้ธัมมชโยหมด สุดยอดนักหลอกเลย นี่แหละคือ ประชานิยม นี่แหละคือทุนนิยม maximize profit คือหลักเกณฑ์ของทุนนิยมเลย ศาสนาพุทธแก้ไขที่เหตุ มาเป็นลำดับๆ ก็แก้ที่กิเลสของเรา แต่ละคนนี่รับผิดชอบตัวเอง ไม่ต้องทำอ้าขาผวาปีก เป็นแต่เพียงว่า อย่าเข้าใจผิดเป็นฤาษีชีไพรดาบส ลดกิเลสตน แล้วไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับใคร นั้นไมใช่ จะอยู่กับโลกนี่แหละ แต่ตั้งกรอบ ตั้งบริบท ปริเฉท ตั้ง context กรอบของตนว่า เอาแค่นี้ก่อน เอาแค่ศีล 5 8 10 จุลศีล 26 ไปตามลำดับ แล้วค่อยขยายผล เป็นอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา มีขนาดเป็นเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลาย ของพระพุทธเจ้า ไม่ตะกละจะช่วยโลกเขาหมดเลย โดยไม่รู้ตัวเอง ไม่ใช่ 600319_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก ศีลขัดเกลาใจให้เข้าถึงพุทธ