สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน จะรู้ตนว่าเป็นพระโสดาบันได้อย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน จะรู้ตนว่าเป็นพระโสดาบันได้อย่างไร _ถ้าผมเป็นพระโสดาบัน จะรู้ได้อย่างไรครับ ตอบ...พระโสดาบัน ยังไม่รู้เก่งพอ ที่จะรู้จักจิตเจตสิกตัวเอง อย่างละเอียด นอกจาก จะเรียนอย่างสัมมาทิฏฐิ อ่านจิตเป็น ปฏิบัติไปตามขั้นตอน จะรู้ว่าตัวเองเป็นโสดาบัน จะรู้ได้อย่างไร ก็คือจะรู้อย่างเข้าใจเลยว่า ถ้ามีเหตุปัจจัย ตัวกิเลสตัณหา เป็นอย่างไร ก็อ่านอาการของกิเลสตัณหาได้ เรียกว่า พ้นสักกายะทิฐิ ทิฐิคือความรู้ ดูมาเรียนมา แล้วก็ปฏิบัติ เมื่อสัมผัสแล้ว ก็อ่านอาการ มีธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ สัมผัสกายของตน คือสักกายะ ที่เป็นตัวตนของเรา คือตัวตนของกิเลส คือสังโยชน์ เป็นตัวตนของเครื่องผูกชั้นต้น พ้นสังโยชน์ข้อ 1 ใช้ความรู้ อ่านจริงๆจนพ้นความสงสัยเลยว่า นี่คือกิเลสของตน แล้วทำศีลพรต ดูวิธีการกำจัดกิเลสออก แล้วก็ทำให้กิเลสออกได้ หมายความว่า พ้นสีลัพพตปรามาส เรารู้กิเลสแล้ว สัมผัสกิเลสแล้ว หมายความว่า ตำรวจรู้จักโจร เห็นตัวโจรแล้ว แต่ไม่ใช่ว่า ไปร่วมกอดคอกับโจร นั่งร่วมโต๊ะเดียวกับโจร ไปเล่นหัวกับโจร ยังงั้นไม่เอาจริง ไม่จัดการโจร เหลาะแหละลูบคลำเล่นหัว ไม่จัดการให้มันตายจริงสักที ต้องจัดการให้มันตายได้ นั่นคือ เป็นพระโสดาบัน 1. รู้จักกิเลส 2. ไม่สงสัยเลยไม่ผิดตัวแน่เลยนะ ทุกวันนี้ ตำรวจก็จับแพะจับแกะ กันเลอะเทอะไปหมด พระพุทธเจ้าก็สอนว่า อย่าไปจับแพะจับแกะ ต้องจับกิเลส อธิบายให้มันทันสมัย จะเอาแพะเอาแกะมาประหาร ต้องประหารกิเลสแท้ๆ ต้องจับตัวกิเลส อย่างชัดเจน จนพ้นวิจิกิจฉา พ้นความสงสัยคลางแคลง แล้วจัดการกิเลสได้ ทุกวันนี้ เขาไม่ได้เรียนรู้ จัดการกิเลสอย่างชัดเจน เช่น คุณจะฆ่าโจร แต่ก็เหมาว่า โจรอยู่ในประเทศไทย ก็เลยเผาประเทศไทย ทั้งประเทศอย่างนั้น จะบ้าหรือ นั่นคือความเ
อ่านต่อ
หมาเข่ง เหมือนกับการปฏิบัติทุกวันนี้ จะฆ่ากิเลส ก็ไปนั่งหลับตาสะกดจิต กดข่ม ฆ่าด้วยวิกขัมภนปหาน ไม่ได้ฆ่าหรอก เพราะจับตัวตนไม่ถูก แต่ข่ม ไม่ให้โจรกระดิก หรือโผล่ขึ้นมา นี่คือ การนั่งสะกดจิตหลับตา ฆ่ากิเลส ซึ่งไม่ใช่ทางของพระพุทธเจ้าเลย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ตั้งแต่ต้นแล้ว ตำนานก็เรียนกันมา พระพุทธเจ้าออกบวช ก็ไปทางนั่งหลับตา ก็ไปหาอาฬารดาบส หรืออุทกดาบส ได้ฌาน 7 ฌาน 8 ท่านก็ทำดับได้ แต่ท่านก็รู้ว่า ไม่ใช่ทาง ต้องมาปฏิบัติ มรรคมีองค์ 8 ลืมตา ทำการงานอาชีพ มีวาจาพูดอยู่ มีการกระทำ แล้วอ่านกิเลส ในขณะที่กำลังพูด กำลังทำ กำลังคิด ลักษณะทำงานกับโลกมีมนุษย์ มีสิ่งของสัมผัส เป็นปัจจัย แล้วพยายามเรียนรู้ ให้มี ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ ให้มีเจตสิกเร็ว มุทุภูตธาตุ เข้าไปอ่าน ตั้งแต่จิตมันเริ่มดำริ ตักกะ ตักกะ โดยอรรถะ แปลว่าสภาวะจิต โดยเริ่มที่จิตเรา แล้วแยกแยะตักกะนั้นให้ได้ ถ้ามีกามสังกัปปะ พยาบาทตักกะ ก็แยกแยะตักกะให้ได้ แต่ทุกวันนี้ แปลตักกะว่า แยกเหตุผล แต่แท้จริง ต้องแยกสภาวะสองให้ออก ตัวหนึ่งเป็นตัวแท้ ตัวหนึ่งเป็นตัวเท็จ ตัวหนึ่งเป็นกิเลส ตัวหนึ่งเป็นจิตปกติ แต่ตักกะเขาแปลว่า ผู้แยกเหตุผลได้ แต่แท้คือผู้แยกรูปนาม ธรรมะสอง อิตถีภาวะ ปุริสภาวะ ได้ต่างหาก 600209_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก ตอบปัญหาผ่าสุดจักรวาล