ทำไมคนถึงต้องควรได้อรหันต์หรือควรได้นิพพาน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ทำไมคนถึงต้องควรได้อรหันต์หรือควรได้นิพพาน _ทำไมคนถึงต้องควรได้อรหันต์หรือควรได้นิพพาน ทำไม? เพราะมันเป็นสิ่งที่ จำกัด ว่า คุณ จะวนเวียนอยู่ในวัฏสงสารอีกกี่ล้านๆๆๆๆปี คุณก็วนเวียนในโลกีย์อยู่ตลอดกาลนาน ไม่จบ คุณต้องเป็นอรหันต์ คุณต้องออกจากกรอบของโลกีย์ให้ได้ เมื่อออกจากกรอบของโลกีย์พัฒนามาเป็นโลกุตระ เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ พอถึงอรหันต์แล้ว ชีวิตของผู้ที่จบอรหันต์ขั้น 4 เรียกว่าโพธิสัตว์ระดับ 4 จบเป็นโพธิสัตว์โสดาบัน เป็นโพธิสัตว์สกิทาคามี โพธิสัตว์อนาคามี โพธิสัตว์อรหันต์ ผู้ที่จบอรหันต์ 4 ขั้นมีคุณลักษณะคุณวิเศษ 2 อย่างเป็นอมตะบุคคล คือเกิดก็ได้ตายก็ได้ สามารถจะลิขิตวิญญาณหรือจิตตัวเอง สามารถกำหนดจิตตัวเอง เป็นเจ้าของจิตตัวเองอย่างเด็ดขาดว่า ตายชาติไหนลงไปแล้วจะตายสูญเลย เป็นปรินิพพานเป็นปริโยสาน แยกธาตุจิตนิยามออกเป็นอุตุนิยาม เป็นดินน้ำไฟลมเลย ไม่เกิดอีกเลย พอแยกธาตุแล้วก็จบ เป็นปรินิพพานเป็นปริโยสานแล้ว อันนี้มีหลักฐานอยู่ในมูลสูตร 10 ซึ่งไม่มีใครเอามาพูดหรอก มีอาตมาเอามาพูด เพราะเขาไม่สามารถรู้ได้เขาไม่มีภูมิของโพธิสัตว์ไม่มีภูมิที่จะรู้อันนี้ แต่อาตมารู้อันนี้ก็เลยเอามาพูดได้ อรหันต์ระดับ 4 ส่วน อนุ/โพธิสัตว์เป็นระดับ 5 อรหันต์ระดับ 4 นี้จะตายและไม่เกิดอีกแยกทางเป็นดินน้ำไฟลมเลยได้ หรือจะตายแล้วเกิดอีก บำเพ็ญบารมีต่อเป็นอนุโพธิสัตว์ต่อ หรือเป็นโพธิสัตว์ เป็นอรหันต์สูงขึ้นไปอีกจนกว่าจะถึงอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า นั้นเป็นอรหันต์สูงสุด อย่างอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 เป็น นิยตโพธิสัตว์ ระดับ 8 เป็นมหาโพธิสัตว์ ระดับ 9 เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนระดับ 10 นั้น สูญเลย เลิกไปเลยจริงๆ และเลิกสูงสุดแล้ว ไม่มีอะไรต่ออีกแล้ว จะยังต่ออยู่ ที่จริงระด
อ่านต่อ
ับ 9 เป็นพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ มียกเว้น แถม ที่ยังไม่เคยได้อธิบาย คือ ในระดับ 9 หรือ ระดับ 8 เต็มสุด ก็ขึ้น 9 เรียก อรหันต์นี้ว่า ปัจเจกสัมมาสัมพุทธะ ซึ่งไม่ใช่ปัจเจกพระพุทธเจ้านะ ถ้าเป็นปัจเจกพระพุทธเจ้านั้นไม่สามารถเป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นได้แค่ปัจเจกโพธิสัตว์ อย่างเช่นพระพุทธเจ้าพยากรณ์พระเทวทัตว่าเคยทำอนันตริยกรรม บำเพ็ญสูงสุดอย่างมากได้แค่ปัจเจกพุทธเจ้า ปัจเจกโพธิสัตว์ ปัจเจกพุทธเจ้า เป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธะไม่ได้ นี่ก็เป็นเรื่องสุดยอดที่ยากที่จะเข้าใจ ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า เคยอธิบายไว้แล้วว่า ต่างกันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างไร พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็นผู้ที่ได้ประกาศศาสนาในโลก มนุษย์รับซับทราบว่า เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งขึ้นทำเนียบ มนุษย์รู้เห็นเป็นตัวตนบุคคลมาประกาศศาสนาจริงๆ ส่วนปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ท่านมีภูมิเท่ากันกับพระพุทธเจ้าสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ ท่านมีภูมิเท่ากันได้ แต่ ท่านไม่ประกาศตัวเองต่อโลก ไม่เป็นเจ้าของศาสนาพุทธ มนุษย์ก็ไม่รู้จักท่านว่าเป็นเจ้าของศาสนา แต่ท่านเป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำงานมาเท่าเทียมกันกับพระพุทธเจ้า สัมภาระวิบากเท่ากัน แต่ท่านไม่ประกาศตนเอง แล้วก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไปดื้อๆอย่างนั้นเอง ไม่อยากได้ลาภยศสรรเสริญตำแหน่งอะไร ถ้าจะพูดถึงลึกๆแล้วสูงกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสิ่งที่ไม่มีตัวตน พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานไปดื้อๆ แต่ในด้านการทำงานเท่าเทียมกัน ท่านก็สอนมนุษย์มา ผู้ไม่เข้าใจก็บอกว่าปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นได้แต่สอนตัวเองไม่สามารถสอนใคร นี่เถรวาทเขาเอาไปสอนอย่างนั้นคือมิจฉาทิฏฐิของคนที่เดาเอา มันไปไม่ออกไปไม่รอด มันขัดแย้งในตัว ไม่มีลำดับที่จะไปสูญได้เลย สอนใครไม่ได้ก็เป็น ปทปรมบุคคลเท่านั้นเอง เป็นผู้ที่จำพุทธพจน์ได้มาก ท่องบ่นได้มาก สอนอยู่มากสาธยายอยู่มาก แต่ไม่ได้บรรลุธรรมเลย ปทปรมะ สอนคนไม่ได้ ซึ่งแม้แต่ไม่ใช่พระโสดาบันเขาก็ยังสอนอยู่มากเลย เป็นพระโสดาบันก็พยายามระมัดระวัง สอนกันแต่ก็มีบกพร่องบ้าง ก็เป็นวิบากของพระโสดาบัน สกิทาคามีก็ผิดน้อยลงไปอีก อนาคามีก็ผิดน้อยลงไปอีก อรหันต์ก็ผิดน้อยลงมาก เป็นพระอรหันต์ก็ถือว่าไม่ผิดเลย พลังยังไม่ตกนะแต่เวลามันยังไม่รอ... 640913_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 9