ปัญญาวิมุติต่างจากอุภโตภาควิมุติต่างกันอย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.32 KB
วันที่แก้ไข13 กันยายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ปัญญาวิมุติต่างจากอุภโตภาควิมุติต่างกันอย่างไร _สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพยิ่งค่ะ ลูกฟังพ่อครูเทศน์ เรื่องบุคคล๗ ปัญญาวิมุติ ก็ได้เป็นพระอรหันต์ และอุปภโตภาควิมุติก็ได้เป็นพระอรหันต์ ลูกอยากถามพ่อครูว่า พระอรหันต์สองบุคคลนี้ต่างกันอย่างไรคะ พ่อครูว่า... อธิบายอย่างสรุป ปัญญาวิมุติกับ อุภโตภาควิมุติ พระพุทธเจ้า ตัดเคิร์ฟตัดเกรด พอเป็นปัญญาวิมุติ เป็นบุคคลที่ 6 ถือว่าเป็นอรหันต์ได้แล้ว หรือจะนับ อุภโตภาควิมุติ เป็น 1 ปัญญาวิมุติเป็น 2 นับขึ้น หรือนับลง ปัญญาวิมุติก็เป็นอันดับ 2

ปัญญาวิมุติท่านตัดให้เป็นอรหันต์ได้เพราะว่าสิ้นอาสวะ หมายถึงอาสวะดับไม่มีทางเวียนกลับมาเกิดอีก นอกจากเจ้าตัวจะตั้งจิตเกิด อันนี้เป็นเรื่องที่อาตมาเอามาเปิดเผย โดยเฉพาะในสายเถรวาทของเมืองไทย ถือว่าอรหันต์ ถ้าผู้ใดบรรลุอรหันต์แล้วตายลงไปในชาติใดก็แล้วแต่ต้องตายสูญ จะเกิดอีกไม่ได้ นี่คือมิจฉาทิฏฐิของชาวเถรวาทอันนึง ซึ่งเรื่องอื่นเขาก็เข้าใจอยู่แบบนี้เยอะเหมือนกัน อาตมาก็มาเปิดเผยไขความลับว่ายังไม่ใช่ อรหันต์คือบุคคลที่ สามารถที่จะยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ เป็นอมตะบุคคล ในมูลสูตร 10 อมตะบุคคลเป็นบุคคลในระดับ 9 แล้ว สามารถจะเกิดหรือจะตายเองได้ จะเกิดหรือจะตายศูนย์ปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ ไปแล้วแยกธาตุเป็นดินน้ำไฟลมได้ แยกแล้วก็จบจะเอามารวมกันเกิดใหม่อีกไม่ได้ ก็เลิกเลย หรือจะยังไม่ตาย อมตะบุคคลจะยังไม่ตายก็ได้จะเวียนกลับมาเกิดอีกก็ได้ ยังไม่ตายด้วยนิพพานหรือวิมุติ 3 คือยังตั้งจิตเกิดอยู่ ยังไม่ตายด้วย 0 อนิมิตนิพพานหรืออปนิหิตนิพพาน ยังไม่ตาย 0 อย่างนั้นยังไม่หมดก็เกิดได้อยู่อีก ความซับซ้อนลึกซึ้งพวกนี้ มันเป็นลักษณะสิริมหามายา มีคำว่ามายาด้วยบัญญัติ แต่มันเป็นความจริงเป

อ่านต่อ

็นสิริมหามายา เป็นผู้ให้เกิดพุทธวิสัย แม่ของพุทธ สิริมหามายาคือแม่ของพุทธ ดังที่พระพุทธเจ้าสมณโคดมเกิดมาในยุคนี้ใช้บัญญัติตรงกับสภาวะ สิทธัตถะต้องมีแม่ชื่อสิริมหามายา ซึ่งดูแล้วก็บอกว่าชื่อมีเยอะแยะทำไมตั้งชื่อมเหสีของพระเจ้าแผ่นดิน ตั้งชื่อแบบไม่มีมายาก็ได้ เอามายามาตั้งทำไม แต่ก็ต้องตั้ง สำหรับพระพุทธเจ้าสมณโคดม แม้แต่ลูกยังต้องเชื่อราหุลเลย อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่อง อจินไตย อาตมาเข้าใจสภาพพวกนี้ ในฐานะที่อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็เข้าใจ อจินไตย ระดับ อุภโตภาควิมุติ ก็แน่นอน อุภโตแปลว่า 2 ทีนี้มีวิมุติทั้ง 2 ครั้ง เจโตวิมุติและปัญญาวิมุติ เจโตวิมุติสุดยอดจริงๆนี้ยัง ยัง เพราะฉะนั้นเจโตวิมุติสุดยอดคืออะไร ก็คือการดับอนุสัย ไม่ใช่ดับอาสวะ อันนี้แหละยากมากเลย ระหว่างอาสวะกับอนุสัยคืออะไร อาตมาไขหมดแล้ว ไขถึงพยัญชนะ สว กับ สย แล้วอนุสยะ กับ อาสวะ ไขไว้หมดแล้วทำไมใช้อา อนุกับ อา อะไรสั้นอะไรยาวกว่ากัน อะไรเล็กอะไรยาวกว่ากัน อนุสยะ คือสุดยอดจิต อนุสัยที่เป็นกุศลก็ได้เป็นอกุศลก็ได้ อันนี้ไม่มีใครมาเปิดเผยหรอก เขาบอกว่าอนุสัยคือสิ่งที่เป็นอกุศลหมด แต่อาตมาว่า อนุสัยนี้ในความเป็นพระอรหันต์ก็มี พระอรหันต์ที่ต้องรักษาสยะ อย่างเล็กละเอียดสุดแล้ว ถ้า อา นี้หยาบ แต่อนุ นี้ทั้งอะ ทั้งนุ สั้นหมด แล้ว นะ นุ นะ ก็แปลว่าไม่ แถมสามเส้าด้วย อะ อิ อุ อาตมาขยายแม้แต่สระ ว่ามีพยัญชนะกับสระ ก็ไม่อยากจะขยายมากเกินไป เพราะคนที่ชอบจะหมกมุ่นกับเรื่องนี้และไม่ยอมเอาไปปฏิบัติ เมื่อไปติดกับพยัญชนะเหล่านี้แล้วไปเลยนะ พวกที่ติดภาษาเดี๋ยวนี้อย่างพวกเถรสมาคม ติดบัญญัติภาษาติดความรู้แล้วไม่เข้าสู่การปฏิบัติจิตไม่เข้าสู่สภาวะ มากกว่ามาก ทั้งนั้นเกือบทั้งนั้น อาตมาเกรงใจนะทั้งที่น่าจะบอกว่าทั้งนั้นเลย เพราะ อาตมาแน่ใจว่ายังไม่มีใครบรรลุอรหันต์เลยในเถรสมาคม หรือในกระบวนการทั้งหมดของศาสนาพุทธในยุคนี้ยังไม่มีใครบรรลุอรหันต์ ที่มุขกัน เข้าใจผิดว่าเป็นอรหันต์กันยังเป็นอรหันต์มิจฉาผล อรหันต์เก๊ อาตมาก็พูดไปแล้วอย่างเกรงใจ แต่ก็จำใจต้องพูดเพราะมันปิดบังไม่ได้ ปิดบังก็เป็นการอมพนําก็เสียไปอีกเข้าใจผิดไปหมด มันต้องแก้จากผิดให้ถูก ที่ไปยึดอย่างผิดนั้นมันน่าสงสาร อาตมาก็ต้องยอมเสียรังวัด เพราะมันเสียตรงที่คนที่เขาชังน้ำหน้าอาตมา ใครจะไปอยากให้ใครมาชังน้ำหน้าตัวเอง มันจำนนและจำเป็นจริงๆ สุดจำนนสุดทางที่จะต้องพูด ต้องเปิดเผยความจริง แล้วก็ยืนยันไปอธิบายไปอ้างอิง มีพระไตรปิฎกเป็นหลักอ้างอิง เพราะอาตมาไม่มีบุคคลที่จะอ้างอิงได้ ชาตินี้อาตมามีโชคอยู่อย่างเดียว ที่อาตมาเกิดมาในยุคร่วมกันนี้ มีพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้อ้างอิงสภาวะตรงกันบ้าง แต่วิบากอาตมาที่เป็นหมากลางตลาด ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ก็เลยอยู่คนละฟากฟ้า อาตมาพูดนี้ไม่ได้น้อยใจ มันเป็นสภาวะจริง อาตมาต้องเป็นเช่นนี้ถ้าไม่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่อันนี้ อย่างนั้นด้วย มันต้องเป็นอันนี้แหละ ไม่อย่างนั้นอาตมาไม่ได้พิสูจน์ตัวเอง ปางนี้อาตมาต้องพิสูจน์ตัวเองหนัก ให้คนเข้าใจผิดหนักๆไว้แหละดี แล้วต้องยืนยันพิสูจน์ความจริงจนกระทั่งเขาจำนนว่าอย่างนี้ใช่ เขาเข้าใจผิดอย่างไรสุดท้ายก็ต้องจำนนอาตมา ว่าอาตมามีสภาวะจริงเป็นผู้ที่พูดความจริงเป็นเรื่องจริงจนเขาจะต้องจำนน สรุปลงที่อรหันต์ 2 อย่าง อรหันต์อย่างหนึ่งสิ้นอาสวะ อรหันต์อย่างหนึ่งสิ้นอนุสัย อุภโตภาควิมุติ สิ้น ทั้งอาสวะและอนุสัย ปัญญาวิมุติสิ้นเฉพาะอาสวะ อนุสัยมี 7 อาสวะมี 10 ก็เคยอธิบายเอาไว้ แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในวันนี้ 640913_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 9

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน