การกินเนื้อสัตว์ที่บริสุทธิ์โดยส่วน 3 และ 5 ข้อที่บาปเป็นอันมาก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข14 กันยายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

การกินเนื้อสัตว์ที่บริสุทธิ์โดยส่วน 3 และ 5 ข้อที่บาปเป็นอันมาก _จรรยา อิ่มประเสริฐ : เป็นเรื่องที่แปลก แต่ไม่แปลก อ่านหนังสือคนถามพระว่า คนดีตาย ไปแล้วขึ้นสวรรค์ แล้วสัตว์เดรัจฉาน หมู หมา กา ไก่ ช้าง ม้า วัว ควาย ที่ทำดี ตายแล้ว มี สวรรค์ของสัตว์หรือไม่ พอมาฟังพ่อเทศน์ เรื่องเลี้ยงสัตว์เท่ากับทำบาป เพราะไม่ยอมให้สัตว์ใช้วิบาก เกิดเป็นสัตว์ก็คือตกนรก ยิ่งเอาหมา มาเลี้ยงให้ใส่สร้อยคอทองคำฝังเพชร นอนติดแอร์ แถมเรียกลูกบ้าง น้องบ้าง ยิ่งทำให้สัตว์เหล่านั้นติดใจ และไม่ได้ใช้วิบาก ตายไปก็เกิดเป็นหมาอย่างเก่า ยิ่งเอามาเลี้ยงแล้วเอามาฆ่ากิน ยิ่งต่อเวรเข้าไปใหญ่ ดิฉันเข้าใจ วิบากอย่างนี้ แต่ก็แปลกนะคะ ญาติธรรมบางคนยังเลี้ยงหมา แมวอยู่ เป็นงง ว่าไม่เข้าใจพ่อเทศน์หรือ?????? พ่อครูว่า... ถ้าสัตว์ทำดีก็เจริญขึ้น เป็นสวรรค์ของฐานะสัตว์ ก็คือมันพัฒนาขึ้น ก็คุณเป็นคนก็ต้องพัฒนาจากสัตว์มาทั้งนั้น ตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียวจนกว่าจะได้มาเป็นคน จนกว่าจะเป็นคนที่เป็นสัตว์สอนได้ เป็นเวไนยสัตว์ ต้องผ่านอเวไนยสัตว์มา ซึ่งสอนไม่รู้เรื่อง อันนี้เป็นอจินไตยที่ สุดวิสัย สอนอย่างไรก็สอนไม่ได้เพราะรอบเขายังไม่ถึง เหมือนสอนเด็กที่ยังไม่เดียงสามันไม่ถึงขีดเขต สอนอย่างไรก็ไม่รู้เรื่องหรอก ฉันใดก็ฉันนั้น อันนี้ก็คงพอเข้าใจอย่างนี้เป็นต้น นำสัตว์มาเลี้ยงเป็นการไม่ให้สัตว์ใช้วิบาก อันนี้เป็นเรื่อง อจินไตย จริงๆ หมาก็มีจิตหลงตัวเป็นอัตตา และอัตตาที่อวิชชาด้วย สัตว์เดรัจฉานอย่างหมามันมีอวิชชา มันก็ยึดถือต่ำลงไปอีก ตกนรกหนักลงไปอีกนานชาติ ไปเกิดซ้ำซ้อนอีกตั้งไม่รู้กี่ชาติ กว่าจะได้เจริญขึ้นมาใหม่อีก นี่มันซ้อนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นอย่าไปสร้างวิบากให้สัตว์ คนเอาสัตว์มาเลี้ยงเท่ากับทรมานสัตว์ ตัวเองก็เป็นวิบากร

อ่านต่อ

่วม สัตว์ก็ตกต่ำไม่ได้เจริญ อันนี้อาตมาก็พูดไป สอนไปอธิบายไป อ้างศีลของพระพุทธเจ้า จุลศีลที่ท่านบอกไว้เป็นหมวดหมู่ แม้ที่สุด ขอซ้ำตรงนี้ คิดอยู่เมื่อคืนว่าน่าจะย้อนช่วงนี้ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ชีวกสูตร 5 ข้อนั้นที่มี 2 นัยยะสำคัญ นัยยะหนึ่งก็บอกว่า บริสุทธิ์โดยส่วน 3 กับ ความเป็นบาปไม่ใช่บุญเป็นอันมากเลย 5 ข้อ ในชีวกสูตร สำคัญอยู่ 2 ประเด็นนี้ ที่บอกว่า บริสุทธิ์โดยส่วน 3 เขาก็ไปแปลเข้าข้างตัวเองว่า มุ่งหมายจิตมีเจตนา มีสัญจิตเจตนา อุทิสมังสะ คนที่มีจิตใจมุ่งจะฆ่าสัตว์ ไม่ว่าคุณไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่า แค่คุณมีจิตมุ่งฆ่า แล้วก็ดำเนินการให้คนที่เขาไปฆ่าทำตามที่คุณต้องการ นั่นแหละจะมีบาปเป็นอันมาก 5 ประการ เอา 3 ประการ บริสุทธิ์โดยส่วน 3 ไม่เห็น ไม่สัมผัสทนโท่ว่าสัตว์นี้ตายด้วยคนฆ่า คนมีเจตนามีความมุ่งหมาย อุทิสะ มีสัญเจตา คนน่ะฆ่า ไม่ใช่สัตว์มันฆ่ากันไม่ใช่มันตายเอง ปวัตตมังสะ มี2 1 สัตว์มันตายเองทิ้งร่างมันอย่างนี้ไม่เป็นวิบากกินได้ สัตว์ตายเอง จะตายด้วยโรคหรือตายโหงก็แล้วแต่ กับอีกอันหนึ่งมันเป็นเดนของสัตว์กิน คือมีสัตว์ตัวอื่นเป็นผู้ข้าไม่ใช่คนเป็นผู้ฆ่า ไม่ใช่ถูกฆ่าด้วยคน แต่ถูกฆ่าโดยสัตว์ ซึ่งมันเป็นวิบากแก่กันและกันเกินกว่าที่เราจะไปล่วงล้ำอันนั้น เพราะฉะนั้นสัตว์ที่มันฆ่ากันเองมันก็รับวิบากกันไป เมื่อสัตว์มันฆ่าแล้วสัตว์มันก็กินกัน กินแล้วมันก็เหลือ เป็นเดน มันทิ้งแล้วเป็นเนื้อบังสุกุลแล้ว เออ อย่างนั้นคุณเอามากินได้ ปวัตมังสะมี 2 อย่าง การบริสุทธิ์โดยส่วน 3 ไม่มีพยัญชนะเกินกว่านั้น มีแต่ว่า สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตุง คำว่า สัญจิจจะ คือเจตนา หรืออุทิสะ เจตนาของคน คนไปฆ่าสัตว์ ก็ไปเบี้ยวบาลีว่า เจตนาฆ่าสัตว์ตัวนี้คือเจาะจงให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น ซึ่งไม่มีรายละเอียดเป็นคำบรรยายในภาษาบาลีอย่างนี้เลย แต่คนแปลไปเบี้ยวบาลีไปว่า การเจาะจงบุคคล ถ้าสัตว์ตัวใดถูกฆ่า โดยเจาะจงว่า เช่น ไก่โต้งตัวนี้ ฆ่าทำต้มยำกินเลี้ยงให้คนนี้กิน เช่นไปเจออาจารย์แป้ง ไม่ได้เจอกันนาน วันนี้ฆ่าไก่ คุณไปฆ่าไก่ตัวนี้มา ฆ่ามา เอามาทำต้มยำ เลี้ยงกันให้อร่อยเลยอ.แป้ง แต่อ.แป้งกินไม่ได้เพราะเป็นบาปเนื่องจากเจาะจงบุคคล คนที่ไม่ได้เจาะจงกินได้หมดเลย นี่เป็นการเจาะช่องเพื่อให้คนตัวเองกิน ก็คนสั่งก็ไม่ได้เจาะจงคนอื่นนอกจากคนเดียวคนนั้น ไม่ได้เจาะจงตัวเองด้วย คนอื่นทั้งหลายก็กินได้หมด นี่คือคนฉลาดแกมโกงพวกหัวหมอ ตีความแล้วก็ได้กินเนื้อสัตว์ตลอดกาล เพราะการจำเพาะอย่างนี้ไม่มีใครเขาทำหรอก มี แต่ผ่าน ไม่ไปไล่เรียงว่า เจาะจงชื่อนั้นหรือเปล่า ก็ไม่มีใครไปถามชื่อหรอก บริสุทธิ์โดยส่วน 3 1. เจาะจงสัตว์ที่เจาะจงว่า คนมีความมุ่งหมายเจตนาฆ่าโดยคน ไม่ใช่ฆ่าด้วยสัตว์ ใครก็แล้วแต่ที่เป็นคน คนไม่ควรฆ่าสัตว์ เป็นคนไม่ควรฆ่าสัตว์ใดๆเลย (พ่อครูไอตัดออกด้วย) เป็นข้อต้นของศีลเลย คนอย่าไปฆ่าสัตว์ เป็นศีลข้อที่ 1 เลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโตเลย เพราะฉะนั้นสัตว์นั้นต้องไม่ตายด้วยคนเจตนาฆ่า ถ้าเห็นคนเจตนาฆ่าโดยเขาลงมือฆ่าเลย นั่นข้อที่ 1 ไม่บริสุทธิ์ 2. ไม่เห็นแต่ได้ข่าว เช่น เขาฆ่าเอามาขายที่ตลาด ก็ไม่เห็นว่าคนฆ่าหรอก แต่มันเป็นเนื้อมาแล้ว ก็ต้องรู้ข่าวคราวว่าเนื้อนี้ไม่ใช่เนื้อสัตว์ตายเอง มาจากโรงฆ่าสัตว์คนก็ต้องฆ่า ก็กินไม่ได้หรอกเพราะว่าไม่บริสุทธิ์ในส่วนนี้ 3. ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน แต่ได้ข่าว แต่ก็สงสัยว่าสัตว์นี้บริสุทธิ์โดยส่วน 3 หรือเปล่า ไม่ใช่สัตว์ที่คนเจาะจงมีเจตนาฆ่า สัตว์มันตายเองเป็น ปวัตตมังสะ ถ้าเป็นปวัตตมังสะถึงจะกินได้ ถ้าไม่ใช่ ปวัตตมังสะ ซึ่งมี 2 อย่างคือสัตว์มาตายเอง กับ สัตว์อื่นฆ่ากัน

เข้าสู่ 5 ข้อ บาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเลย 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัส 3. ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้” 4. สัตว์นั้น เมื่อกำลังถูกเขาฆ่าย่อมเสวยทุกข์โทมนัส 5. ผู้นั้นยังตถาคตและสาวกตถาคต ให้ยินดีไปด้วยเนื้อ ย่อมประสพบาปมิใช่บุญเป็นอันมาก (ตถาคตํ วา ตถาคตสาวกํ วา อุทฺทิสฺส ปาณํ อารภติ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ พหุง อปุญฺญํ ปสวตีติ) ชีวกสูตร ล.13 ข.60 สรุปแล้ว 5 ข้อนี้เป็นผู้ที่ไม่ได้ฆ่าสัตว์เลย แต่บาปเป็นอันมากไม่ใช่บุญเลย จริงๆแล้ว คนที่เอาสัตว์มาฆ่ากินนั้น ยังบาปน้อยกว่าพวกที่เอาสัตว์ไปเลี้ยง แล้วเอาเพชรเอาทองไปให้ ก็ยังเป็นภาระเป็นวิบากผูกพันกับสัตว์ยาวนานกว่าฆ่าสัตว์เอาเนื้อสัตว์มากิน ยิ่งต่อเวรเข้าไปใหญ่ มีคนเราก็มีหลายชั้นในชาวอโศกนี่เถอะ ยังต่ิงๆ เราก็พยายามช่วยกันให้ตัดให้ขาด จนกระทั่งพูดแรงๆเลยว่า ถ้าอยากจะเลี้ยงแมวเลี้ยงหมาให้ไปเลี้ยงข้างนอกเลยอย่ามาเลี้ยงอยู่ในนี้ 640913_รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 9

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน