01.4_6บททคัดย่อไทย_อังกฤษ ฟ้าปลื้ม.pdf
เนื้อหาในไฟล์
ฟ้าปลื้ม ศรีจันทร์ : พฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบัน ขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาล เมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ปีการศึกษา 2560 อาจารย์ที่ปรึกษา : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประดับ เรียนประยูร และอาจารย์ ดร.วรรธนะชัย ปฐมสิริวงศ์. 153 หน้า. บทคัดย่อ การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร และผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ (2) เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานระหว่างพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร กับผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ผลการวิจัย พบว่า พฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅=4.38) ในขณะเดียวกันพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅=3.71) พฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานของพนักงานสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจและผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญที่ระดับ 0.05 ปัจจัย ที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างาน พบว่า ปัจจัยด้านการรับรู้ข่าว
อ่านต่อ
สาร ปัจจัยด้านเจตคติและความพึงพอใจในการท างาน และปัจจัยด้านแรงสนับสนุนทางสังคม มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคและบาดเจ็บจากการท างานอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 นอกจากนั้นยังพบว่าผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะส่วนใหญ่มีโอกาสสัมผัสกับขยะอันตราย ร้อยละ 6.00 ของปริมาณขยะในแต่ละวัน และพบว่าผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะนั้นมีการใส่อุปกรณ์ ส่วนบุคคล ระดับมาก (x̅=4.04 , S.D.=0.85) ซึ่งท าให้พบว่ามีความส าคัญต่อการส่งเสริมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพเก็บขยะ จากการศึกษายังพบว่า ปริมาณมูลฝอยอันตรายจากแหล่งก าเนิดต่างกัน โดยพบมูลฝอยอันตรายจากแหล่งชุมชนมากที่สุด รองลงมาได้แก่ หน่วยงานราชการ ตลาด และสถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ ตามล าดับ ส่วนเศษอาหารหรือขยะเปียก มีสัดส่วนอยู่ระหว่าง ร้อยละ 30.00-45.00 ของปริมาณขยะทั้งหมด FAPLUEM SRICHAN : THE PREVENTIVE BEHAVIOR IN OCCUPATIONAL DISEASES AND INJURIES OF THE INSTITUE OF ETHICAL WASTE MANAGEMENT OFFICER, BUENG KUM, BANGKOK AND GARBAGE COLLECTORS, MUANG SURIN MUNICIPALITY, SURIN PROVINCE MASTER OF SCIENCE PROGRAM IN PUBLIC HEALTH, SURIN RAJABHAT UNIVERSITY. ACADEMIC YEAR 2017 ADVISOR : ASSIATANT PROFESSOR DR.PRADUB REANPRAYOON AND DR.WATANACHAI PATHOMSIRIWONG. 153 P. Abstract This research aimed to (1) Evaluate the behavior of disease prevention and occupational injury of solid waste collectors in the Institute of Ethical Waste Management officer in Bueng Kum, Bangkok and Muang Surin Municipality, Surin Province (2) Compare the behavior of disease prevention and occupational injury of solid waste collectors and 3) Find out the factors related with the disease prevention and occupational Injury of solid waste collectors. The results revealed that the occupational disease prevention and injury behavior of waste collectors of the Institute of Ethical Waste Management officer was at a higher level (x̅=4.38) than that of solid waste collectors in Muang Surin (x̅=3.71). Occupational disease prevention and injury behavior between the Institute of Ethical Waste Management officer and the garbage collectors in Muang Surin were significantly different at 0.05. The results also indicated that 3 factors related to occupational disease prevention and injury behavior were awareness, attitude and job satisfaction, and social support. These factors were significantly correlated with the prevention of disease and occupational injury at the 0.05 level of significance. In addition, the result clearly indicated that occupational risks were hazardous waste exposures at 6% of total waste in each day. Utilization of personal protective devices found at high level (x̅=4.04, S.D. = 0.847), which is very important for promoting the occupational health and safety of garbage collectors. From this research, the result also importantly revealed that the major sources of hazardous waste were community, government agencies and markets, respectively.The garbage, especially food waste/organic waste, were found between 30.00 to 45.00% of total waste daily.