สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37_สติปัฏฐาน 4_เวทนา) ตอน อ่านเวทนา2 อย่างไรให้บรรลุ.docx
เนื้อหาในไฟล์
อ่านเวทนา2 อย่างไรให้บรรลุ _ฟังพ่อครูอธิบายสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย เราปฏิบัติแบบนี้ถูกต้องไหมคะ "ในขณะที่เราปฏิบัติลืมตา ตาไปกระทบรูป เห็นกล้วยหักมุกสีเหลืองน่ากิน อยากกิน เห็นอาการอยากที่เกิดในจิต ก็ตามรู้อารมณ์ไปเรื่อยๆ เห็นชัดเจนว่าตัณหามันเป็นอย่างนี้เองหนอ พอเรารู้ทันเท่านั้น อาการอยากก็ค่อยๆเบาบางลงเรื่อยๆจนเราสามารถไม่กินมันได้ ใจไม่ทุกข์ ปฏิบัติแบบนี้ทุกกรณีที่เป็นสักกายะของเราใช่ไหมคะ พ่อครูว่า...ถูกต้องๆ นั่นแหละประกอบไปด้วย กาย สักกายะของเรา คำว่าสักกายะนี่แหละคือตัวกิเลส เป็นสังโยชน์ข้อที่ 1 ต้องเห็น แล้วปฏิบัติ ลดละตัวตนคือสักกายะของตน สัมผัสแล้วอ่าน กาย เวทนา จิต ธรรม อ่านตัวกิเลสได้ สราคะ สโทสะ ในเจโตปริยญาณ อ่านว่าราคะผสมก็จัดการราคะ นั่นแหละๆ เขาบอกว่า มีทฤษฎีว่า ให้กินแล้วไม่มีอารมณ์อยาก อย่างนั้นเร็วกว่าไหม? พ่อครูว่า..ไม่ได้ห้ามกิน แต่ให้อ่านกิเลส แม้จะกินหรือไม่กิน กิเลสมันไม่เที่ยงทุกข์กับสุขมันตัวเดียวกัน คุณกินแล้วจะชอบหรือชังมันไม่ดีทั้งนั้น ต้องรู้ความจริงตามความเป็นจริง ว่ากินแล้ว มันมีรูปรสกลิ่นเสียงอย่างนี้อย่างนั้น อารมณ์ชอบชัง ดูดผลัก คุณต้องรู้ว่าเป็นอารมณ์เก๊มันไม่เที่ยง ถ้าคุณมีบวกลบ ก็มีสวรรค์อยู่ตลอดกาล ตราบใดที่ยังมีสวรรค์นรกก็ทุกข์ตลอดกาลนาน สวรรค์กับนรกนั้นแยกกันไม่ออก ไม่มีใครต้องการนรก แต่คุณเองอยากได้ต้องการอย่างนี้ ถ้าได้อย่างนี้ก็คือสวรรค์ นั่นแหละคือนรกมาก่อน คุณก็มีในใจว่าอย่างนี้ใช่อย่างนี้ชอบ อุปาทานนี้ ตรงอุปาทาน อย่างนี้ไม่ตรงอุปาทานก็ไม่ชอบ มันมีอย่างนั้นตลอด หรืออยากก็คือนรกแล้วมาก่อน พอได้สมความอยากก็ได้สวรรค์เก๊ ต้องสังวรระวังว่า มันไม่เที่ยง มันอร่อยจริง ทีหลังเราต้องไปหากินที่คนนี้ คุณชะลอหรือเปล่า? ปรุงอร่อย
อ่านต่อ
จริง ต้องทำความเข้าใจว่ากิเลสเราขึ้น เขาจะปรุงได้อร่อยรสชาติดีมันก็เรื่องของเขา ให้ดูที่จิตใจเราว่ามันชอบ กิเลสเราสมใจ รูป รส มันต้องอุปาทานเรา รูปอย่างนี้สวย แล้วเราไปติดใจยินดี เราต้องรู้ว่ามันไม่เที่ยง พอได้ก็สุข ไม่ได้ก็ทุกข์ คุณไม่เคยฝึกไม่ทุกข์ไม่สุขกับมัน จิตเรากระทบอะไรแล้วมีเวทนาเดียว รูปอย่างนี้จะสวยหรือไม่ก็เป็นของมันอย่างนั้น ถ้าเราได้สมใจในรูปที่ต้องการ ได้เสียงตามต้องการก็สุข แต่ไม่ได้ก็ทุกข์ ก็มีผลักกับดูดเท่านั้น แต่เราไม่ต้องผลักไม่ต้องดูดเลย อรหันต์มีเวทนาเดียว เพราะได้ฝึกให้ทำเวทนาเป็นหนึ่งเดียวถาวรมั่นคงแล้ว สัมผัสอะไรก็เป็นเวทนาเดียวไม่มีเวทนา 2 สมณะฟ้าไท สมณะดินไท ว่า...ในเบื้องต้นต้องเลิกก่อน จะได้เห็นมันดิ้น พ่อครูว่า..ไม่ใช่ว่าไม่สัมผัสเลยต้องมีการสัมผัส หนึ่งคุณสัมผัสแล้วแพ้ทุกที ก็ต้องตั้งศีล ว่าไม่ให้ละเว้น จะได้เห็นอาการดิ้นเป็นตัวผี มันหลอกเรา ส.ฟ้าไทว่าเราอยากกิน แต่ตาเห็นอยู่เราก็ไม่กิน ก็พิจารณาตรงนั้น พ่อครูว่า...เมื่อเราเห็นว่าเราชอบหรือไม่ชอบ ยินดีหรือไม่ยินดี แล้วก็แก้ตรงนั้นให้เป็นเวทนาเดียว เห็นความจริงตามความเป็นจริง รูปอย่างนั้นก็เป็นอย่างนั้น อย่าให้มีอารมณ์ชอบไม่ชอบมาปน เสียงหรือสัมผัสมันเป็นอย่างนี้ เช่นเสียงด่าเขาด่าเรา เราก็รู้ว่าคนนี้ด่าเพราะดี คนนี้ด่าหยาบจัง แต่ใจเราเฉยได้ ถ้าคนนี้ด่าหยาบ ด่าไม่ถูก แต่เราโกรธ เราไม่เป็นเราจะไปโกรธทำไม แต่ถ้าคนด่าถูก เราก็โกรธอีก ด่าถูกก็โกรธ ด่าไม่ถูกก็โกรธ คนนี้ยึดตัวกูของกูมาก เขาจะด่าก็ด่าของเขา เราก็ทำใจเฉยๆ รู้ว่าคนนี้ด่า ด่าด้วยสำนวนแปลกๆ ด่าด้วยสำนวนผู้ดีๆ แต่ถ้าจริงๆแล้วมันเสียบลึกหนักนะ แต่ละสำนวนสรรหามาเยี่ยมยอดเลย เราก็จะรู้ความจริงนั้น แต่จิตใจเราไม่ขึ้นไม่ลง รู้ความจริงตามความเป็นจริง เขาจะด่าอย่างวิจิตรพิสดาร ด่าหยาบคาย ด่าถูกหรือไม่ถูก จิตใจเราก็เฉยกลางกลางไม่ขึ้นไม่ลง สมณะเดินดินว่า...เราต้องขยันอ่านอาการ พ่อครูว่า...อ่านให้รู้ความจริงตามความเป็นจริง เขาจะเอารูปรสกลิ่นเสียงมาอย่างไรมันก็ตามนั้น ไม่มีอารมณ์ที่ 2 ที่เป็นเวทนาสอง มันเป็นอารมณ์เดียว จึงต้องพิจารณาเวทนา ทำให้เวทนาเป็นอารมณ์เดียว ไม่มีอารมณ์ที่ 2 คนนั้นก็เป็นอรหันต์ อรหันต์คือมีเวทนาเดียว ไม่มีเวทนา 2 ตลอดกาล เกิด ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสอง (เทฺว ธมฺมา ทฺวเยน เวทนาย เอกสโมสรณา ภวนฺติ ฯ ) ล.10 ข.60 ทำการปฏิบัติด้วยประหาน 5 มันไม่เที่ยง มันไม่มีความจริงในอารมณ์ที่ชอบหรือไม่ชอบนั้น สมณะเดินดินว่า...เรามีผัสสะแล้วอ่านเวทนาในจิตให้ออก พ่อครูให้เราอ่านอาการ ในผัสสะที่มีตามธรรมชาติ
600524_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มรรคผลของพุทธพิสูจน์ด้วย บวร