สื่อธรรมะพ่อครู(อักขรนิทัสสน์) ตอน รากพยัญชนะบาลี สองวรรคแรก มีกับไม่มี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.85 KB
วันที่แก้ไข1 มิถุนายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

รากพยัญชนะบาลี สองวรรคแรก มีกับไม่มี อาตมาก็พยายามอธิบาย ความมี กับความไม่มี ความมีกับความไม่มีต่างกันไหม ต่างกันนะ ที่นี้ สิ่งที่เขาจะใช้กันในโลก หนึ่ง เขาเรียกกันว่า หนึ่งสภาวะจริง สองบัญญัติคือสิ่งที่แทน สิ่งที่จริงแท้กว่า สภาวะ สิ่งที่แทนเรียกว่า บัญญัติ ตอนนี้อาตมากำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับ ก ข ค ฆ ง ที่เป็นตัวอักษรแทนสภาวะธรรม กำลังเขียนว่า ก แทนสภาวะอะไร ข แทนสภาวะอะไร ค แทนสภาวะอะไร ง แทนสภาวะอะไร เอาแค่ ก ข ค นี้ ก็ต้องอธิบายกันหลายปี หมายความว่าคนรู้ก็รู้จบไปแล้วคนไม่รู้ก็ต้องอธิบายกันไป ก ข ค เรียกว่า สามเส้า ก ไก่คือสิ่งที่มี เกิดขึ้น ข คือสิ่งที่ไม่มี แต่แท้จริงยังไม่จบมีอีกเยอะ แต่ถ้ามีแค่ ก กับ ข คือมีกับไม่มี ถ้าไม่มีอะไร จาก ข คือจบ ก็มีธรรมะสอง ไม่มีอื่นอีกเลย ในโลกก็มีแต่เกิดกับดับมีกับไม่มี แต่ที่นี่คนยังไม่ยอมตายมันก็ยังมี จะมีธุลีลอองเศษเหลืออีกเท่าไหร่ เศษเหลือที่ไม่จบคือ ค ควาย ก็ต้องเกิดต่อไปเป็นอีกตัวหนึ่งเป็นสามเส้า ก ข ค จะเกิดหมุนเวียนซับซ้อนอย่างนี้ไปตลอดกาลนาน รวมตัวกัน สามตัวนี้ ก็เป็นมวลก้อนหนึ่ง มวลก้อนนี้ก็คือ ฆ ระฆัง เรียกว่า ก้อน แท่ง มวล กลุ่ม ถ้ามันอยู่กันอย่างเหนียวแน่นเท่าไหร่ก็เป็น ฆ ระฆังที่เหนียวแน่นเท่านั้น ถ้าไม่แข็งแรงก็สลาย แต่ในอวิชชานี้ อะไรยึดติด เป็นจิตนิยาม ถ้ายึดเป็นตัวตนแล้ว ไม่มีทางที่จะล้างได้ ถ้าไม่ได้เรียนรู้ ธรรมะพระพุทธเจ้า ล้างไม่ได้ก็จะวนอยู่ตรงนั้น วันหยุดตรงนี้เรียกว่าโลกียะ แล้วในโลกียะก็มีดี ซึ่งไม่เที่ยง ไปตามสมมติโลก ไม่แน่นอนอนิจจังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ที่นี่สมมุติต้องสีดำดี ที่นี่สมมุติสีขาวดี สีขาวนี่เลิศราคาแพง สีดำราคาต่ำ อีกที่หนึ่งบอกสีดำราคาสูง สีขาวราคาต่ำ สีขาวเลอะง่าย สีดำไม่

อ่านต่อ

เลอะเลย เอาอะไรใส่กับดำมันก็กินหมด มันก็ยกตัวอย่างกันไป ก็ยึดถือกันไป ในพยัญชนะ ก ข ค ฆ ง ง คือตัวเงอะงะ งงงง งก แล้วหลงว่า งาม แล้วหลง ว่าเป็น เงินทอง แท้จริงคือ โง่ แล้วก็ง่าว ง่าวจั๊ดนักเลย ก็อยู่แถวนี้ไม่มีทางรู้เลย แถวที่สอง จ ฉ ช ฌ ย ตัวแรกคือธาตุรู้เลย ตัว ง มีโง โง้ง งก เงิน งกเงิน งงงวย ไม่ไปไหนวันอยู่ตรงนี้จึงเรียกว่าอวิชชา คือ ก ข ค ฆ ง แต่ตัวแรกที่รู้เรียกว่า จ คือรู้อย่าง จาง จ่าง แจ้ง จริงจังขึ้นมา จ ฉ ฉ คือ หก ฉ ฉิ่งคือหก คือตาหูจมูกลิ้นกายใจ ในสัตว์โลกมนุษย์สูงสุดมี ตาหูจมูกลิ้นกายใจ ฉ จะรู้ประกอบด้วยทุกทวาร ดูอะไรก็แล้วแต่ไม่มีลูกเกิน 6 นี้ จะสามารถดูได้ครบถ้วนในมหาจักรวาล หก นี้ เมื่อผู้ที่มีความรู้มากขึ้น จ ฉ 6 ช คือรวมตัวรู้ ฉลาด เกิดจาก ฉ ฉิ่ง ถ้าอธิบาย ฉฬายตนะ จะเอาเศษวรรคมาอธิบายก็เอาไว้ก่อน เอาแค่ วรรค แรก วรรค สอง กันก่อน ความซ้อน ซับซ้อน ระหว่าง ก ข ค ฆ ข กับ ค สองตัวนี้เคลื่อนไปเคลื่อนมาสลับไปสลับมา ฟังให้ดี หนึ่ง เป็นสิ่งแทนเรียกว่าสมมุติ สองเป็นภาคความจริง ข. ไข่ หรือ ค.ควาย คือสิ่งแทน ไม่ใช่ธาตุความจริง เรียกว่า บัญญัติ ภาษา พยัญชนะ ข.หากไม่ยอมจบไม่ยอมหมด ตกลง ข กับ ค นี่นะ ค มันต้องมีให้ได้ถ้ามีมากก็สะสมเป็น ฆ เป็นก้อนแท่ง มวลหมู่ขึ้นมา ส ไป ง คือคนโง่จะไม่รู้ ก ข ค ฆ ตัว ง คือไม่รู้ฐานรากสี่อย่างนี้ โง่ไปอีกนานเลย จะพอรู้ว่า เป็นสิ่งที่น่าได้น่ามีน่ารู้มาบ้าง ส่ิงที่งามท่านเรียกว่า สุภะ เป็นสิ่งที่งาม น่าได้น่ามีน่าเป็น ภ สำเภา คือตัวเจริญเต็มที่ สุ คือหมายถึง ดี ส สิ สุ เป็นสามเส้า อ อิ อุ ตัว อุถือว่าเต็ม มี อา อี อู ก็เป็นตัวเสริม จะมีความหมายอีกมากเยอะเลย อธิบายไปแล้วมีอะไรแทรกอีกเยอะ สรุปแล้วรายละเอียดพยัญชนะ จะสลับกันไปสลับกันมาทำให้งง สภาวะ นี่อาตมาก็ตั้งหลัก ตอนนี้ตัวเองก็กำลังไม่ชัดเจน อธิบายกันไปอีก สมณะเราหลายท่านก็มึนเมา กลับมาพูดอีกที จะว่ารู้ก็ใช่ไม่รู้ก็ไม่ใช่ มันก็รู้แต่บอกว่ารู้หรือยังก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่ารู้หรือไม่รู้ คือมันยากมากเลย

600520_พ่อครูเทศน์ก่อนฉัน ชมร. เชียงใหม่ เรื่อง ความจริงและบวร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน