สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน อาคาร บวร ในความคิดของพ่อครู.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน อาคาร บวร ในความคิดของพ่อครู มาเอาที่ปัจจุบัน เราเอาความจริงปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเป็นต้นตอของความรู้โลกุตระ แล้วจะนำพาโลกุตรสัจจะให้เจริญไป คือ สรุปคำง่ายๆโลกุตรสัจจะคือ โลกที่จะปรุงแต่งวนในนี้ แต่ผู้ร่วมปรุงแต่งอยู่ด้วยไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในการปรุงแต่งนั้น เพราะตัวเองนั้นศูนย์แล้ว รวมกินร่วมใช้อาศัยได้ มันเป็นวัตถุหยาบรูปธรรม คนที่อยู่ร่วมกันที่ชัดเจนในเรื่องกินเรื่องใช้ กวฬิงการาหาร ไม่ต้องแย่งชิงกันเลยเป็นความอุดมสมบูรณ์ อย่างอโศกเรา มีประสบการณ์มีความเหลือมาก เราจึงตั้งหลักแหล่งเพื่อที่จะผลิตอันนี้มา เอามาแจก ไม่ไปเดินแจกให้เสียเวลาเสียพลังงาน แต่ตั้งหลักแหล่งเลย ตอนนี้ อาคาร เปลี่ยนจากอาคาร สวน เป็น อาคาร บวร อยู่ที่ราชธานีอโศก มีความลงตัวที่มีเนื้อที่ถึง 11 ไร่ ก็จะรวมสารพัดในนี้แหละ แล้วตอนนี้ก็กำลังมีเค้าว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีรู้จักอโศกดี บอกให้รู้เลยว่าจะเอาอะไร ว่างั้นนะ แล้วอย่าได้ที ไปละลาบละล้วงมาก ให้อ่อนน้อมถ่อมตนไว้ ตามฐานะของเรา อย่าไปอยากใหญ่อยากโตอยากได้อยากมี อาตมานึกถึงรูปธรรมของสังคมบ้านราชฯ ต้องรู้ให้ชัดว่า อาคารบวร จะรวมทั้ง 1.การค้าพาณิชย์และ 2. การศึกษา มีการวิจัยทดลอง 3.รวมตัวเป็นแหล่งที่จะเป็นความรู้การศึกษานามธรรม ก็ต้องเพิ่มความรู้ไปเรื่อยๆ ทำวิจัย มีห้องทดลอง ทำให้เกิดตัวตนเอามาใช้ได้อย่างแท้จริง ตอนนี้ยังไม่เกิดรูปร่างพวกนี้หรอก เป็นความคิดของอาตมา แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำเพื่อหารายได้ สะสมให้แก่ตัวเอง ไม่ เราทำเพื่อส่วนรวมส่วนกลาง เพื่อประโยชน์ที่แท้จริง อย่างบริสุทธิ์ใจ อาตมาบริสุทธิ์ใจพวกเราก็บริสุทธิ์ใจตาม ใครไม่บริสุทธิ์ใจก็จะออกห่างไปเรื่อยๆ ใครบริสุทธิ์ใจก็มาช่วยกันทำ อย่าให้มีตัวตน ใครมีต
อ่านต่อ
ัวตนมากก็ต้องมีปัญญาทำให้เขาห่างไว้ แต่ขนาดนี้ตัวตนไม่มากก็มาช่วยกันได้ ก็จะก่อตัวลงเป็นสถานที่เสนาสนะ แล้วมีบุคคล แล้วจะมีสิ่งอาศัยเป็นสัปปายะ 4 สถานที่ บุคคล สิ่งอาศัย และมีสิ่งที่ทรงไว้ สิ่งอาศัยมีบุคคลเป็นมวลรวมองค์รวม มันก็จะเป็น แหล่งกลาง ใครจะไปจะมา ตอนนี้ดูรู้สึกว่าไกล ต่อไปคมนาคมดี แม้แต่ทางน้ำมีพาหนะ ดี ตอนนี้ถนนฝั่งอุบล จะมาถึงตรงข้ามแม่น้ำมูน จะเลยไปอีก จนถึงพิบูลฯ ก็จะดีจะได้ใช้ทั้งทางบกและทางน้ำ ตรงเราก็จะเป็นจุดศูนย์กลาง สร้างขึ้นมาเยอะๆแล้วแจกกัน หรือขายให้ถูกๆ ของดี ราคาถูก ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ ขายสดงดเชื่อ ท่องสูตรนี้ไว้แล้วทำให้ถูกเถอะ ต่างประเทศก็จะมาอยู่ที่นี่ก็จะมาได้ ถ้าเราทำให้กระจายเพิ่มขึ้นไป เราเข้าใจแล้วก็ไม่ต้องพูดมากแต่ทำให้เกิดจริงอันนี้ มันกำลังก่อหวอด ยังไม่เป็นรูปร่างเท่าไหร่ เพราะอาตมาสร้างด้วยความจน ความจนคือความไม่มีมากทำอย่างกระเบียดกระเสียร ประโยชน์สูงประหยัดสุด ไม่ใช่ทำอย่างหนักมากฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายเราไม่ทำลักษณะขนาดนั้น เราทำอย่างประหยัดมัธยัสถ์พากเพียร ด้วยความอุตสาหะวิริยะ ลงแรงมาก พยายามพากเพียรสร้างให้ทันให้ได้ อย่างนี้แหละเป็นเรื่องการแสดงสมรรถนะ ที่แสดงถึงความจริงที่อุตสาหะวิริยะอย่างยิ่ง เราก็ต้องทำ มันเป็นโอกาส เป็นกาละเวลาที่เราจะได้ทำตัว พวกเรานี้ที่จริงก็มีเชื้อ เชื้อโลกุตระของพระพุทธเจ้าแล้ว ตอนนี้ถึงพยายามรวบรวมก็ไม่ค่อยรวบรวมคนแก่ คนแก่จะมาก็มาไม่มาก็แล้วแต่ แต่จะรวบรวมคนหนุ่มสาวที่มีพลังงานดี ก็จะมาช่วยสร้าง เพราะถ้าเรามีคนหนุ่มสาวมาพลังงานเหล่านี้ก็จะเป็นพลังงาน วัยทำงาน ก็จะได้มาช่วยกัน ทำเสร็จแล้วคนแก่ก็มาพึ่งพาได้ แรงงานที่ถาวรเสถียรก็จะสร้างสรรค์ ทำไปแล้วเราจะชัดเจน โลกีย์ก็เท่านั้น ไปแย่งลาภยศสรรเสริญโลกียสุข หากเราไปหลงเสพความมีความไม่มีกับเขานั้นก็ไม่จบไปอีกล้านๆชาติ คนที่ชัดเจนแล้ว พอแล้ว สันโดษ ไม่เอาแล้ว มาทางนี้ดีกว่า มาหาสูญดีกว่า จะได้เป็นอรหันต์ จะได้ทำอรหันต์ได้จะได้หยุด หยุดได้แล้วมีภูมิธรรมแล้ว คุณอยากจะมีอีกก็มีไปสิ มีอย่างไรคุณก็เบื่อแล้ว คุณก็มี เราก็รู้ว่าควรมี ถ้ามันไม่มีเราก็สร้างขึ้นมาอีก ถ้าเรายังมีความรู้ความสามารถ ทำในสิ่งมีคุณค่าประโยชน์ไม่มีโทษภัยด้วย มันต้องอาศัยเรา ไม่ใช่เราอวดดี เราทำสิ่งจริงให้มันดี ทำไมต้องเป็นเรา ก็มาจบที่ทำไมต้องเป็นเรา ก็ต้องเป็นเรา รวมเราเขาให้เป็นหนึ่ง All for One One For all One For All All for one ทับทวีไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นมันต้องเป็นเราแล้วทำไมต้องเป็นเรา เพราะเราควรเป็น มันไม่มีทางเลือกหรอกมัน Born To Be แล้ว มันไม่มีใครมา Born เรามันบอร์นแล้วก็ต้อง to be เราเกิดเป็นอันนี้แล้วไม่มีอะไรอื่น เกิดก็เกิดแล้ว ก็ต้องเป็นไป To be ไม่เป็นไปไม่ได้มันเป็นสัจจะ หากคุณไม่รับผิดชอบ คุณสะสมคนโง่หรือคนฉลาด คุณสะสมความฉลาดหรือความโง่มา คุณสะสมความโง่มาก็แล้วไปเถอะ คุณก็ยอมรับว่าคุณโง่ก็จบก็ไม่ทำ แต่ถ้าคุณสั่งสมความฉลาดมา ฉลาดก็ต้องช่วยกันสิ อยู่ในภาวะต้องช่วยกันอยู่ หรือว่าไม่ต้องช่วยกันแล้วสังคมประเทศชาติไม่ต้องช่วยกันแล้ว เขาช่วยตัวเองได้หมดแล้ว ได้หรือยัง แม้แต่อาตมา พูดตรงๆ อาตมาว่าพวกคุณนี้ อาตมาต้องช่วยอยู่ใช่ไหม จะให้อาตมาตายเสียก็ได้แล้ว ….โยมตอบว่า ยัง ถามจริงว่าควรปล่อยให้อาตมาตายได้แล้วสะเทือนไหมสะอื้นไหม ภาษาบัญญัติสู่สภาวะได้จริง มันเป็นความจริงว่า อาตมาตายไปคุณใช้ได้หรือยัง คุณก็ยังไม่อยากให้ตายหรอก เพราะว่ายังพึ่งพาตัวเองไม่รอด อย่าเพิ่งตาย อันนี้เป็นสภาวะสัจจะ มันเป็นความจริงใช่ไหม อาตมาถ้ามีภูมิรับสภาวะจริงจากพวกคุณได้ อาตมาก็ตายไม่ลง คนนั้นรับทันก็สาธุเลย สาธุ แปลว่าดีแล้วเจ้าข้า ก็เลยตายไม่ได้ จริงๆอาตมาก็ว่า อาตมารู้ รู้ชัดเจน ในสิ่งที่ควรจะเป็นควรจะมี พูดไปเหมือนยกยอตัวเอง อาตมาไม่เสแสร้งแกล้งประชดอะไรก็ทำไปตามควร สิ่งที่สูงสุดภาษาที่ใช้ก็คือคำว่าควรกับไม่ควร โดยภูมิธรรมส่วนตัว ตัดสินว่าอันนี้ควรหรือไม่ควร พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติไว้ไม่ตั้งไว้ แม้อธิบายไว้คุณต้องพึ่งตัวเองแล้วใช้ปัญญาความฉลาดของตัวเองเป็นตัวตัดสิน ผิดถูกก็เป็นวิบากของคุณ คุณยังรู้ผิดแล้วตัดสินอย่างนี้ ก็มีวิบาก ตัดสินในสิ่งที่ควรแต่คุณตัดสินว่าไม่ควร หรือตัดสินสิ่งที่ควร ทั้งที่ไม่ควร ก็สลับกับเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง มันก็เป็นวิบาก ไม่ควรก็เป็นวิบาก ทำให้ถูกต้องก็แล้วกัน ถ้าถูกต้องก็จบ พูดไป ขยายความวนไปวนมา ให้พวกเราได้รู้ว่า การเกิดการเป็นการมีมาเป็นมนุษย์คือสัตว์โลกที่ชื่อว่า จิตสูงมนุสโส มีจิตใจเฉลียวฉลาดเป็นธาตุหรืออันสูงสุดมนุสโส อาตมาเติมคำว่า อาริยะ ไม่เอาอริยะหรืออารยะ เอาอาริยะ เป็นผู้ที่มีความฉลาดอย่างนี้ โลกุตระอย่างนี้ นี่แหละ เป็นสิ่งที่จะต้องให้มนุษย์โลกมาเป็นมามีมาได้ ไม่มีอื่นดีกว่านี้ ถ้าใครมีสินค้ามีผลผลิตดีกว่าอาริยะ เอามาเสนอหน่อย อาตมาจะได้ช่วยกันพิสูจน์เลือกดูสิว่าสิ่งของที่เสนอใหม่นี้ที่เรียกเขาอาจเรียกชื่อว่า นวัตกรรมใหม่ อย่างอื่น ก็มาดูสภาวะเทียบเคียงกัน ว่าจริงๆแล้วสภาวะที่อาตมาเรียกมันว่าอาริยะกับนวัตกรรมใหม่ ของเจ้าอื่นมาเสนอนี่ หรือจะมาล้อเลียนว่า ของผมอาริยะตัวแท้ของท่านไม่ใช่ ก็พยัญชนะมีความซ้ำก็มาพิสูจน์สภาวการณ์ว่าอะไรมันดีกว่ากันแท้ ก็เอาอันนั้น อาตมาไม่ว่านะ อาตมาจะพยายามวางใจเป็นกลางว่าของอาตมาหรือของเขาดีกว่า ถ้าของเขาดีกว่าแล้วแต่มาบอกว่าไม่เอาก็มีอัตตาตัวตน หรืออวิชชาไม่รู้ว่าของเขาดีกว่า โง่ คนอื่นเขาเห็นชัดหมดแล้วว่าอันนั้นเป็นความรู้ที่คุณสู้เขาไม่ได้หรอกอันโน้นดีกว่า เขาลงมติแล้วอาตมาก็เอาอยู่ว่าของข้าดีกว่า อาตมาก็ว่าอาตมาต้องโง่หนัก สรุปแล้วความเห็นของคนส่วนรวมในบรรดาปัญญาชนในสังคม หรือสภา สภา ส.เสือกับภ.สำเภา ส.เสือคือตัวกูของกู ส ตัวตน ภ คือความเจริญ สภาคือความเจริญของตัวตน สมาชิกสภาลงมติว่าอันนี้ดีกว่าของคุณ คุณก็บอกว่าของข้าดีกว่า คุณก็เป็นสัญญายนิจจานิ อย่างนี้ก็ต้องสู้กับหมู่ แต่ถ้าคุณไม่สู้กับหมู่ก็ต้องเอากับหมู่ หากคุณไม่เอากับหมู่ คุณก็ต้องเป็นช้างมาตังคะต้องแยกออกไป ไปสร้างหมู่ใหม่ ถ้าคุณดีอีก มีมวลโลกใหม่เอาของคุณมากกว่าคุณก็ไปดี แต่ถ้าคุณไม่มากกว่า แต่แม้จะไม่มากกว่าแต่มีสัจจะที่ดีกว่าจริงก็อยู่ได้ อาตมาชัดเจนจะอีกเท่าไหร่นานเท่าไหร่หมู่อโศกก็จะไม่มากกว่าหมู่โลกีย์ จนกว่าจะถึงเวลาล้างโลก แม้แต่สญชัยเวลัตบุตร ไม่ค่อยฉลาดนัก สารีบุตรถามว่า ท่านอาจารย์ว่า คนโง่หรือคนฉลาดในโลกที่มีมากกว่ากัน สญชัยเป็นคนถามพระสารีบุตรเช่นนี้ พระสารีบุตรก็ตอบว่าคนโง่นั้นมากกว่าคนฉลาด สญชัยก็บอกว่า เธอไปอยู่กับคนน้อยเถอะ อาจารย์จะอยู่กับคนโง่ที่มีมาก นี่คือโลกีย์หลงความมาก ในยุคนี้ ก็มีเช่นเดียวกันกับยุคพระพุทธเจ้า ท่านผู้เป็นลูกศิษย์ของสญชัยเวลัตบุตรทั้งหลาย ใช่หรือเปล่า? พวกคุณเป็นลูกศิษย์ของสญชัยเวลัตบุตรหรือ ก็ไม่ใช่ มันต้องมั่นคงชัดเจนและแม่นยำ ในสภาวะและพยัญชนะ สรุปแล้ว พยัญชนะกับสภาวะสองอย่างนี้ขยาย วิจัยไปอีกเยอะแยะหลากหลายมากมาย แล้วเราก็อาศัยสิ่งเหล่านี้อยู่ อาตมาก็หยิบมาได้ขยายความว่า อาศัย นิสัย วิสัย อนุสัย อนุสัยย้อนมาวิสัยพอมาวิสัยแล้ว พุทธวิสัยก็อย่างหนึ่ง ฌานวิสัยก็ไม่อาจเอื้อมไปพุทธวิสัย ผู้มีฌานวิสัย อยู่เหนือกรรมวิบาก อันที่สี่โลกจินตา ผู้มีฌานวิสัยสามารถรู้กรรมวิบาก รู้โลกจินตา แต่ไม่บังอาจไปรู้พุทธพิสัย เราก็จะได้ขยายความกันไปต่อ 601107_เทศน์กัณฑ์พิเศษจากพ่อครู ในวาระย่างเข้า ปีที่ 48 ของการบวช และปีที่ 84 ของชีวิต