สื่อธรรมะพ่อครู(อักขรนิทัสสน์) ตอน เร่ิมจากสุขกับทุกข์จนถึงที่สุด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.69 KB
วันที่แก้ไข8 พฤศจิกายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อักขรนิทัสสน์) ตอน เร่ิมจากสุขกับทุกข์จนถึงที่สุด เรื่องของธรรมะ เรื่องของโลกียะหรือเรื่องของธรรมะสอง เรื่องของรูปกับนามจึงซ้อนๆๆละอียดไปอีกมากมายก่ายกอง แต่ถ้าเราชัดเจนในสภาวะ จะใช้ความละเอียดอย่างไรเล่าเรียกเสียงสำเนียงว่าเป็นบัญญัติ กับตัวสภาวะจริง เราชัดทุกอย่าง เรียกว่า อรรถะกับพยัญชนะ อรรถะคือสภาวะ พยัญชนะคือบัญญัติ ไม่สับสนแล้ว นี่คือพยัญชนะ อย่างนี้คือสภาวะ ถ้าชัดเจนแล้วจะใช้ภาษาละเอียดเข้าไปอีกอย่างไร ก็ดูได้ชัดเจน อาตมาเอาธรรมะกับพยัญชนะ จับคู่กัน เราเข้าใจใช้พยัญชนะกับสภาวะคู่กันไม่สับสน ว่าอันไหนหมายถึงอะไรด้วยวิญญาณ เราสามารถรู้วิญญาณ อ่านเจตนาของเขาได้ว่า อ๋อ เขาสับสนพยัญชนะแต่เจตนาเขามีอย่างนี้ คนที่อ่าน เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ ก็จัดการ โดยมี ผัสสะเป็นสมุทัย หากไม่มีสมุทัยก็ปฏิบัติได้ไม่จริง มีแต่สัญญาก็โมเม ถ้ามีผัสสะแล้วจัดการเวทนา สัญญา เจตนาได้ เจตนามีกามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหาได้ กามตัณหาหยาบหมดไปมีรูป อรูปเป็นภวตัณหาอีก ก็ล้างต่ออีก จนหมด รูปภพ อรูปภพ ภวตัณหาก็หมด ตัณหา 3 ก็หมด ตัณหา 3 หมดแล้วแต่คุณยังไม่ปรินิพพาน เป็นปริโยสาน เป็นเรื่องของความรู้รูปนาม อรรถะ พยัญชนะ เรื่องของพยัญชนะกับนามธรรม ที่อาตมาใช้บัญญัติภาษาแทนสภาวะ สภาวะคือสิ่งปรากฏของตัวเองรู้เองกำหนดเอง เมื่อใช้บัญญัติภาษา สื่อเข้าไปแล้ว คุณก็กำหนด เรียงกำกับใส่ให้ถูกฝาถูกตัวนะ ถ้าใส่ถูกตัวไปเรื่อยๆ ก็เกิดรู้ความจริงไปเรื่อยๆ ก็อยู่กับสังคมละเอียดขึ้น รู้ว่าอะไรควรมี อะไรไม่ควรมี คุณก็อยู่กับสิ่งที่มีและไม่มีนี้ในที่สุด ด้วยความจริงใจ ด้วยความซื่อสัตย์ ก็อยู่กับความมีและความไม่มี พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในเล่ม 16 ข้อ 47 ไว้ว่า ขอใช้คำว่ามีกับไม่มีนี่แหละในโลก

อ่านต่อ

จะจบหรือจะต่อก็อยู่กับมีหรือไม่มี จะตายหรือจะเป็น ก็อยู่กับมีกับไม่มี มันจะสูญหรือดิ้นอยู่ก็แล้วแต่ มันเป็นธรรมะ 2 เมื่อเราเข้าใจพยัญชนะภาษานี้แล้ว เราก็กำหนดตัวถูกสภาวะต่างๆ แล้วเอามาใช้ได้ เราก็ชัดเจนในคำว่า สุข ทุกข์ คำว่า สุ คือดี ทุ คือไม่ดี ทุกข์จึงต้องมีสามตัว ทุกข ต้องมีสาม ส่วน สุข นั้นมีสองเอง สุข เราไม่เขียน ก.ไก่ใส่ ถ้าเขียน ก.ไก่ใส่ก็กลับกันกับสุข ถ้ามีแต่สุก นี้อยู่ยาวเลย ถูกต้มแล้วต้มเปื่อยอีกแล้วกลับมารวมตัวอีกเป็นสุก คือตัวมี แต่สุขคือตัวว่าง เมื่อไม่ยอมว่างไม่ยอมหยุดก็ดำเนินการต่อไป แล้วก็ยังไปสั่งอีก ก็เป็น ฆ.ระฆัง ก็สามเส้า ก ข ฆ สะสมเป็นฆ ไปเรื่อยๆ ยิ่งสะสมต่อไปเป็นยิ่ง ง.งู โง่ต่อไปเรื่อยๆไม่รู้จักจบ จนกว่าจะเกิด จ ฉ ช ฌ ย ก ข ฆ ค ง คือตัวมี จ ฉ ช ฌ ย คือตัวรู้ ฏ ฐ ฑ คือเริ่มก่อตัว ต ถ ธ ท น คือแน่นเลย ตั้งมั่นเลย เสร็จแล้วก็รวมเรื่องทั้งปวง ป ผ พ ภ ม ป เริ่มต้นทั้งรูป ทั้งนาม ผ คือผัสสะ พ คือพฤติกรรมลีลา ภ คือเจริญขึ้น สั่งสมเป็น ม ตัว ม นี้เพิ่มเป็น มม คือ มมัง อาการของมมังนั่นแหละคือจิตตัวทุกข์ ตัวยึดมั่นถือมั่น มมังอาการจิตตัวกูของกูหากขึ้นถึง มมังการ ต่อจาก มมังการ ยังไม่หยุดยังมีอหังการ อหัง คือเศษวรรค อ คือสระ ยังไม่เริ่มต้น ย ร ล ว ส ห ฬ อํ ตัวฬ นี้ อลังการที่สุด ผู้ใหญ่ไม่มีกำหนดเลย ใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด ใหญ่ไม่มีที่จบ ตัว ฬ ห คือตัวรวม รวมลงมาหมดเลย โยนให้ ฬ เอ็งเอาไปโง่ต่อ โง่ที่สุดคือ ฬ จุฬา รู้ย่อที่สุดคือ จุฬา รู้ย่อที่สุดคือ จุล รู้อย่างละเอียดที่สุด จุลหรือจุฬ ล กับ ฬ ตัว ล.ลิงจึงเป็นตัวนาม ฬ จึงเป็นตัวรูป ล.ลิงเป็นตัวใช้งาน ส่วน ฬ เป็นตัวเก็บใส่ในเซฟ

601107_เทศน์กัณฑ์พิเศษจากพ่อครู ในวาระย่างเข้า ปีที่ 48 ของการบวช และปีที่ 84 ของชีวิต

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน