สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การเมืองแยกจากธรรมะไม่ได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.64 KB
วันที่แก้ไข15 ธันวาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การเมืองแยกจากธรรมะไม่ได้ _สุทัศน์ ศรีสังทวงษ์...คุยทำไมครับการเมือง คุยธรรมดีกว่าครับ ชอบฟัง พ่อครูว่า…คุณไปฟังคนที่บอกว่าจะฟังแต่ธรรมะนั้น ขอยืนยันว่า คุณไม่ได้รับความรู้จากธรรมะที่จริงหรอก ธรรมะที่จริงนั้น มันเป็น Dualism มันเป็น dialectic เป็นเทวฺ มันเป็นธรรมะ 2 มันเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ เหมือนเหรียญ 2 ด้าน เหมือนคุณต้องมีหูสองข้างต้องมีคู่หู ถ้าคุณมีหูเดียวนี้ไม่ใช่คนหรอก ไม่ได้ว่าเขา แต่พูดสัจธรรมอธิบายธรรมะให้เขาฟัง คุณแยกธรรมะออกจากการเมืองไม่ได้ คุณอย่าไปฉลาดน้อยเหมือนพวกนักการเมืองโง่ๆเขา ไปบอกว่า อย่าเอาธรรมะไปยุ่งกับการเมือง ก็นักการเมืองโง่ๆไม่ให้เอาธรรมะมายุ่งกับการเมืองเขาจะได้ทำชั่วได้ไง นักการเมืองโง่ๆกรอกหู มันฉลาดแบบเฉโก แต่มันโง่หนัก มันครอบงำคน คนที่มีแต่การเมืองไม่มีธรรมะก็คือคนโง่ที่ทำร้ายบ้านเมือง ทำร้ายพลเมืองประเทศชาติ ฟังให้ชัด อาตมาเน้นเสียเหนื่อยเลย ทำไมยากจังไม่เข้าใจกัน คุยทำไมครับการเมืองคุยธรรมะดีกว่าครับชอบฟัง คุณอย่าไปหลงโง่ในตัวเอง มันเป็นความโง่ในตัวเองที่ไปแยกธรรมะกับการเมืองออกจากกัน มันแยกออกจากกันไม่ได้ การเมืองเป็นเรื่องของบุคคลกับสังคมประเทศชาติ ธรรมะก็เป็นเรื่องของบุคคลและสังคมประเทศชาติเช่นเดียวกัน ถ้าคุณเข้าใจว่าธรรมะคือพวกที่ไปนั่งหลับตาอยู่ปลีกเดี่ยวไม่เกี่ยวกับใครไม่เกี่ยวกับสังคมไม่เกี่ยวกับประเทศ ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษยชาติ ธรรมะอย่างนั้นไม่ใช่ธรรมศาสนาพุทธ เป็นธรรมะนอกรีตศาสนาพุทธ เป็นธรรมะของพระป่าเป็นชาวเถื่อนคนเถื่อน ปลีกตัวออกจากธรรมชาติธรรมดาของคน คนคือสัตว์โขลง คือสัตว์สังคม คือมวลมนุษยชาติที่อยู่กันเป็น โขลงใหญ่ที่สุด ช้างก็โขลงใหญ่ อาจจะใหญ่กว่าปลาโขลงไม่ได้ แต่ก

อ่านต่อ

็ไม่น่าจะมีโขลงใหญ่เป็นพันล้านคนแต่ปลาที่มันเกิดเป็นฝูงใหญ่จริงๆ อาจจะมีถึงก็ได้ แพลงตอนมีถึงแน่ ก็ขอยืนยันว่าคุณต้องทำใจให้ดีทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า การเมืองกับสังคมกับคนกับมนุษยชาติการเมืองกับธรรมะนั้นมันแยกออกจากกันไม่ได้ ถ้าคุณเข้าใจว่าต้องแยกออกจากกันนั้นเป็นมิจฉาทิฎฐิเป็นเรื่องผิดเป็นเรื่องเข้าใจไม่ถูก ว่า ธรรมะนอกจากคนและสังคมแล้วมันใช้ไม่ได้ ธรรมะมันใช้ได้กับคนกับสังคมที่มีภูมิปัญญาจะรู้จักธรรมะ คนที่เข้าใจธรรมะไปอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่เรื่องของคน โดยเฉพาะไม่ใช่เรื่องของสังคม ไม่ใช่เรื่องของการเมือง ไม่ใช่เรื่องของพลเมือง เป็นเรื่องของคนปลีกเดี่ยว เป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็กๆ อันนั้นเป็นเรื่องมิจฉาทิฏฐิใช้ไม่ได้ มันก็ใช้ได้กับคนอย่างนั้น คุณก็ไปอยู่กับคนอย่างนั้นก็แล้วกัน แต่อาตมาอยู่กับสังคมโลกกับสังคมมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติศาสนาอะไรก็แล้วแต่อยู่ด้วยกัน แล้วเราก็จะอยู่ด้วยกัน แม้จะมีสิ่งที่แตกต่างกันก็อยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสันติ มีอะไรหลากหลายแตกต่างกันแน่นอน แต่เราก็อยู่ด้วยกันได้ นี่ก็ขอยืนยันว่าเป็นเช่นนั้น ถ้าคุณยังเข้าใจไม่ถูกก็ตั้งใจให้ดีๆ เข้าใจให้ได้ว่า อ๋อ ธรรมะกับการเมืองแยกกันไม่ออกจริงๆเหรอ อย่าเพิ่งปฏิเสธพยายามทำความเข้าใจนั้นจริงๆให้ได้ ระบบการเมืองของโลกทุกวันนี้เป็นการเมืองที่สรุปแล้วว่า ประชาธิปไตยเป็นระบอบที่ดีที่สุด เขาก็พูดเหมือนกัน เขาบอกว่า ประชาธิปไตยอาจไม่ใช่ระบอบที่ดีที่สุด แต่ขณะนี้มันไม่มีระบบใดดีกว่าระบอบประชาธิปไตย เขาว่าอย่างนั้น คือเขายังไม่รู้จบ พระพุทธเจ้าเป็นนักประชาธิปไตยที่สูงสุดรู้จบ แล้วก็นำพาสั่งสอนทฤษฎี ให้คนได้มีจิตใจ ละสิ่งที่มันโง่เรียกว่าอวิชชา หรือเอากิเลสออกจากจิตใจความโง่ออกจากจิตใจ คนผู้นั้นก็จะรู้ว่า สังคมมนุษยชาตินี้อยู่ด้วยกันในมนุษยชาติสังคมที่อยู่ร่วมกัน ที่มีสิ่งที่แตกต่างกันหลากหลาย diversity แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นเอกภาพมี Unity ผู้ที่สามารถทำให้สังคมอยู่กันได้อย่างเป็น Unity of diversity ได้ จบ อย่างอาตมานี่ อาตมาหมดปัญหาในเรื่อง diversity เรื่องแตกต่างที่หลากหลาย เราเข้าใจเขาทั้งนั้น แล้วเราก็พยายามอยู่ด้วยกันทั้งนั้น โดยพยายามที่จะเป็นแต่เพียงว่า พยายามที่จะให้เข้ามาสู่ความรู้ ความเจริญและทำจิตใจของแต่ละคนให้มีจิตใจที่เข้าใจทุกอย่างแตกต่างกัน ไม่มีอะไรไม่แตกต่างกันแม้แต่ปรมาณู 2 หน่วยที่เกิดมา เริ่มแตกต่างกันแล้ว ทุกอย่างในโลกนี้แตกต่างหลากหลายกันนับไม่ถ้วน แต่ก็อยู่ร่วมกันได้ด้วยปัญญา ด้วยความเข้าใจที่เรียกว่าปัญญา เข้าใจในความแตกต่างที่หลากหลาย แล้วเราก็อยู่ด้วยกันได้อย่างอนุโลมปฏิโลม โดยที่เข้าใจว่า เหมือนอย่างที่ซุนวูบอกว่ารู้เขารู้เรารบชนะทุกที รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เพราะเขาเองเขารบกับเราเขาจะเอาชนะเรา เราก็แพ้เสีย จบแล้ว เขายึดมั่นถือมั่นจะเอาชนะเราก็ตกลง เหมือนอย่างเถรสมาคมจะเอาชนะเรา อาตมาก็ให้เขาชนะ ท่านจะยึดถืออย่างนั้นก็ว่ากันไปของท่าน อาตมามีความจริงใจมีความรู้ว่าอย่างนั้นท่านยึดถือเอาไว้เป็นเรื่องที่ผิด เป็นความจริงใจ ก็มาบอกสิ่งที่ผิดว่าให้เลิกเสียไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าอย่างนี้อย่างนี้ ความยึดมั่นถือมั่นมันตรงกันข้ามกัน มันก็ไม่ยอมที่จะเข้าใจอย่างที่อาตมาพูด เขาก็ยังเข้าใจอย่างที่เขายึดถือว่าถูก ซึ่งมันคนละอย่างเป็นเรื่องขัดแย้งกัน ก็เลยต้องเถียงกันอยู่ สุดท้ายเขาก็ยึดของเขา อาตมาก็บอกว่าตกลงคุณก็ยึดของคุณไป แต่จะให้อาตมาพูดว่าสิ่งที่คุณยึดมั่นถูกไม่ได้ จะมาปิดปากอาตมาไม่ได้ อาตมาพูดว่าสิ่งที่ถูกต้องต้องถูก ส่วนคุณจะยึดถือของคุณก็ยึดถือไป อาตมาไม่ได้ทำคุณ คุณอย่ามาทำเราก็แล้วกัน เราก็หลบก็เลี่ยง เราก็เข้าหาประชาชน ให้ความรู้ความจริงกับประชาชนจนกระทั่งทุกวันนี้ประชาชนรู้ตามที่อาตมายืนยันว่ายังอยู่ถูกต้อง มีจำนวนไม่น้อยแล้วตอนนี้ เพราะฉะนั้นทางโน้นก็ไม่กล้าเถียง 1. มีจำนวนไม่น้อย 2. อาตมาพยายามแสดงความจริงโดยมีหลักฐานจากพระไตรปิฎกเป็นต้น เอาพระไตรปิฎกมายืนยันวันแล้ววันเล่า แล้วอธิบายอย่างละเอียดด้วย พระไตรปิฎกคนตีความอย่างโน้นอาตมาอ่านตีความอย่างนี้ คุณจะจำนนต่อความจริงนอกจากคนที่ดื้อด้านดึงดันยึดแล้วยึดเล่าว่าสิ่งนั้นมันถูก แน่นอนมันก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่คนไม่ยึดมั่นถือมั่นฟังแล้วฟังเล่า คนไม่ยึดมั่นถือมั่นนี่สุดท้ายจะเข้าใจได้ เพราะว่าอาตมาจะย้ำยืนยันสิ่งที่ถูกต้องไม่มีเลิก ตราบตาย หากไม่ตายก็ไม่หยุดยั่ง เอาพลาสเตอร์มาปิดปาก อาตมาก็จะแกะออก อย่าเอากาวอีพ็อกซี่มาแปะก็แล้วกันมันแข็ง 611214_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ธรรมะ 2 ของประชาธิปไตยเก๊กับเผด็จการโดยธรรม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน