สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน การศึกษา ศีล สมาธิ ปัญญา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.84 KB
วันที่แก้ไข3 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน การศึกษา ศีล สมาธิ ปัญญา ศาสนาพุทธในเมืองไทยตอนนี้ นักบวชหรือภิกษุไม่มีศีลแล้ว เหลือแต่วินัย 227 ข้อ ศีลของพระพุทธเจ้าคือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล โดยเฉพาะ มหาศีล คือห้ามทำเดรัจฉานวิชา ต้องไม่ให้มี ไม่เอามาประพฤติปฏิบัติในศาสนาพุทธ ขออภัย ต้องพูด แม้จะต้องจุดธูปเทียนบูชาก็เป็นเทวนิยม คือการรดน้ำมนต์ รักษาไข้ใบ้หวยอย่างไสยศาสตร์ ทำนายทายทักอยู่อย่างนั้นอย่างนี้ ในพระไตรปิฎกเล่ม 9 ก็บอกให้งดเว้น ในมหาศีลทั้งหมดท่านให้งดเว้น ถ้าสังคมศาสนาใดไม่มีตามที่ท่านว่าได้ ก็เป็นพุทธ แต่ถ้ามีเดรัจฉานวิชามากก็เป็นพุทธน้อย หรือมากจนกลบกลืนความเป็นพุทธ ก็คือไม่ใช่พุทธแล้ว ส่วนมัชฌิมศีลก็ขยายจากจุลศีล นี่คือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ที่พระพุทธเจ้าตราไว้ว่าเป็น ศีล สมาธิ ปัญญา หรืออธิศีล อธิจิต อธิปัญญา แม้ข้อนี้ก็เป็นสิทธิ์ของเธอประการหนึ่ง แต่ความจริงปรากฏแล้วว่าเขาเอาแต่วินัยไม่เอาศีล ซึ่งวินัยเป็นเรื่องที่ตั้งกฎระเบียบขึ้นมาเพื่อไม่ให้คนทำผิด จะต้องมีการลงโทษถ้าทำผิด ตัวศีลเป็นของบริสุทธิ์สะอาด ปัญญาคนเห็นดีเห็นงามแล้วเอามาประพฤติปฏิบัติ ไม่ได้เกิดจากการบังคับกดขี่ แต่เป็นอิสระเสรีภาพล้านเปอร์เซ็นต์ ส่วนวินัย เป็นเรื่องอาชญา เหมือนกฎหมายอาญา แต่ธรรมนูญรัฐธรรมนูญไม่มีบทลงโทษ แต่ออกกฏหมายลูกมาเป็นกฎหมายอาญามีบทลงโทษตามลำดับ สมาธิเขาก็ไปนั่งหลับตาทำสมาธิ นั่นไม่ใช่ของพุทธ ก็ตอนพระพุทธเจ้าออกมาบวช ก็ยังหลงไปนั่งหลับตา อาฬารดาบส อุทกดาบส ท่านก็ทำได้ อรูปฌาน 7 8 ท่านก็บอกว่าไม่ใช่ ท่านก็มาทบทวนในส่วนของท่านที่มีมา จนกระทั่งขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ของเก่าของท่านก็ออกมาได้ ว่าท่านเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ท่านไม่ได้ปฏิบัติธรรมเลยในชาตินี้ ของเก่าในคลังควา

อ่านต่อ

มจำของท่านขึ้นมา ที่อาตมารู้ก็เพราะว่าอาตมาก็ใช้ความรู้เก่าที่มีมา ซึ่งอาตมาอธิบายค้านแย้งกับที่ท่านอื่นสอนกันมาอย่างผิดๆ การนั่งหลับตาทำสมาธิไม่ใช่ของที่พระพุทธเจ้าสอน ท่านสอนให้ทำมรรคมีองค์ 8 ทำงานอาชีพขณะคิดพูดทำ แล้วอ่านรูปนาม รูป 28 นาม 5 แม้โบราณาจารย์จะบอกว่ามีเจตสิกอีก 121 หรืออื่นก็เอามาเรียน แต่ก่อนอื่นอ่านรูป 28 ก่อนได้ ทำอิตถีภาวะให้เป็นปุริสภาวะได้ เป็นเอกัคคตาจิต อยู่เหนือปฏิกิริยาอิตถีแล้ว เป็นอย่างไร ทำให้ชีวิตินทรีย์ของอิตถีภาวะหมดไป ทำได้ก็จะรู้ว่าตนเองเป็นปัจจัตตัง ชัดเจน ถ้าคุณไม่มีญาณหยั่งรู้ อาการ ลิงค นิมิต อุเทสได้ก็ไม่จริงให้คนอื่นทำให้ไม่ได้ แต่ถ้าทำได้ก็ยืนยันพิสูจน์ด้วยตนเองเป็นสวากขาตธรรมจริงๆ เราสามารถดูรูป 28 ได้ ก็เป็นพระอรหันต์ได้ รู้จักชีวิตินทรีย์ ที่อาศัยอาหารรูป ที่เป็น ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร เป็นเจตนาปัจจุบันที่ท่านให้เรียนเวทนาปัจจุบัน เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ เจตนามี 3 อย่าง กาม ภว วิภวะ อาการของกาม มีเจตนาบำเรอกาม หมดกามก็ยังบำเรอรูปภพอรูปภพ คือภว เมื่อล้างรูปภพหมดก็ล้างอรูปภพ ก็เป็นวิภวภพ มีเจตนาแต่ไม่ได้อยากจะเอามาเพิ่มเลย รูปภพ อรูปภพอีก กามภพไม่ต้องพูดเลย ไม่มีการบำเรอตนอีกแล้ว ไม่มีการทำเพื่อตัวเองอีกแล้ว คุณก็รู้ความจริงพวกนี้ โดยการแบ่งทำเป็นปริเฉทๆ ปริเฉทรูป ทำไปตามแต่ละระดับ ก็จะเจริญขึ้นไปมากทับทวี สอดประสาน เสริมหนุนกันไปเรื่อยๆ แต่ละปริเฉทรูป แล้วใช้งานเป็นกายวิญญัติวจีวิญญัติ โดยมีวจีสังขารที่เป็นอภิสังขาร ที่เราจัดสรรในสังกัปปะ 7 คุณสามารถทำอภิสังขาร ให้จิตในจิตปราศจากกาม พยาบาท ที่สุดปราศจากวิหิงสา แล้วทำสังขารมาใช้งาน โดย process กระบวนการของสังกัปปะ 7 โดยเรียนรู้กระทบสัมผัสแล้วมีกิเลสไหม จับกิเลสได้ คุณจะมีสมรรถนะจับกิเลสได้ จนรู้เร็ว มีมุทุภูตธาตุ นอกจากรู้เร็วทัน แล้วมีความเก่งในการกำจัดกิเลสอีก มีฌาน มีไฟ พลังงาน กำจัด เผา ยิ่งฌาน 4 ก็มีประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)

600418_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปัญญาอันเกิดจากองค์ 6 (อนาสวะ)

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน