สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน การรู้นามรูป.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน การรู้นามรูป มาก้าวสู่เนื้อหาสาระ วันนี้จะพูดถึงพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 [60] ดูกรอานนท์ ธรรมทั้งสองเหล่านี้ รวมเป็นอันเดียวกันกับเวทนา โดยส่วนสองด้วยประการดังนี้แล ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา เรากล่าวอธิบายดังต่อไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้กล่าว ไว้ว่า เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงเกิดเวทนา ดูกรอานนท์ ก็ถ้าผัสสะมิได้มีแก่ใครๆ ในภพไหนๆ ทั่วไปทุกแห่งหน คือจักษุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหา สัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส เมื่อไม่มีผัสสะโดยประการทั้งปวง เพราะดับผัสสะเสียได้เวทนาจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ พ่อครูว่า…การศึกษาของพระพุทธเจ้าขาดนามธรรม ตัวที่จะไปรู้ไม่ได้ ตั้งแต่ปสาทรูปโคจรรูป เป็นส่วนองค์ประกอบของนามธรรม อยู่ด้วยประสาท โคจระ เมื่อสัมผัสเกิดก็มีภาวรูป ผู้ศึกษาจะต้องกำหนด หทยรูปให้ได้ มันไม่มีที่อยู่ไม่มีตัวตน ไม่มีสถานที่ทั้งนั้น หทยรูป อาตมาเคยได้เห็นการเรียนพระอภิธรรมบอกว่า หทยรูปอยู่ที่หัวใจห้องที่ 4 มีน้ำสีน้ำเงินด้วย ผิดถูกอย่างไรก็ขออภัยด้วย ชีวิตรูปมันจะมีกำลังของความเป็นชีวิต กิเลส ดิ้นด๊อกแด๊กอยู่ มันยังไม่ตาย ก็ต้องเรียนรู้อินทรีย์ของชีวะ แล้วมันมีชีวะ เพราะได้อาหารอะไร กวฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร ก็ต้องเป็นไปตาม ปริเฉท ทีละกรอบ เช่นเอาแค่ศีล5 ได้แล้วค่อยขยับเป็นศีล 8 ศีล 10 ไปตามลำดับ เสร็จแล้วก็จะต้องทำให้เกิดผลเป็นวิการรูป จนจิตคุณสามารถทำให้เบาได้ที่สุด เป็นคนที่ไม่มีความรุนแรง ลหุตา จนจิตมุทุตา แคล่วคล่องว่องไว ไม่ใช่ยิ่งแข็งทื่อ แต่จิตยิ่งมุทุตา เป็นกายปาคุญญตา เวทนาแคล่วคล่อง สัญญาสังขารปราดเปรียว ไม่ใช่ยิ่งปฏ
อ่านต่อ
ิบัติธรรมจิตใจจะยิ่งเฉื่อย แข็งทื่อ เนกขัมสิตอุเบกขา เป็นภาวะเฉยต่อการสัมผัส โลกียะ คือโลกีย์ กระทบกระแทกกระทุ้งก็ ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ จิตใจไม่หวั่นไหววูบวาบไปตามโลกธรรมเลย อันนี้คือจิตที่สงบ จิตที่เป็นหนึ่ง จิตที่เป็นสมาธิ จิตที่คล่องแคล่วรู้ทำรู้เร็ว แล้วเหมือนกับไม่ทำอะไร แต่จิตเป็นเช่นนั้นเอง ลหุตา เป็นจิตที่สัมผัสกับโลกธรรมแล้วก็อุเบกขา นึกถึง ตอนเดินแถววัดมหาธาตุ ตักศิลา เขาบอกว่า สัมผัสแล้วรู้นิ่งเฉย วาง คือจิตมันอยู่กับโลกธรรม แล้วก็รู้โลกธรรม แต่ไม่รักไม่ชัง ไม่มีอยากได้ไม่อยากได้ รู้นิ่งเฉย เขาขยายความอย่างนั้นก็ไม่ผิดหรอก เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งเวทนา ก็คือผัสสะนั่นเอง ฯ พ่อครูว่า…system analysis เหตุ (input) นิทาน (process) สมุทัย (output) ปัจจัย (outcome) ที่เขาเรียนกัน อาตมาเห็นแล้วก็เห็นว่าตรงกับของพระพุทธเจ้า
ก็คำนี้ว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ เรากล่าวอธิบายดังต่อไปนี้ ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้กล่าว ไว้ว่า เพราะนามรูปเป็นปัจจัยจึงเกิดผัสสะ ดูกรอานนท์ การบัญญัตินามกาย ต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิตอุเทศ เมื่อ อาการ เพศ นิมิต และอุเทศ นั้นๆ ไม่มี การสัมผัสเพียงแต่ชื่อในรูปกายจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ การบัญญัติรูปกาย ต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต อุเทศ เมื่ออาการเพศ นิมิต อุเทศนั้นๆ ไม่มี การสัมผัสโดยการกระทบ(ปฏิฆสัมผัสโส) จะพึงปรากฏในนามกายได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ การบัญญัติ นามก็ดี (ในบาลีเป็นคำว่า นามกาย) รูปกายก็ดี ต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต อุเทศ เมื่ออาการ เพศ นิมิต อุเทศนั้นๆ ไม่มี การสัมผัสเพียงแต่ชื่อ(อธิวจนสัมผัสโส) ก็ดี การสัมผัสโดยการกระทบก็ดี จะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ การบัญญัตินามรูปต้องพร้อมด้วยอาการ เพศ นิมิต อุเทศ เมื่ออาการเพศ นิมิต อุเทศนั้นๆ ไม่มี ผัสสะจะพึงปรากฏได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ เพราะเหตุนั้นแหละ อานนท์ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัยแห่งผัสสะ ก็คือนามรูปนั่นเอง ฯ ก็คำนี้ว่า เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป เรากล่าวอธิบายดังต่อไปนี้ดูกรอานนท์ เธอพึงทราบความข้อนี้โดยปริยายแม้นี้ เหมือนที่เราได้กล่าวไว้ว่า เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงเกิดนามรูป ดูกรอานนท์ ก็วิญญาณจักไม่หยั่งลงในท้องแห่งมารดา นามรูปจักขาดในท้องแห่งมารดาได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ ดูกรอานนท์ ก็ถ้าวิญญาณหยั่งลงในท้องแห่งมารดาแล้วจักล่วงเลยไป นามรูปจักบังเกิดเพื่อความเป็นอย่างนี้ได้บ้างไหม ฯ ไม่ได้เลย พระเจ้าข้า ฯ พ่อครูว่า..มานึกถึงระดูของผู้หญิง เมื่อไข่ไม่ได้รับการผสม ก็จะเป็นระดู เลือดระดูนี่เป็นอุตุ แปลว่าระดูเลย หมายถึงน้ำเลือด เป็นธาตุน้ำ ที่ไม่มีชีวะแล้ว เป็นอุตุนิยามท่านจึงเรียกว่า ระดู หมายถึงอุตุ อาตมาตอนแรกที่อ่านพบเลยว่า ระดู อาตมาตอนแรกสัมผัสก็นึกอยู่ แต่พอมาเข้าใจอุตุ พีชนิยามแล้ว เพราะว่าระดูนี่แม้แต่พีชนิยามก็ไม่ใช่ หมดโอกาสได้เป็นชีวะ แม้พีชะก็ไม่ได้เป็น ท่านถึงแปลอุตุ ว่าเป็นระดูด้วย นอกจากจะแปลว่าดินน้ำไฟลมด้วย
600424_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มีสุริยเปยยาลให้เข้าถึงรูปนาม