สื่อธรรมะพ่อครู(กำลัง 4 พ้นภัย 5) ตอน กำลัง 4 พ้น ภัย 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(กำลัง 4 พ้นภัย 5) ตอน กำลัง 4 พ้น ภัย 5 _นพ.ประธาน วาธีสาทกกิจ ถามว่า....กราบนมัสการครับ ขอความกรุณาให้พ่อท่านขยายความเรื่อง พลัง 4 โดยเฉพาะข้อ 1เเละ 2 ครับ ถ้าเห็นสมควร กราบขอบพระคุณครับ พ่อครูว่า...หมอประธานที่ช่วยดูแลอาตมานี่แหละ 1. ปัญญาพลัง (กำลังคือ ปัญญา) 2. วิริยพลัง (กำลังคือ ความเพียร ขยัน) 3. อนวัชชพลัง (กำลังคือ การงานที่ปราชญ์ไม่ติ) 4. สังคหพลัง (กำลังคือ การสงเคราะห์ช่วยผู้อื่น) ผู้พ้นพลัง 4 จะพ้นภัย 5 พลัง 4 นี้คือพลังปัญญา ปัญญาต้องเข้าใจว่าคืออะไร ปัญญาเป็นโลกุตระ ไม่ใช่เฉกาหรือเฉโก โลกีย์ แต่ปัญญาคือความฉลาดโลกุตระ ถ้าเรามีปัญญาจนเป็นพละ พละคือผลของอินทรีย์ ผลของการสั่งสมพลังปัญญามากถึงขีด แต่ละรอบ จนถึงผล ผู้มีพละหรือผลของปัญญา ผู้นั้นจะมีวิริยะ ยืนยันได้ ถ้าผู้ใดมีพลังปัญญา วิริยะของคุณจะมี ความขี้เกียจจะหายไป มันขี้เกียจไม่เป็น ลืมไปเลย อาตมานึกเกือบไม่ออกว่าไอ้ขี้เกียจมันเป็นอย่างไร ทุกวันนี้ นึกไม่ออกว่าอร่อยกับการกินพริกเป็นอย่างไร เป็นความรู้สึกพิเศษ แล้วมันก็เป็นพลังพิเศษ ไม่ได้แกล้ง ไม่ได้ดัดจริตทำเก๋ ขี้เกียจคืออย่างไร ถ้าเรารู้ว่าขี้เกียจเราก็ไม่เอา แต่เขาบอกว่าทำมากเกินขยันเกินต้องพัก เราก็ว่าเราก็พักแล้วนะ ผู้มีปัญญาถึงรอบจะเพียรจริงๆ ยิ่งความเพียรถึงรอบได้ มีปัญญาถึงรอบได้ ความขี้เกียจไม่มีหรอก มันมีงานนั้นงานนี้ งานของหมู่แล้วไม่มีขี้เกียจมันต้องไป จะต้องไปช่วยกันทำ ไม่มีขี้เกียจ แล้ว 3. อนวัชชพละ เป็นการงานอันไม่มีโทษ อน แปลว่าไม่ วัชชะ แปลว่าคำติเตียน ผู้มีปัญญาพละพอ จะไม่มีใครติเตียน โดยเฉพาะเป็นผู้มีปัญญาจะไม่ติเตียน แต่คนโง่จะติเตียนได้ คนที่ติเตียนพระพุทธเจ้าก็คือคนโง่ ผมก็เหมือนกัน คนติเตียนผมก็คือค
อ่านต่อ
นโง่ พระพุทธเจ้าบอกว่า ติเตียนพระอาริยะ มีนรก 11 ประการ การงานที่ไม่มีโทษคืองานของอาริยชน โลกุตรชน ซึ่งจะย้อนแย้งกับคนโง่ที่จะติเตียน ผู้รู้จริงจะไม่ติเตียน ถ้าติเตียนไปเราจะยิ่งมีวิบากจะยิ่งเสีย ในพรหมชาลสูตร คนที่ตำหนิเรา เราก็ต้องไขความจริงให้เข้าใจ โดยมีการประมาณ โดยสัจจะ ถ้าเขาเข้าใจผิดเขาเสียไหม เขาเสีย เราไม่สงสารเขาหรือ เหมือนธัมมชโย เขาน่าสงสารนะ สมณะฟ้าไทว่า...อย่างพ่อครูมีใครที่ไม่บอกไหม บอกแล้วเขาจะเพ่งโทษ พ่อครูว่า..มีที่ไม่บอกเลยก็มี คนที่ย้อนแย้งมากก็บอกนิดหน่อย คนย้อนแย้งมากก็ต้องบอกเยอะ ประมาณนี่แหละต้องประมาณ อย่างธัมมชโยนี้บอกเยอะ ก็เพราะต้องการตีงูให้กากิน ให้คนอื่นได้รู้ คนอื่นจะได้ศึกษาความเป็นจริงๆตามหลักฐานที่ประจักษ์ชัด คนอื่นได้ประโยชน์ คนที่ฟังก็ได้ประโยชน์ เขาไม่ฟังก็ได้แต่เอาเขามาเป็นประโยชน์ ตีงูจะให้อินทรีย์กินแต่อินทรีย์ไม่กินก็ให้กากิน หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ สมณะฟ้าไทว่า...อย่างผมจะไปบอกใคร ผมพูดแรงก็กลัวเขาจะรับไม่ได้ก็ไม่พูด พ่อครูว่า...ก็ประมาณอย่าให้เกิดวิบากซ้ำ
ทำการงานอันไม่มีโทษหรือการงานนั้น ผู้เป็นปราชญ์จะไม่ตำหนิ ผู้ไม่มีปัญญาเท่านั้นจะตำหนิ ดีไม่ดีด่าสาดเสียเทเสียเพราะเขาโง่
อันที่ 4 สังคหพละ จบด้วยการให้ ชีวิตของคนทุกคนที่ปฏิบัติเพื่อบรรลุธรรมสูงสุดแล้วก็ต้องเป็นผู้ให้ ผู้ทาน ในบารมี 10 ทัศ 1. ทานบารมี . . . > 2. ศีลบารมี 3. เนกขัมมบารมี > 4. ปัญญาบารมี 5.วิริยะบารมี > 6. ขันติบารมี 7. สัจจะบารมี > 8. อธิษฐานบารมี 9. เมตตาบารมี > 10. อุเบกขาบารมี . . (พตปฎ. เล่ม 33 ข้อ 1) เมตตากับอุเบกขาเป็นบารมีสุดท้ายของผู้บรรลุ ผู้ที่บำเพ็ญบารมี 10 ทัศก็เพื่อเป็นผู้ให้ทาน สุดท้ายจบ แม้แต่ศีลก็เพื่อทาน เนกขัมมะ ฝึกการลดละเอาออกให้หมดตัวตนเพื่อเป็นผู้ให้ ปัญญาก็แน่นอน ต้องมีความให้แก่โลก อันต่อมา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน วิริยะ ทำได้แค่นี้แล้วก็ต้องพากเพียรต่อ ต้องอดทน ทมะ แปลว่าฝึกฝนอดทนอย่างยิ่ง ต้องเพียร สาม สัจจะ ให้มันได้ ให้มันสำเร็จทั้งปรมัตถสัจจะ และย้อนกลับเป็นสมมุติสัจจะได้ ผู้บรรลุ ปรมัตถสัจจะกลับมาอนุโลมช่วยผู้อื่นก็เป็นสมมุติสัจจะ แม้คนเขาจะเข้าใจไม่ได้ เหมือนเรากลับไปเป็นอีก แต่แท้จริงไม่ได้เป็น และไม่แอบเสพด้วย ต้องรู้ตัวให้ชัด เหมือนกับแม่ เล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับลูก แม่ครัวปรุงอาหารให้คนอื่นกินแต่เราไม่ได้ชอบเลย ก็รู้ว่าเราอนุโลมช่วยเหลือ ของเราไม่ได้แอบเสพอะไร เป็นภาวะย้อนแย้ง กลับไปกลับมาหลายรอบ วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐานต้องลงตัวโดย ปรมัตถสัจจะ สมมุติสัจจะ บรรลุธรรมแล้วเป็นพระอรหันต์จะตั้งใจต่อพุทธภูมิ หรือจะสูญก็ได้ คุณต้องตั้งใจ ถ้าไม่ตั้งใจ มันก็เป็นคนไม่ชัดเจน ไม่แม่น ไปตามยถากรรม ก็ไม่ใช่ มันต้องตั้งใจ ต้องมีใจที่ทำ จะตายหรือเกิดอีกก็คุณตั้งใจเอง ถ้าคุณไม่ตั้ง จบแล้วเลิก อธิษฐาน เป็นการตั้งใจ แล้วยังมีตั้งใจอีก คือปณิหิตตัง คนสูงสุดจบอยู่ที่ให้รับใช้สังคหะรับใช้ก็ควรช่วยเหลือเป็นผู้ที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่น สังคหะ คนที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าจึงเป็นคนที่สุดยอดแล้ว กลั่นมาเป็นสุดยอดคนจริงๆ แล้วจะได้เป็นคุณสมบัติสุดยอด ก็ตรงที่อาตมาสรุปลงไปตรงที่ 5 สภาพ อิสรเสรีภาพ (Independent) มีอิสรภาพพ้นอำนาจกิเลส ภราดรภาพ (Fraternity) มีภาวะแห่งรักกว้างออกไปดุจดั่งญาติ สันติภาพ(Peaceful) มีภาวะสงบแท้ ไม่มีตัวเหตุเบียดเบียน สมรรถภาพ(Efficiency) มีความสามารถสรรสร้างประโยชน์สุข บูรณภาพ(Integrity) ปรับปรุงพัฒนาให้เจริญ ให้เต็มบริบูรณ์
พ่อครูว่า...บูรณภาพนี้จะเต็มจะต่อก็ได้ จะตัดหรือจะเต็มของตัวเองก็ได้ ห้าภาพนี้อาตมาเรียกว่า บรมภาวะที่สุดประเสริฐอันควรได้ ต้องเป็นสังคมด้วย อาตมาขยายสันติภาพว่า เรียบร้อย ราบรื่น ง่าย งาม เรียบร้อยไม่ใช่เรียบแค่ 80 90 แต่เรียบ 100 เลย ไม่เรียบ 99 แต่เรียบ 100 ราบรื่นไม่ขรุขระ ง่าย ไม่ยากไม่เย็นอะไร งาม อย่างนี้คือสันติภาพ สมรรถภาพ(Efficiency) คือมีความรู้ ความสามารถสร้างหรือทำผลิตอะไร ทำงานอะไรเป็นความรู้ความสามารถจริงๆ ไม่ใช่คนที่ไร้ความรู้ความสามารถ เอาแต่เฉื่อยเนือย ทำอะไรไม่เป็นไม่ทำอะไร อาจมีถนัดหลายอย่างทำได้หลายอย่างก็ตามแต่สามารถทำได้ สุดท้ายจบด้วย บูรณภาพ(Integrity) คือเป็นตัวเต็ม และตัวเพิ่ม อยู่ในตัวจนกว่าคุณจะเป็นพระพุทธเจ้า ถ้ามันยังไม่เต็มก็ต้องพากเพียรทำให้เต็ม เต็มแล้วมีขีดตรงไหนก็ต้องบูรณะต่อไป เพราะว่าการเติมในสิ่งที่เต็มแล้ว มันเป็นการให้คนอื่นทั้งนั้น การเติมสิ่งที่เต็มแล้วมันเป็นการให้ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นทั้งนั้น พระโพธิสัตว์ที่มาศึกษาต่อ คนเขาก็บอกว่าได้ความรู้ มีบารมีเพิ่ม ก็จริง แต่มีบารมีความรู้ความสามารถเพิ่มก็เพื่อไปรับใช้คนอื่น เพื่อคนอื่นไม่ใช่เพื่อตัวตน เก่งมากขึ้น สร้างและทำให้มากขึ้นก็เพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น ตนเองก็สูญเท่าเดิม บูรณภาพจึงหมายความถึงสุดยอดเลยใน 5 ภาพนี้ จะไม่เหมือนกับฝรั่งเศสที่มี 3 ภาพ เขามี อิสรเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ แต่คนไม่เจริญก็จะมีพังพาบ บูรณภาพจึงคือสุดยอดเป็นอมตะที่สุด บูรณะแปลว่าเต็ม คนก็พูดว่าบูรณะคือซ่อมแซม ก็คือเป็นความหมาย 2 อย่าง วันนี้ได้อธิบายหมอโตฟังถึงพลัง 4 และขยายบรมภาวะสุดประเสริฐ 5 พลัง 4 ปัญญา วิริยะ อนวัชชะ สังคหะ พลังปัญญาต้องรู้ว่าไม่ใช่ เฉโก วิริยะ นี้คือเพียร แล้วทำการงานอันไม่มีโทษ ผู้รู้นี้จะไม่ตำหนิการงานอันประเสริฐนี้ คนติคือคนโง่ สังคหะ คือสุดท้ายก็ให้ ไม่มี อย่างอื่นเลย ผู้มีพลัง 4 แล้วจะพ้นภัย 5 1. อาชีวิตภัย (ภัยจากการดำรงชีวิต หาอาหารเลี้ยงกาย) 2. อสิโลกภัย (ภัย คือ การติเตียนจากคนโลกๆ) 3. ปริสสารัชภัย (ภัยคือ การสะทกสะท้านต่อสังคม) 4. มรณภัย (ภัยคือ ความตาย) 5. ทุคติภัย (ภัยคือ ทุคติ เช่น อบายภูมิ นรก เดรัจฉาน ฯ) (พลสูตร พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 209) อาตมายังได้รับการติเตียน จากผู้ไม่รู้ อย่างในหลวงกับอาตมา ในหลวงไม่ได้รับการติเตียนเลย คนติเตียนมีน้อยอย่างคนหัวแดง พวกบ้าๆบอๆ แต่แปลกพวกหัวแดงไม่ติเตียนอาตมา บอกว่าบ้าๆบอๆ ไม่รู้เรื่อง เข้าสู่บริษัท ไม่สะทกสะท้าน แม้กับหมู่ศัตรูก็ไม่กลัว อาตมาก็ไม่เคยกลัว เคยอธิบาย เพื่อนที่ทะเลาะกัน เดินไปหาเขาก็ไม่กลัว เราไปถามเท่านั้นว่าเป็นอย่างไร อย่างเขายิงแก๊สน้ำตาหรือวันที่เขายิงกัน แล้วอาตมาอยู่บนเวที ไม่ได้คิดอะไร ก็ให้แต่ละคนช่วยกันไม่ได้กลัว ไม่กลัวความตาย มรณภัย ตายทางร่างไม่เป็นไร ต้องให้กิเลสตายสิ ร่างกายตาย ถ้าเรามั่นใจว่าเราทำดีก็ไม่กลัวตาย แต่คนกลัวตายคือคนทำชั่ว คนดีถ้าตายก็เปลี่ยนร่างวิบากดีก็ดีขึ้นๆ คนมั่นใจในความดีของตนไม่มีกลัวตาย อยู่กับหมู่มิตรดีมีโลกุตรธรรม ยิ่งมีแต่พัฒนาขึ้น ตอนนี้แก่แล้วพิการแล้วก็ตายได้ ไม่ต้องฆ่าตัวตายเลย ทุคติภัย หมดทางไปสู่ที่เสื่อมไม่มีตกต่ำ ให้ถึงขีดเถอะ ไม่มีทางเสื่อม ถ้าอยู่กันอย่างมีเหตุปัจจัยอย่างนี้ไม่มีทางเสื่อม สุดยอด สรุปเข้าเป้าว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมะที่ครบถ้วนบริบูรณ์หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือกระยาสารท ของเรา มีเศรษฐศาสตร์ที่เสียภาษี 100% แล้วช่วยเขา อย่างสบายใจไม่ได้ฝืนใจไม่ลำบาก เรามีความอุดมสมบูรณ์ไม่ขาดเหลืออะไร เป็นเศรษฐศาสตร์ที่สุดยอดจริงๆสำหรับระบบสาธารณโภคี ที่เราทำ ในธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเศรษฐศาสตร์สังคมศาสตร์รัฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ก็เป็นการเมืองที่ สุดระบอบประชาธิปไตยเลย การเมืองของพระพุทธเจ้า ประชาธิปไตยเขาสรุปว่า มีคุณสมบัติอะไร ก็คือ บวร สุดยอด บวร อันประเสริฐแล้ว บรมภาวะอันประเสริฐ อิสรเสรีภาพ ภราดรภาพ สันติภาพ สมรรถภาพ บูรณภาพ นี่คือประชาธิปไตยสุดยอด ไปทำความเข้าใจห้าภาพนี้ให้ดี อิสรเสรีภาพจริงๆสูงสุดในอิสรเสรีภาพคือนานาสังวาส เป็นอิสระเสรีภาพที่สุดยอดจริงๆ ภราดรภาพ เป็นพี่เป็นน้องยิ่งกว่าพี่น้อง พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้จริง ดีขนาดนี้ก็ดี แต่ดีกว่านี้ได้อีก สันติภาพ ของเราขนาดนี้ก็สงบขนาดนี้ สงบจริงๆ สงบจนกระทั่ง พวกเด็กแว้นเข้ามา ยังไม่กล้าดื้อด้านเท่าไหร่ สมณะฟ้าไทว่า..มีแทกซี่บอกว่า ที่นี่เงียบจังทำไมน่ากลัว พวกผู้หญิงพวกเราบอกว่าก็กลัวคุณเหมือนกัน แทกซี่บอกว่าอย่าเรียกผมมากลางคืนนะ เรียกผมมาตอนกลางวัน พ่อครูว่า...อาตมาก็ขอสรุปอีกที พลัง 4 สุดท้ายก็พ้นภัย 5 สุดท้ายไม่มีเสื่อมไม่มีนรกไม่ตกต่ำ พ้นภัย 5 ปฏิบัติไปจะมีคุณสมบัติอันนี้จริงๆ
600529_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญญาพาพ้นภัย 5