คนจน 2 แบบ คนจนอวิชชากับคนจนโลกุตระ ตอน 2.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.62 KB
วันที่แก้ไข1 ธันวาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

คนจน 2 แบบ คนจนอวิชชากับคนจนโลกุตระ ตอน 2 พ่อครูว่า... เพราะฉะนั้นเมื่อได้สรุปแล้ว จะพูดเรื่องคนจนโลกุตระกับคนจนโลกียะ เลยออกนอกค่ายไปใหญ่เลย คนจนในโลกนี้ เขาไปเอาง่ายๆตื้นๆว่าไม่มีทรัพย์ศฤงคาร ไม่มีวัตถุสมบัติอะไรต่ออะไรเท่านั้น ความจริงแล้วซับซ้อนที่อาตมาพาพวกเราปฏิบัติจนกระทั่งถึงบอกว่า พวกคุณมาเป็นคนจน ไม่มีทรัพย์ศฤงคารเป็นของตนเอง เป็นอนาคาริกชน มีแต่ของส่วนกลาง แล้วก็อยู่อย่างไม่ใช่หมาหัวเน่า แต่เราอยู่อย่างทุกอย่างเป็นคนที่มีมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ก็เจียมตน ใช้สอยส่วนกลางได้สบาย ตามฐานะของเรา เขาจะเห็นว่า หมู่เขาเห็นว่าควรให้ เจ้าหน้าที่เขาเห็นว่าควรให้เราก็เอา ไม่ใช่ว่าเราอวดดีว่าฉันเก่งฉันดีทำไมไม่ให้ฉันมากๆอะไรอย่างนี้ก็ไม่ต้องไปทำอย่างนั้น เพราะฉะนั้นคนจนเข้าที่เป้า คนจนโลกียะ จึงเป็นคนจนที่ไม่มีปฏิภาณปัญญา ไม่เข้าใจอย่างสำคัญเลย ว่าคนจนจริงๆแล้วนี้ คือคนที่ไม่มีจริงๆ ไม่ต้องสะสมเลย เข้าหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้า วรรณะ 9 เลย หลักเกณฑ์ของวรรณะ 9 นี้ยิ่งใหญ่มาก เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) เป็นคนที่เลี้ยงง่ายพัฒนาไปกับหมู่ง่าย และเป็นคนรู้จักจน มาจน จะเข้าใจคำว่าจนลึกซึ้งได้เรื่อยๆ สมณะฟ้าไท... วันนี้พ่อครูพูดถึง คนจนโลกุตระ เราก็มาพิสูจน์คนจน โลกุตระ พ่อครูว่า... หมอเขียวเขาแน่กว่านะ ฟังธรรมกันมาก แน่กว่าชาวอโศกอีกนะ ก็ขอเพิ่มขึ้นไปว่า มาเป็นคนจนแบบโลกุตระนี้ เป็นคนจนที่ คนจนโลกียะ

อ่านต่อ

ถ้ายังไม่มีโลกุตรธรรมยังไม่มีปัญญา มีแต่เฉโก มีแต่ความรู้อยู่ในกรอบของโลกีย์ทั้งหมดเลย ไม่เชื่อว่าจะมาเป็นคนจนได้นี่ก็เป็นโลกียะแท้ๆ ไม่เชื่อ เป็นคนจนมันจะอยู่ได้อย่างไรก็เป็นหมาหัวเน่าอยู่เท่านั้นเอง แต่คำว่าหมาหัวเน่าหมายความว่า ถ้าคุณไม่มีเงินไม่มีทองเลย ยิ่งเป็นคนไม่สะสม อปจยะ เป็นคนยอดขยัน วิริยารัมภะ สุดยอด 2 ตัวสุดท้ายของวรรณะ 9 โอ้โห วิริยารัมภะ อปจยะ ไม่สะสมเลย กายกรรมวจีกรรมของคนนี้ก็น่าเลื่อมใส ขยันหมั่นเพียรสร้างสรร แต่เอาเข้ากองกลาง เสร็จแล้วตัวเองก็กินน้อยใช้น้อย อาการไม่ผลาญไม่เปลือง มีแต่เป็นคนที่มีคุณค่ามาก เพราะขยันสร้างสรรมากก็เอาไปให้ส่วนกลาง ส่วนตัวเองก็ใช้น้อย เป็นคนประหยัดมัธยัสถ์จริง เป็นคนที่ศึกษาตนเอง ธูตะ ศีลเคร่ง เจริญด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ เจริญขึ้นเรื่อยๆ ธูตะ อะไรที่ยังบกพร่องไม่ดีก็ สัลเลขะ ขัดเกลาตัวเอง ตรวจสอบเวลาทั้งกายวาจาใจที่จะต้องขัดเกลาตัวเอง สัลเลขะ ทำตลอด ใจหยุดใจพอ สันตุฏฐิ หรือสันโดษ แค่ความหมายคำว่าสันโดษตัวเดียวนี้ก็ลึกซึ้งสุดๆเลย 0 ก็พอ ไม่มีของตัวของตนเลยก็พอ เพราะอย่างไรก็มีอยู่มีกิน อย่างไรก็มีชีวิตอยู่รอด พึ่งพาอาศัยกันได้ พึ่งเกิด พึ่งแก่ พึ่งเจ็บ พึ่งตายกันได้กันจริงๆ มันลึกซึ้งซับซ้อนนะว่าไหม พฤติกรรมมนุษย์ที่กำลังพูดตามหลักธรรมพระพุทธเจ้า เอาวรรณะ 9 มาขยายความสุดยอดเลย แล้วก็แนะนำสั่งสอนพูดให้รู้ได้ง่าย สุโปสะ เจริญพัฒนาได้ง่ายไม่ยาก ไม่ลำบากอะไร อยู่กันอย่างสบายเลี้ยงง่าย ง่ายจริงๆ รวมแล้ว อื้อหือ อาตมาว่าอาตมาพามาปฏิบัติธรรมแล้วพวกเราชาวอโศก มีคุณธรรมวรรณะ 9 ได้จริง งอกงามง่าย สรุปเข้าเป้าคือความรู้ เฉโก เป็นอย่างหนึ่ง ความรู้ปัญญาเป็นอีกอย่าง 641201_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจน 2 แบบ คนจนอวิชชากับคนจนโลกุตระ ตอน1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน