คนจน 2 แบบ คนจนอวิชชากับคนจนโลกุตระ ตอน3.docx
เนื้อหาในไฟล์
คนจน 2 แบบ คนจนอวิชชากับคนจนโลกุตระ ตอน2 พ่อครูว่า... มาถึงคนจน 2 แบบ พูดง่ายๆก็คือ คนจนแบบอวิชชา กับ คนจนแบบมีวิชชาเป็นโลกุตระ คำว่า วิชชา กับ อวิชชา คำนี้หมายถึง ความรู้ ความฉลาดที่เป็นโลกุตระ ที่มีพระศาสดาองค์เดียวตรัสรู้ คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศาสดาโลกียะ ศาสดาทางเทวนิยมไม่มีใครสามารถตรัสรู้อันนี้ เขาจะไม่สอนโลกุตระ ไม่พาคนมาเป็นโลกุตระได้ เข้าเป้า ก็คือ จะทำให้จิตมันมีกิเลสตัวจริงๆเลยแล้วเรียนรู้กิเลสตัวนี้ คนจนที่เป็นโลกุตระ คนที่มีวิชชา เมื่อกิเลสลดลง ตัวตนลดลง ความโลภลดลง ความเห็นแก่ตัวลดลง ความอยากได้อยากมีอยากเป็นมากอบโกยลดลง จนไม่มี ไม่มีความอยากได้อยากมีให้แก่ตน แต่มีความซับซ้อน ไม่อยากได้เอามาให้แก่ตน ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน หนีปล่อยโลกแบบศาสนาเชน ศาสนาเชนเขาก็บอกว่ามีอนัตตา ไม่มีอัตตาเหมือนกัน ศาสดาพระมหาวีระเป็นอย่างนั้นคล้ายกับพระพุทธเจ้า แต่ไม่เข้าใจ หนี ไปจากสังคมไปเลย ก็ถือว่า อันนั้นไม่มีอะไรจริงๆ ยังพระพุทธเจ้านี้ยังมีตัวตนยังเกี่ยวข้องกับสังคม เขาก็หาว่าพระพุทธเจ้า บอกว่า ไม่มีนั้นไม่เป็นจริง ต้องอย่างเขา อย่างพระมหาวีระถึงจะไม่มีจริง ไม่สะสมอะไรเลยแม้แต่เสื้อผ้านุ่งห่มก็ไม่มี มีดโกนหัวก็ไม่โกน ใช้วิธีถอนขนถอนผมเอาจนเลือดโซม อึดจริงๆ สุดยอด สุดโต่งจนถึงขั้นนั้น แบบนั้นมันได้คนน้อย คนจะเป็นได้แบบนั้นมีสักกี่คน แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องสมบูรณ์แบบด้วย เป็นเรื่องสุดโต่งเกินไป มันผิดออกนอกรีตนอกทาง นอกความควรจะเป็นไป เพราะฉะนั้นสังคมที่เป็นเศรษฐกิจหรือเศรษฐศาสตร์ ที่เข้าใจความจน จริงๆแล้วคนจน เมื่อเข้าใจความจนมารวมกันจนได้ เป็นคนขยันมีวรรณะ 9 กล้าจนหรือมักน้อย แล้วไม่สะสม แต่ยอดขยัน วิริยารัมภะ ขยันสร้างสรร เสียสละแบ่งแจก แล้ว
อ่านต่อ
มันไม่มีวันหมด พิสูจน์เศรษฐศาสตร์บทนี้ได้ คนจนนี่แหละที่เป็นคนจนแบบโลกุตระ คนจนที่แท้ไม่มีวันเป็นหนี้ ไม่มีวันฆ่าตัวตายเพราะเหตุจากการเป็นหนี้สิน ถ้ายิ่งเป็นปัญญาโลกุตระ อย่าว่าแต่การฆ่าตัวตายด้วยการเป็นหนี้เป็นสิน ฆ่าตัวตายด้วยวิธีอื่นก็ไม่ทำ เพราะฉะนั้นในความเป็นคนจน แต่เขามองอย่างตื้นๆว่า ถ้าคนจนมารวมกันเข้า หมู่ใหญ่ในประเทศ หรือทั้งประเทศ เป็นคนจน จนอย่างไร เทียบกับประเทศอื่นเขาแล้วประเทศเราเป็นประเทศที่ไม่ร่ำรวยอย่างที่ในหลวงตรัส ไม่ต้องไปร่ำรวยอย่างเดียว แต่ประเทศเราจะเป็นประเทศอุดมสมบูรณ์ จะมีปฏิภาณปัญญาลึกซึ้งในทางเศรษฐศาสตร์ แรงงานที่จะไปทำสิ่งที่ไม่ควร เช่นไปสร้างอาวุธจะไม่ทำ สรุป จะไปสร้างอะไรที่เป็นอุตสาหกรรมเฟ้อ ไม่เอา อุตสาหกรรมพอสมควร ทำ แต่สิ่งที่ทำอย่างไม่ต้องมีประมาณเลย ทุกวันนี้ยิ่งการคมนาคม โลกต้องการ ส่งไปได้เลยคือพืชพรรณธัญญาหาร ไม่ต้องไปคำนึงถึงปศุสัตว์หรือประมง เรื่องสัตว์ไม่ต้องเกี่ยว เกี่ยวกับพืชพันธุ์ธัญญาหาร กินทุกประเทศแหละ ไม่ว่าจะเป็นขั้วโลกเหนือที่กินผักพืชไม่เก่งก็ตาม ส่งไปให้เลย หาโดรนพิเศษส่งไปให้ ขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ ถ้าเรามีเกินมีมาก พูดให้เวอร์หน่อย ถ้าเรามีความเข้าใจ เมื่อสร้างเมื่อทำแล้ว มีความรู้รอบถ้วน เป็นคนที่มีวรรณะ 9 จริง รู้ว่าอะไรควรสร้าง วันๆหนึ่งแรงงานเราควรทำอะไร อาตมาก็เน้น มาปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร ที่ดินเรายังมีอีกเยอะ ลงไปเถอะทำไปเลย มันเป็นสิ่งสุดยอดยิ่งกว่าคุณขุดทองคำมาจากบ่อ เหมืองของมัน แต่ว่าปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่ได้จำกัดเฉพาะเหมืองทองคำ จึงจะมีทองคำ พืชพันธุ์ธัญญาหารนั้นทะเลทรายยังสามารถปลูกได้เลย มันยากหน่อยเท่านั้นเอง แต่นี่ไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้น ดินก็แสนดีปรุงนิดหน่อย อย่างบ้านราชฯแต่ก่อนดินแย่นะ นครปฐมก็ตามที่เราไปอยู่ เดี๋ยวนี้ดีขึ้นปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ดีขึ้น มันอยู่ที่คนไปปรับปรุง แล้วเวลาจะปลูกผักกินไม่ต้องใช้ดินน้ำมากมายอะไรนักหรอก ประมาณหนึ่งเท่านั้น ปรุงดินขึ้นมา อย่างดินบ้านราชฯตอนนี้ ปลูกอะไรก็งามปลูกอะไรก็สวย แต่ก่อนที่ดินตรงนี้ให้ฟรีเขาก็ไม่เอาเขาหนีไปหมด แต่เราเป็นคนจนจึงต้องหาที่ดินที่เขาทิ้งไปแล้ว ขนาดนั้นเราจะซื้อก็ยังขึ้นราคาเราอีก นี่แผ่นดินราชธานีเราซื้อทั้งนั้นเลย ที่เดิมที่เป็นสาธารณะ แล้วก็ขายซื้อไม่ได้ ผู้ที่เคยอยู่จองทำกินตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยยอมออก จนเราต้องให้สตังค์ถึงไป อันไหนเราไม่ให้สตังค์ก็จองอยู่อย่างนั้น ทั้งๆที่มันอยู่บ้านราชฯ ไม่ใช่ที่ของคุณ แต่คนจากหมู่บ้านอื่นก็มาจับจองทำกิน การที่คนในหมู่บ้านราชธานีจะได้ทำกินทำใช้ พื้นที่สาธารณะในเขตของบ้านราชฯ แต่เขาก็ไม่ออก เราบอกว่าชาวอโศกเป็นคนจน เขาก็ไม่เชื่อ เพราะว่ามันอุดมสมบูรณ์ มันแจกด้วย จนขี้หมาอะไรกัน พูดแล้วเหมือนลำเลิกบุญคุณ คนหมู่บ้านอื่นๆมาทำงานที่ราชธานีอโศกเลี้ยงชีพได้ เราอยู่ที่นี่ตั้งแต่ 2537 จนมา 2564 เกือบจะ 30 ปีแล้ว บางคนทำงานตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ก็ทำมาหากินอยู่ที่นี่ มีรถแบคโคร มีรถเก๋ง จากการทำงานที่นี่ เหมือนคนไทยไปหากินที่ซาอุดิอาระเบีย จะพูดไปแล้วพวกเราได้ช่วยประเทศชาติ ให้คนมีงานทำ ให้คนได้ยังชีพไปสร้างความสุขสงบ เขาก็ได้ absorb osmosis นิสัยวัฒนธรรมพวกเราไปด้วยนะ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ได้ เขาก็ซึมซับ มันก็แทรกตัวไปสู่เขา วัฒนธรรมชาวอโศกได้บ้างไม่มากก็น้อย ลึกๆแล้ว คนรอบทิศ รอบราชธานีอโศก มีความญาติดีกับชาวอโศกทั้งนั้น บอกว่าทั้งนั้นก็น่าจะได้ เพราะฉะนั้นคุณธรรมพวกนี้มันซับซ้อนพูดออกไปเลย ราชธานีอโศกเป็นบ้านเปิด ข้าวของทรัพย์สินเงินทองก็มีเกลื่อนกราด ถ้าเป็นที่อื่นจะเหลือหรือ เขาก็เอารถโกดังมาขนทั้งนั้นแหละ พูดออกสาธารณะไม่ใช่ไปเรียกแขก เรียกจนนะ แต่มันมีรังสีรัศมี คุ้มกัน ธัมโมหะเวรักขะติธัมมะจาริง ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม มันมีลึกอยู่นะ นี่คือความซับซ้อนของธรรมะที่รู้ยาก แต่มันพออธิบายให้เห็นได้ มันถึงๆ มันถึงจริงๆ เพราะฉะนั้นคนที่มาจนแบบชาวเราแล้วก็จนสำเร็จจริงด้วย ไม่ใช่ทำเล่นๆ ทำปลอมๆพวกคุณมาจนอย่างจริงใจหรือเปล่า มีปัญญาหรือเปล่า มีปัญญาว่ามาจนจริงๆแล้วก็จริงใจอย่างมีปัญญาจริงๆ เห็นจริงเลยว่า ถ้าเป็นคนจน ไม่ใช่มาทำลิเกอวดอ้างมาทำท่าทีว่าจน แท้จริงงุบงิบสะสมกอบโกยไม่ใช่ แต่จนจริงๆแล้วก็สบาย แล้วมันเป็นระบบที่สมบูรณ์แบบด้วยเป็นเศรษฐกิจ ขั้นสาธารณโภคี ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของโลกไม่มีตำรา มีในพุทธศาสนาเท่านั้น เพราะตำราของเทวนิยมตำราของศาสนาอื่นใดไม่มี ความรู้เขาก็มีเท่าศาสดาของแต่ละศาสนา แต่พระศาสดาของศาสนาพุทธ มีตำราสาธารณโภคี เลยสูงไปยิ่งกว่า คอมมิวนิสต์ต้องการ เลยสูงไปกว่าประชาธิปไตยต้องการ เลยคืออย่างไร ประชาธิปไตยก็ต้องการคนเสียภาษีให้มากที่สุด คอมมิวนิสต์ก็ต้องการคนเสียภาษีให้มากที่สุด แต่ชาวพุทธชาวอโศกเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ มันมากขนาดไหน มันเป็นไปได้อย่างไรที่พูดนี้ มันจริงหรือเปล่า? ให้แรงงานด้วยมากกว่าร้อยด้วย มากกว่าร้อยด้วยคือคนมีบำนาญไง เขาเอาบำนาญเขาให้อีก เห็นไหม?เราไม่ได้ไปเรียกร้องเอา ไม่ได้เรี่ยไร แต่เขาเข้าใจเต็มใจจริงใจ เพราะฉะนั้นมาเป็นคนจนมาเป็นนักเศรษฐศาสตร์นักเศรษฐกิจ คนจนที่เป็นเศรษฐศาสตร์โลกุตระ ซึ่งไม่ได้ไปบังคับไม่ได้ไปขูดรีด มาด้วยปัญญาเต็มใจเป็นสุขสงบ ที่บริบูรณ์ มันไม่ได้มีการไปบีบคั้นกดดัน ไม่ได้ทำให้หนักอกหนักใจ ถ้าไม่เต็มใจจะอยู่ไม่เต็มใจจะให้ก็ไม่มีปัญหาคุณก็ไม่เข้ามา เข้ามาแล้วแฝงอยู่ก็ยังมี คนที่เข้ามาไม่ทำงานทำการ แฝงอยู่ก็มี แล้วคนอายุมากป่วยเจ็บอย่าไปกระเทือนอะไร คนที่เหมาะสมที่จะต้องอยู่ต้องพักก็ต้องพัก พูดไปก็อย่าไปเดือดร้อน โอ้โห แบบนี้ว่าเรา เราทำไม่ไหวหรอกแก่แล้วป่วยแล้ว ก็ไม่ต้องเดือดร้อนหรอก ก็ต้องดูความเหมาะความควร พึ่งพาอาศัยเลี้ยงดูกันไป พึ่งเกิดพึ่งแก่พึ่งเจ็บพึ่งตายกันได้พูดแล้วมันชื่นใจ มัน cover ครบรอบคลุมหมด สู่แดนธรรม... ประเทศไทยเราน่าจะช่วยกันทำแบบนี้นะครับ พ่อครูว่า... นี่แหละ สู่แดนธรรม... ดักหน้าไว้ คือ อย่างเขาเข้าใจ มันอดไม่ได้ เห็นว่าดีๆ ทำไมไม่พูดตรงนี้ อาตมาก็ละเลียดหน่อย คุณก็ลัดเข้า สู่แดนธรรม... อย่างนี้คนจะมองเพ่งโทษว่าหว่านล้อม อยากให้เขาเป็นอย่างเราเป็นหรือเปล่า พ่อครูว่า... ก็ถูกต้องเราอยากให้เป็นอย่างที่เราเป็น ให้มาเป็นให้ได้ คุณจะว่าอาตมามีตัวตน อาตมาก็ไม่ติดใจ อาตมาอนุปคัมมะ ไม่เข้าใกล้สิ่งที่คุณว่ามา อาตมารู้ดี อาตมาไม่ได้เป็นทั้งสองอย่างที่คุณว่า อันนี้ก็ไม่เป็นอันนั้นก็ไม่ได้ไป อาตมาอยู่เหนือ อนุปคัมมะคือ อยู่เหนือความเป็น 2 อันนี้ก็เป็นธรรมะที่ยิ่งยอดอันนึง อธิบายไปบ้างแล้ว
เพราะฉะนั้นมาเป็นคนจนอย่างพวกชาวอโศกเป็น ประเทศไทยมีคนประมาณนึง ไม่มากแต่มีน้ำหนัก มีอิทธิพล เข้มข้นลึกล้ำ มาเป็นคนจนอย่างพวกเราเป็น เป็นถึงขั้นปรมัตถธรรม เป็นถึงขั้นจิตวิญญาณ ไม่ได้เสแสร้ง ไม่ได้ริษยา ไม่ได้มีอคติจากจิตใจเลย จิตบริสุทธิ์ที่มาจน จิตบริสุทธิ์ที่จะมาพอ มามีวรรณะ 9 มาเป็นคนอยู่สบาย อยู่ด้วยกันไป เลี้ยงดูกันไปได้ง่าย สุภระ แล้วพัฒนากัน เรียนรู้กันไป ก้าวหน้าเจริญไป สุโปสะ สอนกันไป แนะนำกันไปเรียนรู้กันไป แล้วก็พัฒนาตนเองไป ง่าย สุโปสะ แล้วมาสู่การกล้าจน มักน้อย น้อยจนถึง 0 อัปปิจฉะ น้อยถึง 0 ก็สมบูรณ์ ไม่ต้องเป็นหนี้นะ คนเป็น 0 แล้วก็สบายทุกอย่างแล้ว เป็น 0 แล้วก็สบาย มักน้อยถึงที่สุดแล้ว ใจมันพอ สันโดษ สันตุฏฐิ พอจริงๆ พอคำนี้สุดยอด สันตุฏฐิ เขาไม่กล้าแปลว่าใจพอ แต่เขาแปลว่าพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ อาตมาก็ว่า เป็นการแก้ตัวให้กันดีนัก คุณไปถามคุณธนินท์ว่าเขาพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ไหม ไปถามคุณเจริญก็ได้ สู่แดนธรรม... เขาคงตอบว่ายังไม่พอนะครับ พ่อครูว่า... เขาพอเขาก็ต้องหยุดสิ เขาพอจริงๆก็ต้องหยุด นอกจากหยุดแล้ว มันพอมันเกินมากแล้วและเป็นคน อัปปิจฉะ รู้ว่าน้อยดีกว่า มีอยู่ก็ต้องกระจายออกไปสิ เขาไม่มีทางเข้าใจแบบนี้ เขาทำแบบนี้ไม่ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้ พูดไปก็ป่วยการ เพราะฉะนั้นเป็นผู้ที่ น้อยก็พอ แล้วก็มาเรียนรู้อย่างนี้จริงๆจึงจะเห็นด้วยปัญญามีปฏิภาณว่า อ๋อ.. คนเราเกิดมานี้มันโง่ๆๆๆ มานาน ว่าจะต้องไปแย่งชิง ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข โลกียสุข นานไม่รู้เท่าไหร่กี่กัปกี่กัลป์ ตอนนี้พึ่่งจะมารู้ว่า จริงๆคนต้องมาลดลงน้อยลงมาจน จนไม่มีเลย จนกระทั่งมีคนจำนวนหนึ่ง แม้แต่ในยุคนี้ ยุคกาลนี้ ขณะปัจจุบัน กาละปัจจุบันนี้ มันยังมีคุณธรรมแล้วมีคนเป็นอย่างนี้ได้อยู่ พุทธศาสนาว่ากันจริงๆเลยในโลก มีที่นี่แห่งเดียวในโลก มีประเทศไทยที่มีโลกุตระบุคคล ที่มีคนมาจน แล้วก็จนกันอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ จนกันอย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อยราบรื่น โอ้ จนกันอย่างมีประโยชน์คุณค่าต่อโลกต่อสังคม พูดแล้วก็เดี๋ยวจะหาว่าทวงบุญคุณ พวกเราเป็นนักเศรษฐศาสตร์คนจน เป็นความเจริญ เป็นการช่วยเศรษฐกิจให้แก่ประเทศชาติอยู่ตลอดเวลา ความซับซ้อน ของพลังงาน ของสมรรถนะ ขยัน มีความรู้ความสามารถ ถ้ายังขี้เกียจก็ยังไม่เจริญเท่านั้นแหละ แต่ขยันมีความรู้ความสามารถ แม้ไม่เป็นงานที่ว่า สมรรถนะความขยันยังไม่มีก็มาฝึก มาเป็นกสิกร มาเป็นนักปลูก เพราะที่นี่เราเน้นเข้าหาเป้าที่สำคัญที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ พืชพันธุ์ธัญญาหาร บอกแล้วว่า อาหาร แม้ปศุสัตว์กับประมงก็ไม่เกี่ยว เราเอาแต่กสิกรรม คนขั้วโลกเหนือกินแต่เนื้อสัตว์ก็ยังต้องกินพืชเลย กินพืชจะช่วยได้เยอะ กินแต่เนื้อสัตว์อายุจะสั้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องของคน ไปกินผิดประเภท คนกินแต่เนื้อสัตว์เป็นการกินผิด อายุจะสั้น ชาวขั้วโลกเหนือจึงอายุแค่ 25-27 อายุโดยเฉลี่ย สูงสุดอายุถึง 40 ตระกูลคนขั้วโลกเหนือจริงๆ มีเชื้อ มี DNA อายุสูงสุด 40 ปีก็แก่หง่อมเอามากๆแล้ว อายุมันสั้นจริงๆ พวกอยู่ภูเขา อยู่ป่า อย่างพวกฮันซาใบใบอายุ 100 กว่าก็ยังเฉย บางคนอายุถึง 300 ปี เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจที่คนจนทำมาช่วยประเทศ ช่วยประเทศเพราะว่าเราทำมากแต่เราเอาไว้น้อย เราไม่ไปติดแฟชั่น ไม่ติดแบบคนโลกๆ เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นคนไม่เปลืองไม่ผลาญ มีปัจจัยชีวิต ปัจจัย 4 พออยู่ นอกนั้นปัจจัยสมัยใหม่บ้าง ไม่ได้ฟุ่มเฟือยจริงๆ เทียบกันได้เลยคนในประเทศ คนจนที่ไม่ได้มีปัญญาโลกุตระ คนจนที่ไม่มีปัญญา ปัญญาคือโลกุตระ เขามี เฉโก ฉลาดแบบโลกีย์ ไม่มีอัญญธาตุ จะมารู้แบบโลกุตระที่เป็นปัญญาแท้ อ๋อ.. ให้เป็นคนเต็มใจมาจน ตั้งใจมาจน จนสำเร็จและสุขสำราญเบิกบานใจ นักเศรษฐศาสตร์ นักเศรษฐกิจนี้ จึงไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจที่จำนน หรือฝืนใจทำอย่างโง่เง่า คนมาทำอย่างนี้ได้เป็นคนสุดฉลาดต่างหาก คนที่ไปแย่งไม่รู้จบด้วยเท่าไหร่ไม่รู้จักพอคือคนจนไม่เสร็จ ทำไมมันโง่จังเลย มีขนาดนั้นก็ยังโลภโมโทสันขายขี้หน้า คุณแสดงความโลภให้คนเห็น มันน่าอายหรือมันน่ารัก ...น่าอาย พูดชัดๆง่ายๆแต่มันไม่อาย อวดโอ่ด้วย คนอายุ 300 ปี https://www.youtube.com/watch?v=1YvNE9Q1yCQ ก็มีตัวอย่างในมนุษยชาติ เราก็เอาพอดี เนื้อตัวหน้าตาอาตมาก็ยังไม่น่าสงสารน่าสมเพชนะ ถ้าอาตมาว่าอยู่ได้ไปถึงร้อย 120 จริงๆ มันก็ไม่น่าจะถึงขนาดอย่างที่เห็นในคลิป อย่างลีชุงยุน หรือยายอายุ 300 ปีที่ว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น อาตมาว่ายายคนนี้ก็ตาม ลีชุงยุนก็ตาม เขาไม่ได้มีความปรารถนาจะอายุยาวยืนเหมือนอาตมาหรอกนะ อาตมานี่ปรารถนาจะอายุยืนให้ได้สักประมาณหนึ่งอย่างที่ว่า ก็ตั้งใจอยู่ แล้วเราก็รู้ว่าเราควรจะอยู่ให้มันมีสรีระพอประมาณนี้ไหม เพราะฉะนั้น ก็เลยไม่ดูน่าเกลียดเท่าไหร่ เอามาสู่ ความจนที่เป็นโลกุตระกับความจนที่เป็นโลกียะ ความจนอย่างโลกุตระ มันมาเต็มใจจน จนอย่างยินดีปรีดา แล้วก็เป็นคนจนที่มันอุดมสมบูรณ์ ทำไมอุดมสมบูรณ์ เพราะมีน้อยๆก็อุดม มันพอ มันไม่ได้กระเบียดกระเสียร ไม่ใช่ว่าต้องใช้มากกว่านี้แล้วเรากระเบียดกระเสียรทำให้ไม่พอ ไม่สมดุลในความเป็นอยู่ก็ไม่ใช่ ทั้งความเป็นอยู่ทั้งสรีระทั้งร่างกายของเรา คนอโศกนี่สังเกตดูสิ คนอ้วนมาจะผอมลง คนผอมมาจะอ้วนขึ้น อย่างดาวชิดเดือน เขาก็ไม่ได้เจตนากินมากมาย ตะกละตะกลามกินมากอะไร แต่มันก็สรีระของเขา นอกนั้นก็ พวกเรานี่สันทัดคน รูปร่างได้สัดส่วนพอเป็นพอไปพอดี ไม่ได้ผิดประหลาดอะไร เราก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนใจ ไม่ได้ฝืดไม่ได้ฝืน ให้อย่างเต็มใจสละออกไป ไปช่วยเหลือมนุษยชาติ ไปเผื่อแผ่คนอื่น มันดี เราเข้าใจเรามีปัญญา ว่า เรามีน้อยเราก็พอ ไม่ได้กระเบียดกระเสียร ไม่ได้เดือดร้อนตัวเองเลยนะ อยู่อย่างปีติ อย่างสุข ตามอานิสงส์ของศีลทั้ง 10 ข้อ มันจริงหมดเลย ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้า จึงเป็นคนจนที่ช่วยผู้อื่น ช่วยประเทศชาติ เป็นคนจนที่มีสุขสำราญเบิกบานใจ เป็นคนที่อุดมสมบูรณ์ คนจนที่พอ พอเพียงสบาย ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย เป็นอยู่อย่างนี้ไปจนกระทั่ง ขอให้ทุกๆคนอายุสัก 120 กันถ้วนทั่วทุกคนนะ ...สาธุ น่าจะอยู่อย่างนี้สบายๆ 641203_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจน 2 แบบ คนจนอวิชชากับคนจนโลกุตระ ตอน2