ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระพุทธเจ้า มีนัยยะที่แตกต่างโดยละเอียด.docx
เนื้อหาในไฟล์
ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระพุทธเจ้า มีนัยยะที่แตกต่างโดยละเอียด _ฝน : พระพุทธเจ้ากับ พระปัจเจกพระพุทธเจ้าผู้ไม่ประกาศและเงียบ จะไม่แย่งซีนกัน สุภาพชน โดยแท้ กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า... พระพุทธเจ้าคือผู้ประกาศศาสนากับมนุษย์โลกและเป็นเจ้าของศาสนาพุทธขึ้นมา ขึ้นทำเนียบเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อๆมา เขาก็ไล่ชื่อเรียงกันมา มีทำเนียบ ก็คือพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ส่วนพระปัจเจกพระพุทธเจ้านั้น เรียกปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า มีสัมมาสัมโพธิญาณเท่ากันกับพระพุทธเจ้า ทุกพระองค์ แต่ที่ได้ชื่อว่าพระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในโลกก็เพราะว่าไม่ประกาศตนเอง ต่อมนุษย์โลก ว่าท่านเป็นพระพุทธเจ้า แล้วก็ทำหน้าที่สอนประกาศธรรมะ เพราะถ้าพระพุทธเจ้าก็ดี พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ดี ในยุคใดก็ตามตรัสรู้แล้ว ก็จะต้องไม่มีพระพุทธเจ้า ไม่มีศาสนาพุทธ ศาสนาพุทธก็สูญเสื่อมไปหมดแล้ว ถ้าท่านประกาศออกมาแล้ว ก็จะเป็นเจ้าของศาสนาพุทธ ชื่อว่านี่คือศาสนาของพระองค์ เพราะฉะนั้นคำว่าพระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าก็หายไปเฉพาะตัว เป็นพระพุทธเจ้าเฉพาะตัว ก็กลายเป็นพระพุทธเจ้าที่ประกาศ เมื่อไม่เห็นสมควรที่จะประกาศ เพราะว่าประกาศไปแล้วจะเสียของ คนในยุคนี้ประกาศไปก็รับไม่ได้หรอก รับได้ก็เพียง 100-200 เสียชื่อพระพุทธเจ้า ประกาศขึ้นมาครั้งหนึ่ง โพธิรักษ์เป็นโพธิสัตว์ยังมีคนมารับได้เป็นหมื่นเป็นแสน พระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านจะไม่ประกาศ แต่ท่านจะปรินิพพานเป็นปริโยสานหรือไม่ก็แล้วแต่ หรือท่านจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน แยกธาตุจิตนิยามของท่านเป็นดินน้ำไฟลมไปเลยจบ ก็ไม่ได้หมายความว่าปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยสอนใครมา ท่านก็สอนมาตลอดเหมือนโพธิรักษ์ ผ่านโพธิสัตว์ระดับไหนมาเหมือนกันหมดจนเบื่อ น่าเบื่อ เป็น
อ่านต่อ
แต่เพียงว่าชาตินี้ ปางนี้ ยุคนี้เกิดมาได้ร่างมนุษย์ แต่ไม่ประกาศตนเองเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่างที่ฝนตั้งข้อสังเกต ว่าไม่แย่งซีนพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง เขาว่าเป็นสุภาพชนโดยแท้ ก็คือท่านเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้ แต่ท่านไม่เป็นท่านก็ปรินิพพานหายไปเลย แต่ว่าจริงๆแล้วไม่มี อัตตา ยิ่งกว่าพระพุทธเจ้า หายไปเลย ไม่เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในทำเนียบของโลก สู่แดนธรรม... ผมคิดว่า เป็นสมมติฐานที่ถูกต้องหรือไม่ครับว่า ที่เขามองว่าพระพุทธเจ้า 2 องค์ไม่มาแย่งซีนกัน ผมคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะพระพุทธเจ้า 2 องค์จะไม่มาเกิดร่วมกัน พ่อครูว่า... คำว่าไม่แย่งซีนของฝน ก็คือหมายความว่าไม่แข่งเป็นพระพุทธเจ้า แต่อย่าง สู่แดนธรรม... พูดก็ถูกแล้วว่าผู้ที่มีภูมิธรรมเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้า 2 พระองค์นั้นจะเกิดใกล้กันไม่ได้จะห่างกันมาก แต่มันอยู่ในเหตุปัจจัยองค์ประกอบเท่านั้นว่า พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้าสมควรจะประกาศหรือไม่ประกาศ แม้ไม่ประกาศในขณะที่ท่านเองก็ ประกาศแล้วมันไม่เหมาะสมคือมันน้อยไปไม่ควร ท่านก็ยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน ก็เกิดมาอีกในขณะที่มี ก็ตอนนั้นศาสนาพุทธไม่มีแล้วในโลกมันหายไปหมดแล้ว ท่านจะเอามาสถาปนาคืนลงไปในโลก ท่านก็ประกาศในเวลาที่มนุษย์ควรจะรับได้สมควรท่านก็เกิดมา หรือจะรอจนกว่าคนจะมากพอสมควรแล้วค่อยมาประกาศ ให้เหมาะสมก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ตามเหมาะควรของท่าน แต่ท่านไม่ทำท่านก็ปรินิพพานเป็นปริโยสานไปเลย นี่คือนัยยะที่ละเอียดเพิ่มขึ้นพวกเราก็รับรู้ไว้ไม่ถึงฐานะของพวกเราก็ฟังไว้อย่างนั้นอย่างนั้น 641201_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจน 2 แบบ คนจนอวิชชากับคนจนโลกุตระ ตอน1