สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน บรรลุธรรมสูงสุดแล้วจะหลงผิดได้ไหม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.73 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน บรรลุธรรมสูงสุดแล้วจะหลงผิดได้ไหม _จาก กูรูแป้ง เพื่อนเก่าของสู่แดนธรรมสมัยบวชที่วัดป่าสาละวัน ขอส่งคำถามข้อที่ 1 ให้พ่อท่านตอบ (ด้วยความที่เขาเองเริ่มเชื่อครึ่งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่หายข้องใจ ว่า ก็ถ้าพ่อท่านเป็นอรหันต์แล้ว ทำไมพ่อท่านจึงมาสอนอะไรที่ขัดกับความเชื่อของนักธรรมะส่วนใหญ่ของประเทศ ก็เลยคิดไปว่า เป็นไปได้ไหมที่พระอรหันต์จะล่วงลงสู่ความหลงผิดได้อีก ? ดังที่เขาจะได้กล่าวต่อไปนี้ ว่า... “ผมแปลกใจมั้ยที่เพื่อนแป้งบอกกล่าวว่า... “พ่อท่านบรรลุรู้ธรรมได้ตั้งแต่อายุ 36 ในขณะที่อยู่ในเพศฆราวาส ที่วัดอโศการาม" ตอบว่าผมไม่แปลกใจเลย... แต่ยังมีความข้องขัดใจอยู่บางประการว่า... “บุคคลผู้บรรลุธรรมขั้นสูงสุดนี้แล้ว วันหนึ่งจะล่วงลงสู่ "ความหลงผิดได้อีกมั้ย" จะด้วยเหตุหนึ่งประการใดก็ตาม จะเป็นอมตะนิรันดร์กาลมั้ย... จวบจนสิ้นภพสิ้นชาติปัจจุบันไป "รู้แล้วรู้เลย"ใช่มั้ย? จะไม่มีอาการออกมาพูดผิด ทำผิดได้อีก!! จบคำถามข้อที่ 1 [เมื่อคืนผมนอนคิดคำนึงอยู่ครึ่งคืนว่า การที่เรากระทำอย่างนี้ (ตั้งคำถามต่อพระอริยะ ) มันเป็นการสมควรหรือไม่ประการใด แต่มาทบทวนดูแล้ว เรามองทะลุมาที่ "เจตนา" เรานั้นมุ่งร้ายต่อท่านหรือเปล่าที่ตั้งคำถาม เหมือนคาดคั้นเอากับท่าน เลยได้คำตอบว่า... ไม่มุ่งร้าย! "แต่..มุ่งจะรู้" เจตนาที่จะเป็นตัวกรรมชั่วในจิตในใจไม่มี ฉะนั้นแล้ว... จึงไม่วิตกกังวลอะไรว่าจะเข้าข่ายปรามาสพระอริยะผู้นิรทุกข์แล้ว] พ่อครูว่า…ขอตอบตรงนี้ก่อน สมควรสิในการตั้งคำถามพระอาริยะ เพื่อนของสู่แดนธรรมนี้มีความเข้าใจดีและมีความเข้าใจอาตมาดีขึ้นไปตามระดับได้ยังไม่แน่ใจไม่มั่นใจ เพราะปัญญาของเขายังไม่ดีแท้ ถ้าหากปัญญาเขาดีแท้จะรู้ว่าใช่แล้วอย่างไม่มีวิจิกิ

อ่านต่อ

จฉา แต่นี่เขาก็ยังไม่รู้แท้ ว่าโลกุตรธรรมสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร อาตมาขอยืนยันว่านี่คือโลกุตระสัมมาทิฏฐิแท้ ผู้ที่รู้จุดสุดยอดเป็นพระอรหันต์ได้แล้วก็จะได้แล้วได้เลยยั่งยืนมั่นคงเป็น นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) “นิจจัง-ธุวัง-สัสสตัง-อวิปริณามธัมมัง-อสังหิรัง-อสังกุปปัง” ยิ่งขึ้นต่อไปเรื่อยๆและเป็นคุณสมบัติของอุเบกขา 5 ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา แต่พฤติกรรมที่อนุโลมปฏิโลมด้วยกิริยาวาจา แม้แต่คำสอนคำพูดจะลดลงมาเพื่อผู้อื่นไปตามลำดับ คนที่ไม่เข้าใจว่าผู้ที่บรรลุแล้ว แล้วก็มาทำเช่นนี้ มันบางทีก็เหมือนกับยังไม่หมดกิเลสแต่มีความอยากทำอย่างนั้นอย่างนี้ อันนี้แหละมองกันยาก อ่านตามอาการพวกนี้แล้วผิดแน่ เพราะว่ามันเป็นลักษณะของสิริมหามายา ปฏินิสสัคคะ และถามว่า ผู้พ้นแล้วจะไม่แสดงอะไรกลับคืน แต่อาตมาใช้คำว่าลิงลมอมข้าวพอง แม้แต่เป็นพระพุทธเจ้า ท่านบรรลุแล้ว เกิดมาอุบัติมาท่านก็ต้องเป็นพระพุทธเจ้าได้เลยสิ ไม่ต้องมีโลกียะ หรือไปปฏิบัติผิดใน 6 ปี มันก็น่าจะบรรลุเลย อาตมาใช้คำว่าลิงลมอมข้าวพอง อาตมายังไม่ใช่พระพุทธเจ้าก็ต้องเป็นอย่างนั้น เหมือนกับเด็กที่เกิดมาไม่รู้เดียงสาภูมิรู้เขายังไม่ขึ้น อย่างที่เด็กเกิดมาในชาติไหนมันก็ต้องเคยเป็นผู้ใหญ่มาทั้งนั้น แต่เกิดมาเป็นเด็กทำไมกิริยาไม่เดียงสาอีก นั่นแหละคือ ลิงลมอมข้าวพอง แต่ละคนที่เกิดมาในชาติใดๆก็ต้องเคยเกิดมาเป็นผู้ใหญ่มาตั้งแต่ชาติก่อนๆทั้งนั้น ก็ต้องมาตั้งหลัก มีภูมิเท่าไหร่ก็ค่อยๆขึ้นมา อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็ค่อยๆขึ้นมา ของ พระพุทธเจ้าก็ค่อยๆขึ้นมา ท่านเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็ต้องตรวจสอบอีกถึง 2 เดือน ท่านบรรลุแล้ว เสวยวิมุติอยู่ 49 วัน แต่เวลาจริงๆกว่าจะได้มาสอนปัญจวัคคีย์ ก็ต้องใช้เวลา 2 เดือนหลังจากตรัสรู้ รวมเดินทางด้วย อย่างนี้เป็นต้น ไม่ใช่ขึ้นมาทีเดียวหมดนะ คำสอนตอนที่ท่านระลึกธรรมะละเอียด ก็ต้องเอาอันที่ควรสอน อันไหนที่ค้างไว้ก็มี อย่างมีสำนวนพระพุทธเจ้าตรัสว่าเมื่อคืนนี้มีเทวดามาคุยกับเรา อันนี้แหละคือของเก่าท่านมีมา แล้วก็มาให้ท่านรู้ อาตมาทุกวันนี้ก็มีเทวดาคุยกับอาตมาตลอดเวลา ซึ่งไม่ใช่เทวดาที่ไหนหรอก แต่เป็นความรู้เก่าของเราเองที่ฟื้นคืนมาๆๆที่ขึ้นมา อันนี้เป็นสยังอภิญญา แต่ของพระพุทธเจ้าคือสยัมภู แล้วทำไมพ่อท่านสอนขัดกับความรู้ของนักธรรมะทั่วประเทศ พ่อครูว่า..ก็เพราะว่าทั้งประเทศมันผิดไปหมดแล้ว อาตมาสอนมันก็ต้องขัดแย้งกันสิ ถ้าหากไม่ขัดแย้ง อาตมาก็เข้าใจผิดสิ เพราะทางเถรสมาคมส่วนใหญ่นั้นผิด อาตมานำสิ่งถูกมาอธิบายมันก็ต้องขัดแย้งสิ เพราะว่าโลกุตรธรรมได้สูญไปแล้วอาตมาจึงต้องเอาโลกุตรธรรมกลับคืนมา แล้วก็บอกว่าทำไมถึงมาสอนผิด คุณต่างหากเข้าใจผิด แล้วมาหาว่าอาตมาสอนผิด อาตมาเข้าใจถูกแล้ว ไม่ได้กลับไปกลับมา ดังที่คุณคนนี้ว่า พ่อท่านบรรลุธรรมตั้งแต่อายุ 36 แต่ยังข้องใจว่า บรรลุแล้วจะร่วงลงสู่ความหลงผิดหรือได้นิรันดร ก็ได้แล้วได้เลย แต่มีภูมิปัญญาอนุโลมกับคนอื่น เหมือนอาตมาพูดกับเด็กเหมือนไม่เดียงสา ผิดตรงไหน คุณเข้าใจบริบทของการทำประโยชน์กับเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม หรือผู้สูงผู้ลึกซึ้ง หากอาตมาพูดธรรมะกับสงฆ์ฺก็ไม่ได้พูดกันอย่างนี้ก็จะเป็นการพูดธรรมะเนื้อแท้อย่างเข้มข้น รายละเอียดพวกนี้มันซับซ้อนอนุโลมไปอนุโลมมาจึงเป็นภาวะของสิริมหามายา คุณไม่เข้าใจก็เพราะว่าไม่รู้จักการอนุโลมอยู่กับสังคมยังไม่มีตัวตน แต่ก็ทำให้เหมาะสมกับกาละเทศะฐานะ ยังมีสัปปุริสธรรม มหาปเทสอย่างแท้จริง พูดไปก็ไม่ออกนอกขอบเขตด้านนี้หรอก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน