สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน ทำไมสันติอโศกต้องตำหนิคนอื่น.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.11 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน ทำไมสันติอโศกต้องตำหนิคนอื่น _Tamako Napoki • ทำไมสันติอโศกต้องตำหนิคนอื่น พ่อครูว่า...ฟังดีๆ ที่อาตมาต้องตำหนิคนอื่น เพราะคนอื่นมันผิดไปจนไม่เหลือถูก พูดอะไรถึงต้องตำหนิทั้งนั้น พูดสิ่งที่ถูกก็ยกย่องชาวอโศก เขาก็บอกว่าชมแต่ตัวเอง มันก็มีอยู่ในกลุ่มคนเท่านั้นเองพูดไปก็ซ้ำซาก เพราะพวกเราปฏิบัติได้ดีขึ้นเยอะ ปฏิบัติได้ดีส่วนดีก็ใกล้ยอดพีระมิดก็เหลือแต่จำนวนดีเข้มข้นแรง เป็นความดีในระดับอาริยธรรมจริงๆเป็นโลกุตระ ก็จึงพูดได้แต่ในหมู่พวกเรา เวลาออกอากาศก็จะมีกระจายไปสู่ผู้อื่นเยอะ ถ้าเฉพาะพวกเราเองเข้มข้นธรรมะ รับรองว่าพวกข้างนอกฟังแล้วหัวแตกไม่ว่าจะเป็นเปรียญ 9 Doctor ก็ตาม รับรองหัวหมุนเลยเพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้ง คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ถ้าไม่ทำพวกคุณต้องงมงายอยู่กับสิ่งที่ผิดตลอดกาล ก็ต้องบอกให้รู้ แต่พวกคุณก็ยังไม่ตื่นยังไม่รู้ยังจมอยู่กับสิ่งผิด เราก็เลยต้องว่าต่อไปบอกให้รู้ว่าผิด “ตื่นเสียทีตื่นเสียที แดดออกแล้วฟ้าก็งามดุจเปลวทอง ตื่นเสียที” ไม่ใช่หลับธรรมดานะ หลับอย่างงมงาย ก็จึงต้อง ติแล้วติอีก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเราจะทำดีแล้วทำอีกไม่ยั้งมือ เหมือนช่างปั้นหม้อที่ทำกับดินที่ยังเปียกอยู่ อานนท์ เราจะไม่ทำกับเธออย่างทะนุถนอม เหมือนพวกช่างหม้อ ทำแก่หม้อที่ยังเปียกยังดิบอยู่ อานนท์เราจะขนาบแล้วขนาบอีก ตำหนิแล้วตำหนิอีกไม่มีหยุด เราจะชี้โทษแล้วชี้

อ่านต่อ

โทษอีกไม่มีหยุด ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสารผู้นั้นจะทนอยู่ได้ ผู้ใดฟังธรรมะอาตมาจะได้มีมรรคผล ไม่มีมรรคผลทนอยู่ยาก นอกจากจะใฝ่ดีมาก คนที่ผิด อาตมาต้องติแล้วติอีก ตอนนี้เพราะคนที่ควรติมีเยอะ แทบหาถูกไม่ได้ คนที่ชมก็คบหาแต่ชาวอโศกก็ชมแต่ชาวอโศก แต่ตินั้นมีคนผิดมากก็ตำหนิมาก บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ เป็นบัณฑิตเฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ ย่อมคุ้มครองตนให้ประกอบไปด้วยคุณสมบัติ เป็นผู้หาโทษมิได้ ทั้งนักปราชญ์ไม่ติเตียนและย่อมประสบบุญเป็นอันมาก ธรรม 4 ประการ เป็นไฉน คือ... ใคร่ครวญสืบสวนรอบคอบแล้ว กล่าวติเตียนผู้ที่ควรติเตียน (นิคคัณเห นิคคหารหัง) . ใคร่ครวญสืบสวนรอบคอบแล้ว กล่าวสรรเสริญผู้ที่ควรสรรเสริญ (ปัคคัณเห ปัคคหารหัง) ใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบแล้ว ยังความไม่เลื่อมใสให้เกิด ในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส ใคร่ครวญ สืบสวนรอบคอบแล้ว ยังความเลื่อมใส ให้เกิด ในฐานะที่ควรเลื่อมใส ขตสูตร พตปฏ. เล่มที่ 13 ข้อที่ 3 บุญ คำนี้ลึกซึ้ง เขารู้ดีจึงไม่ติอาตมา เขาได้ภาษาแล้วเอาไปปฏิบัติชำระกิเลสได้จึงเกิดบุญเป็นอันมาก _Chon Kyun • ขออนุญาตตอบตามความเข้าใจของเรานะจ๊ะ ชาวอโศกยึดคติธรรมที่ว่า นิคฺคณฺเห นิคฺคหารหํ ปคฺคณฺเห ปคฺคหารหํ เป็นข้อความตอนหนึ่งในคัมภีร์ชาดก ชื่อ “เตสกุณชาดก” (พระไตรปิฎกเล่ม 27 ข้อ 2442) แปลเป็นไทยว่า “พึงข่มผู้ที่ควรข่ม พึงยกย่องผู้ที่ควรยกย่อง” ปล.เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนมาแต่อดีตกาล การตำหนินั้นพึงกระทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เพื่อให้ผู้ทำผิดแก้ไขปรับปรุง ไม่ทำผิดซ้ำ เพื่อให้ผู้ไม่รู้ได้รู้และไม่กระทำผิดตามจร้า สาธุๆ พ่อครูว่า...อาตมาบอกไม่รู้กี่ทีว่า ไม่ได้ตำหนิด้วยความโกรธหรือแม้แต่สาเฐยจิต คนเข้าใจก็แก้ต่างให้อาตมาบ้าง 620705_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยไทย ดีที่สุดตรงที่มีโลกุตระ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน