สื่อธรรมะพ่อครู(วิเวก 3) ตอน วิเวก 3 โดยพิสดาร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(วิเวก 3) ตอน วิเวก 3 โดยพิสดาร _กวางตุ้ง...วิโมกข์ 3 คืออะไรคะหลวงปู่ หรือเป็นวิเวก 3 พ่อครูว่า...มีด้วยหรือวิโมกข์ 3 หลวงปู่เคยได้ยินแต่วิโมกข์ 8 หรือเป็นวิเวก 3 วิเวกแปลว่าความสงัด มีความรู้เรื่องวิเวก ก็เลยเข้าใจไปว่าเอาร่างกายนี้ออกไปอยู่ป่า บอกว่าอย่างนี้คือกายวิเวกแล้ว กายเขาเข้าใจแต่เพียงร่างกายนั้นไม่ใช่ กายคือองค์ประกอบรวมทั้งหมด ทั้งรูปภายนอกภายในที่จิตสัมผัสรวมทั้งหมด เรียกว่ากาย สัมผัสแล้วกิเลสมันลดมันจางมันเบาลงมันสงบ จนกระทั่งมันจะดับจนสงบ ด้วยพยัญชนะเรียกว่ากายก็ดีเรียกว่าวิเวกก็ดี มี 3 อย่างคือกายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวก จิตวิเวกเป็นอย่างไร จิตวิเวกต้องทำกายวิเวกให้ได้ก่อน กายวิเวกต่างกับจิตวิเวก คือกายวิเวกต้องทำกายภายนอกที่เกี่ยวข้องกับกามภพเราได้ทำให้กิเลสกามหมดได้แล้ว ก็ไปทำจิตวิเวกอีกทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นคนที่ไปปฏิบัติธรรมมะแบบนั่งหลับตากัน ในครรลองคลองธรรมของพระพุทธเจ้าของศาสนาพุทธเลย การหลับตาปฏิบัตินั้นเป็นการปฏิบัติผิด ปัณกปฏิปทา แปลว่าผิด ไม่ใช่ของพุทธ การปฏิบัติที่ไม่ผิดทางของพุทธ มี 3 ข้อคือ สำรวมอินทรีย์ทางตา หู จมูก ลิ้น กายใจครบพร้อมนี้เป็นข้อ 1 ไม่มีตา หู จมูก ลิ้น กายภายนอก มีแต่นั่งไปหลบไปหลับ พระพุทธเจ้าประกาศศาสนาก็มีแต่พวกนั่งหลับตาเต็มไปหมด เดี๋ยวนี้ศาสนาพุทธได้เสื่อมไปหมด จนกลายเป็นมีแต่นั่งหลับตา เขาถือว่าเป็นการทำสมาธิทำฌานทำให้กิเลสออกให้หมดแล้วจะได้ไปนิพพาน มันกลับไปเป็นเดียรถีย์เก่าเต็มรูป อาการหนักมากอาตมาพูดขึ้นนี้เหมือนกับอาตมาทำเป็นเก่งคนเดียวทำเป็นรู้ ครูบาอาจารย์ผ่านมาหลายร้อยปีพากันนั่งมาจนกระทั่งทุกวันนี้ยึดถือกันว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องไปหมดแล้ว เหลือผู้ที่รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องจะมีครึ่งคนไหมในครูบ
อ่านต่อ
าอาจารย์ศาสนาพุทธ ถ้ามันผิดนะการนั่งหลับตามันผิด แล้วไปเอาคำว่านั่งหลับตาสมาธิเป็นอุปการะ คำว่าอุปการะไม่ใช่ปฏิปทา อุปการะ หมายถึง สิ่งที่ช่วยนิดๆหน่อยๆ เป็นการช่วย เช่นคุณจะทำเตวิชโช หลับตาไม่ให้มีอะไรรบกวนแล้วก็ทบทวน เตวิชโช คือ การตรวจสอบสิ่งที่ตัวเองทำมาแล้วว่ามันได้ผลหรือมันไม่ได้ผลมันผิดพลาดตรงไหนอะไรอย่างไร บุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกสิ่งที่ผ่านมาแล้ว แต่เขาก็ไปแปลเป็นการระลึกชาติตัวตนบุคคลเราเขา ซึ่งมันแบบนั้น ปฏิบัติธรรมไม่ได้ มันไม่เป็นผลการปฏิบัติของจิตที่ชัดเจนขึ้นได้ก็ไม่ได้ผล จุตูปปาตญาณ ก็เรียนกิเลสเกิดกิเลสดับ เราก็ทำให้กิเลสดับได้ เป็นจุตูปปาตญาณ ส่วนอาสวักขยญาณ ก็เป็นญาณที่รู้ความหมดอาสวะ แต่เบื้องต้นเขาก็ไม่รู้แล้วมันก็เลยยาก จิตวิเวก คือ ทำจิตให้กิเลสลดลงๆ อุปธิวิเวก ก็หมายถึงขันธ์ 5 หมายถึงอภิสังขาร นี่คืออุปธิ ที่มี 1. กิเลส 2.ขันธ์ 5 3. อภิสังขาร รู้จักกิเลสอยู่ในขันธ์ 5 อภิสังขาร คือ จัดการเรียนรู้จิตของตัวเองที่มันมีกิเลส แล้วเอากิเลสออกได้ นี่แหละคืออภิสังขาร อภิสังขารมี 3 อย่าง ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร ปุญญาภิสังขาร คือ สามารถจัดการให้กำจัดกิเลสได้ ด้วยบุญ บุญเป็นตัวร้ายเป็นนักฆ่าบุญไม่ใช่สิ่งที่น่าได้น่ามีน่าเป็นเลยในมนุษยชาติ มันมีกิเลสจึงต้องจำเป็นต้องสร้างพลังงานให้เกิดบุญแล้วบุญก็คือการฆ่ากิเลส คือการทำพลังงานให้เป็นไฟโลกุตระ อุณหธาตุโลกุตระ เรียกไฟนั้นว่าฌาน ไฟฌาน ก็จะทำหน้าที่เผา ฌาปนกิจ แปลว่ากิจเผาสรีระ ฌานแปลว่าเผา พอมันเผาเสร็จ กิริยาของการเผาจบนั่นแหละ เผากิเลสลดไปได้หมดคือจบบุญ หากกิเลสถูกเผาหรือฌานเผากิเลสได้ส่วนหนึ่ง ก็คือกิเลสถูกกำจัดได้ส่วนหนึ่ง เป็นส่วนแห่งบุญ ที่พูดกันด้วยพยัญชนะว่าได้ส่วนบุญคือได้การลดกิเลสไม่ใช่ว่าได้อะไรกลับมาเลย ไม่ใช่ภพชาติไม่ใช่วิมานไม่ใช่สิ่งที่เป็นสมบัติอะไรที่จะได้มาเลยบุญ มีแต่ความชิปหายความวิบัติ บุญมีหน้าที่ทำให้หมดไปมีหน้าที่เท่านั้น ซึ่งมันมีความเข้าใจผิดของศาสนาพุทธมานานจนกระทั่งอาตมาเอามาพูดคืนนี้ ด็อกเตอร์ทั้งหลายทางพุทธศาสนาเปรียญ 9 ก็ดี เคยฟังมาอย่างที่อาตมาพูดไหม เคยฟังไหมหรือสะดุดไหม อาตมาเอามาย้ำหนักหนา ผู้ที่ไม่เห็นว่าเป็นความสำคัญก็ไม่ฟัง หากคนไม่รู้จักสภาวะจิตที่ทำให้เกิดบุญกิเลส ทานไม่ได้ก็ล้างกิเลสไม่ได้ทำให้พลังงานชีวิตแบบนี้ขึ้นมาไม่ได้ประกอบอภิสังขารไม่ได้ อปุญญาภิสังขาร คือ ไม่มีบุญแล้ว อภิสังขารนี้ เป็นของพระอรหันต์ไม่มีบุญแล้ว ไม่ใช่ อปุญญะ พอไม่ใช่บุญก็ไปแปลว่าบาป นั่นคือไม่รู้จักสภาวะของบุญ ไม่รู้จริง ผู้ที่ไม่รู้จริงก็ไปแปลว่าเป็นบาป กลับกันที่ไม่ใช่บุญก็เป็นบาป แต่บุญ One way Traffic ทำงานฆ่ากิเลสอย่างเดียวเลย ถ้าบุญยังวกกลับได้ ก็ไม่มีปรินิพพานเป็นปริโยสานก็ 0 หมดเลย มันอาจจะนานเพราะว่าองศามันน้อยก็เลยออกจะไกลมาก ไม่ใช่ มันไปแล้วไปเลย บุญมีหน้าที่ฆ่ากิเลสจบมันก็ไม่มีบุญ ถ้าทำเป็น คุณก็เกิดฌานเกิดบุญได้ หากคุณบอกจะทำขวานไปถากไม้ แต่คุณก็ปั้นแป้งเปียกมาเป็นรูปขวาน แล้วไปถากไม้ มันจะได้อะไร ต้องเข้าใจให้ถูกการสร้างขวัญต้องสร้างด้วยอะไรประกอบอะไรขึ้นมา นี่คือความลึกซึ้งของโลกุตระธรรมพระพุทธเจ้า อปุญญาภิสังขาร แปลว่า สังขารที่ไม่มีบุญแล้วเลิกบุญแล้วบาปก็หมดแล้ว เรียกว่า ปุญญปาปปริกขีโณ สิ้นบุญสิ้นบาป สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) ผู้ที่ทำให้บุญเกิดสำเร็จ กำจัดบาปจนหมด ก็เป็นสัพพะปาปัสสะอะกะระณัง บาปไม่ทำอีกแล้วไม่เกิดอีกแล้ว คนนี้ก็ไม่ต้องมีบุญอีกแล้ว ฉะนั้นกรรมที่เหลือของคนนี้ คนที่มีสัพพปาปัสสอกรณัง คนนี้ไม่มีบาปแล้วทำกรรมกิริยาอย่างไรๆ ก็ไม่มีบาปเลย กรรมกิริยาของคนคนนี้จึงมีแต่กุศล บุญ ผู้ไปแปล ว่าละชั่วประพฤติดี ได้คะแนน 0 ไข่นกกระจอกเทศ อเนญชาภิสังขาร เป็นการสั่งสมฐานจิตที่ไม่มีกิเลสแล้ว ก็ทำอาเสวนา ภาวนา พหุลีกัมมัง ทำซ้ำอย่างที่ทำให้ไม่เกิดกิเลสนี่แหละ ทำอย่างนั้นอย่าให้ผิดทำให้มากๆๆๆ เป็นการรักษาผลเป็นอนุรักขณาปธาน พากเพียรรักษาผล ของพระพุทธเจ้ากำชับทำซ้ำทำให้มากไม่รู้กี่ชั้นจึงจะเป็นพระอรหันต์ที่สมบูรณ์ 630302_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 91