เรี่ยไรทองให้คลังหลวงไม่ใช่กิจของสงฆ์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.58 KB
วันที่แก้ไข7 สิงหาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

เรี่ยไรทองให้คลังหลวงไม่ใช่กิจของสงฆ์ _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูคะ พ่อครูวิจารณ์ทางปฏิบัติของหลวงตามหาบัว แยกแยะได้ชัดเจนมากว่า กรณีที่หลวงตาไปรวบรวมทองคำมานั้น แม้จะมอบทองคำทั้งหมดให้เป็นสมบัติชาติ ก็เป็นการเรี่ยไร ไม่ใช่กิจสงฆ์ พ่อครูว่า... อันนี้คุณเข้าใจดีมาก ว่า การเรี่ยไร ไม่ใช่หน้าที่ของ สงฆ์ที่จะไปทำ มันเสีย แนวลึกแล้วก็ ทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย เป็นไปตามกรรมวิบากเราไม่น่าจะต้องไปอวดดี โดยไปแสดงถึงจิตของเราเหมือนเก่งเหมือนใหญ่ ฟังดูมุมหนึ่ง มันเหมือนดูดีเราช่วยชาติช่วยประเทศ แต่ดูดีของคุณ คุณก็ทำส่วนตัวของคุณ คุณไปเรี่ยไรโดยเอาอภิสิทธิ์คือเป็นภิกษุ เอาศาสนาไป พูดชัดๆคือคุณเอาศาสนาไปหากิน ใช้ศัพท์ตัวนี้จะชัดขึ้น คุณไม่ได้หากินหรอกคุณเอามาก็เอาไปให้ประเทศชาติ แต่มันเป็นเหมือนคุณเอาศาสนาไปทำมาหากิน ไปได้สิ่งนั้นมา แม้คุณจะเอาสิ่งนี้มาทำทาน เหมือนคุณไปเรี่ยไรคนแล้วเอามาทำทาน การที่คุณเรี่ยไรคุณไม่ได้บอกนะว่าคุณเอาแต่คนรวยนะ ถ้าจะเรี่ยไรคนต้องรวยขนาดนี้จะมาทำทานได้ แต่คุณบอกว่าได้บุญใหญ่บุญมาก คนจนมันอยากรวยคนจนนั่นแหละจะมาบริจาคด้วย คนจนนั่นแหละมาบริจาคเยอะเพราะอยากได้ตามที่คุณไปครอบงำตามความคิดว่าเขาจะได้รวย ซึ่งเขาจะได้รวยหรือไม่ได้รวยมันมีเหตุการณ์อยู่แค่จะมานั่งเรี่ยไร แล้วเขาจะได้เสียสละ คนเสียสละทำทานคุณก็สอนไม่เป็น มหาบัวสอนทำทานไม่เป็น สอนทำทานให้จิตขี้โลภ ไม่ได้สอนทำทานให้จิตเสียสละออก ตามทานสูตร ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้คือทำจิตไม่ให้อยากได้อะไรเลยไม่ให้มีแม้แต่ความหวังอยากได้อะไรตอบแทน เรียกว่า ความไม่มี สาเปกโข จึงจะเป็นการทำทานที่มีอานิสงส์ ถ้ายังมีสาเปกโขนั่นเป็นทางที่ไม่มีอานิสงส์ และยังจะมีการยึดว่าหว

อ่านต่อ

ังว่าจะได้สิ่งตอบแทน ถ้าไม่คิดผูกพันธ์ก็มีวิบากแค่นั้น แต่ถ้ายังมีคิดว่านี่เราทำทานแล้วจะต้องได้ผลตอบแทนคืน เป็น ปฏิพัทจิตโต เป็นเวรภัย เป็นกรรมวิบากที่จะต้องผูกพันจิตจะต้องตอบแทนกันไปกันมาด้วยความโง่ก็ยิ่งแก้แค้นคืนอยากได้คืน ดีไม่ดีหนักเข้า แย่งชิงกันเลย จากนั้นอีกยังมี สันนิธิเปกโข สั่งสมเป็นคลัง อ้า นี่เราได้ทำบุญเท่านี้ๆๆ ต้องได้คืนเท่านี้ๆ ดีไม่ดี คิดดอกเบี้ยด้วย หรือที่งมงายขึ้นคือจะได้อาศัยใช้กินในชาติหน้า นั้นเป็นระดับที่4 ปริภุญชิตสามีติ ว่านี่เป็นของฉันจะได้เอาอาศัยกินในภพชาติหน้าที่ตายไปแล้ว นี่คือเป็นมิจฉาทิฏฐิทั้งสิ้น คุณไม่ได้สอนอยู่ในพระไตรปิฎกล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา(ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว 1. ยังมีความหวังให้ทาน สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทานํ เทติ 2. มีจิตผูกพันในผลให้ทาน ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทานํ เทติ 3. มุ่งการสั่งสมให้ทาน สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทานํ เทติ 4. ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปจักได้เสวยผลทานนี้ ปริภุญฺชิสฺสามีติ(ให้ข้ามภพชาติ) ทานํ เทติ อันที่ 2 ดาวดึงส์ คือ ทำทานเพราะว่าเห็นว่าเป็นความดี อันที่ 3 ยามา คือ ทำทานเพราะเพื่อเป็นประเพณี อันที่ 4 ดุสิต คือทำทานเพราะเห็นว่า สมณะหุงหาอาหารเองไม่ได้ อันที่ 5 นิมมานรดี คือทำทานเพราะทำตามฤาษีใหญ่ๆ อันที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ทำทานเพราะว่า อยากได้ปลื้มใจ(อตฺตมนตาโสมนสฺสํ) อันที่ 7 สหายแห่งพรหม คือทำทานอย่างมี จิตฺตาลงฺการ จิตฺตปริกฺขารํ (ต้องทำปุญญาภิสังขาร ทำทานเพื่อลดกิเลส) 660807 ที่สุดแห่งที่สุดที่จะเกื้อกูลโลกได้คือโลกุตรธรรม รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #35 ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน