661111 สดจากปัจฉา ปักษ์แรก พฤศจิกายน 2566 _ พ่อครูขอบคุณลูกๆที่ทำให้สาธารณโภคีเป็นจริงได้ใน_บันทึกปัจฉาพ่อครู โดย ส.แสนดิน.docx

โฟลเดอร์บันทึกปัจฉา จาก ส.แสนดิน
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข27 ตุลาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

สดจากปัจฉา ปักษ์แรก พฤศจิกายน 2566 : พ่อครูขอบคุณลูกๆที่ทำให้สาธารณโภคีเป็นจริงได้ในยุคนี้

🍀 พ่อครูขอบคุณลูกๆในงานมหาปวารณา 2566🍀 “เกิดมาทั้งทีเอาดีไม่ได้ ตายซะดีกว่า” “คนโง่ที่สุดคือคนที่ไม่แคร์ใคร”

💦 ในงานมหาปวารณาครั้งที่ 41 ณ บวรราชธานีอโศก ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 เป็นวันคล้ายวันอุปสมบทของพ่อครู ได้บวชครบ 53 ปี พ่อครูได้เห็นลูกๆมาฟังธรรมกันเนืองแน่นศาลาเฮือนศูนย์สูญ จึงได้ปรารภธรรมว่า... คุณไม่รู้หรอกว่าอาตมาขณะนี้เต็มศาลา ซึ่งธรรมดานานๆเป็นอย่างนี้ คุณไม่รู้ว่าอาตมา มันมีกำลังในการที่จะ “อย่าเพิ่งตายๆ” มันมีกำลังอันนี้ขึ้นมาจริงๆ

อ้าวจริง มันเป็นจริงที่พูดนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่น มันเติมสภาวะพลังทางจิต มันเกิดพลังงาน จิตมันเกิดสภาพ มันเติมขึ้นมา มันสร้างพลังที่จะต่อเชื้อต่อแรงต่อภพต่อภูมิ เหมือนกับนักวิ่ง วิ่งแข่งขันโอ้โห นำหน้าเขามาแล้วเขาดันมาขึ้นหน้า นึกออกไหมคนที่วิ่งนำหน้ามา แล้วมันจะถึงเส้นชัยแล้วนี่

คุณคิดดูซิ ไอ้คนนั้นจะเป็นยังไง มันวิ่งนำหน้าเขามานะ ให้คนวิ่งตามมามันก็แซงขึ้นหน้าจะถึงเส้นชัยแล้ว โอ้โห คนนั้นจะฮึดขนาดไหน นี่เปรียบเทียบให้ฟัง โอ้โหตายเป็นตายวะ พวกที่ไปวิ่งแข่งกันคุณสังเกตไหมพวกนี้จะยื่นหน้าไป เพื่อที่จะถ่ายรูปแล้วเอาหน้าไปก่อน ดีไม่ดีจะคว่ำเอาแต่มันก็วิ่งเร็วมันก็ทัน ถ้าวิ่งไม่เร็วมันคว่ำหน้าเลยเอาหน้ายื่นไปก่อน วิ่งเร็วมันก็เลยไม่คว่ำ อธิบายพลังงานทางโลก พลังงานสามัญเขาเป็นอย่างนี้

ทีนี้พวกเรามาได้ขนาดนี้ อาตมาพูดหลายทีแล้วว่า อาตมาทำงานมาชาตินี้ ถึงขั้น “สาธารณโภคี” ซึ่งอาตมาคุ๊ยคุย ไม่ใช่คุยน้อยๆเลย คุยอย่างภาคภูมิด้วยว่า โอ้โห!.. อาตมาเกิดมาชาตินี้ทำสาธารณโภคีให้เป็นที่ปรากฏ เพราะยุคพระพุทธเจ้าทำอย่างนี้ไม่ได้ ทำกับฆ

อ่านต่อ

ราวาสอย่างนี้ไม่ได้ ก็บอกแล้วว่ามันมีข้อจำกัด มันเป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นยุคทาส เป็นยุคที่คนยังไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน มันทำไม่ได้ ไม่ใช่อาตมาเก่งกว่าพระพุทธเจ้า แต่องค์ประกอบคนละบริบท คนละเวลา กาละ เทศะ ฐานะ แต่ในยุคนี้มันได้ อย่างนี้แหละ แค่นี้แหละ

🌿 “อาตมาขอบคุณพวกคุณเลยที่เป็นตัวจริง ที่มาเป็นสาธารณโภคีได้” มาเป็นสาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ถ้าคนในประเทศไทยเป็นอย่างนี้ทั้งหมด ตำรวจนี้ล้มไปเลย ตำรวจไม่มีงานทำหรอก

พวกเรานี้มี “สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ” เป็นจิตพุทธพจน์ 7 ตามคำสอนพระพุทธเจ้าทุกอย่าง “รักกัน ระลึกถึงกัน เคารพกัน ช่วยเหลือเฟือฟายกัน ไม่วิวาทกัน อยู่อย่างพร้อมเพรียงกัน สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว น้ำหนึ่งใจเดียวกัน” เป็นปึกแผ่นแข็งแรงแน่นหนา พิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้าทุกสูตรทุกคำสอน แล้วมาเป็นถึงขั้นสาธารณโภคี

โลกที่ไหนเขาก็ต้องการ คอมมิวนิสต์เขาก็ต้องการคนเสียภาษีให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เข้ากองกลาง ประชาธิปไตยก็ต้องการให้คนเสียภาษีเข้ากองกลางให้ได้มากที่สุด แต่ของพระพุทธเจ้านี่เสียภาษีเต็มร้อยเข้ากองกลาง เมื่อไหร่คอมมิวนิสต์จะทำทันพระพุทธเจ้า เมื่อไหร่ประชาธิปไตยจะทันพระพุทธเจ้า เห็นไหม ที่อาตมาพูดนี้มีความจริงรึเปล่า จริงใช่ไหม เห็นไหม

แล้วคนที่เขาเรียนด็อกเตอร์ ทางรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ต่างๆนานา สังคมศาสตร์ก็ตาม เขาจะรู้ไหมว่าของพระพุทธเจ้านี่ นำหน้ากว่าเขาไปคนละกี่โยชน์แล้ว ไม่ว่าจะทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะทางด้านการเมือง ไม่ว่าจะทางสังคม ใช่ไหม นี่คือสัจจะที่สุดยอดจริงๆ พิสูจน์ได้ถึงวันนี้ ปัจจุบันชาตินี้ ขณะนี้ ยุคนี้ กาละนี้ อาตมานำของพระพุทธเจ้ามา อาตมาไม่ใช่เจ้าของธรรมะ อาตมาเป็นโพธิสัตว์พิสูจน์คำสอนพระพุทธเจ้าได้ขนาดนี้ ก็ยืนยันแล้วว่าเป็นเนื้อแท้ๆของธรรมะพระพุทธเจ้า ยืนยันได้พอใช้เลย ขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่มาเป็นมวล เป็นตัวแสดงความจริง ยืนยันความจริงต่อโลกยุคนี้ ขอบคุณอีกครั้ง เจริญธรรม

🔥 ขอเทศน์ตามลมๆ(เลือดลมของร่างกาย) พ่อครูดำริเรื่องการเทศนาในพิธีมหาปวารณาไว้ว่า...ผมคิดว่าผมเองผมจะไม่.. คืออยากจะลุกขึ้นมาเทศน์มาพูด ก็อย่าเอาผมเข้าไปใน Schedule หรือในโปรแกรมอะไรพวกนี้เลย ขอให้เป็นไปโดยอิสระเสรีภาพเถอะ แล้วแต่ลมๆว่างั้นเถอะ อยากจะเทศน์ก็ออกมาเทศน์ใครจะมาฟังกี่คนก็เอา จะมาเทศน์แล้วนะก็มา ถ้าจะไม่เทศน์แล้วนะนอนไป 7 วันเลย จะกินกับนอนสัก 7 วันเลย ไม่ต้องเทศน์ ไปเรื่อยๆ มันรู้สึกอย่างนั้นมันฝืน จริงๆพูดไปพูดมามันฝืนขันธ์ แล้วแต่ จะกรุณาให้เกียรติเหลือเกินนะ แล้วแต่ลมๆ แล้วแต่ลมๆของผม

🌲 ประเด็นที่เอาไว้ตรวจตัวเองว่าพ้นหรือไม่พ้น พ่อครูให้โอวาทแก่สมณะในการประชุมมหาปวารณาไว้บางส่วนว่า...ผมจะตั้งประเด็นหรือว่าตั้งองค์ประกอบที่จะเอาไปใช้เพื่อจะตรวจสอบตัวเองดูว่า “ตัวเองจะพ้นหรือไม่พ้น” ก็คือ

1. ชาคริยานุโยคะ ตื่น! เราเป็นคนตื่น เราไม่ใช่เป็นคนซึมเซา ไม่ใช่เป็นคนหลบโลก ไม่ใช่เป็นคนมีโรค เป็นคนอยู่กับปกติ ตื่นมาก็สังสรรค์พบปะใครต่อใคร อย่างไร ก็เป็นไปตามธรรมชาติธรรมดา ไม่หลบไม่เลี่ยงไม่หนี ไม่อยากจะหนีไปอยู่คนเดียว ไม่เลย นี่เป็นประเด็นสำคัญ

2. มีจิตพุทธพจน์ 7 พระอาทิตย์ขึ้นเราตื่น แล้วเราก็สัมผัสๆกับมวลมนุษย์อื่นไปได้ เราก็ตื่นสัมผัสๆมีอะไรที่จะควรโอภาปราศรัยกัน สาราณียะ ปิยกรณะ เกิดมาก็ระลึกถึงกันมันตื่นก็ตื่น คนนอนหลับก็ต่างคนต่างพักไปสิ แต่ตื่นมาแล้วก็..อ้าว!ระลึกถึงกัน ควรจะสัมผัส ควรจะทำงานอะไรร่วมกัน สาราณียะ ด้วยความรักด้วยความเคารพด้วยการช่วยกันสังคหะ ไม่วิวาทกัน สามัคคียะ พร้อมเพียงกัน เป็นเอกีภาวะ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นปึกแผ่นกันจริงๆ นี่มันครบแล้วที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้

เพราะฉะนั้นคนตื่นมาแล้วมีพุทธพจน์ 7 แล้วคุณก็ดำเนินชีวิตไปสิ ถ้าได้ถึงใครที่อยู่ใกล้แล้วจะมีความสัมพันธ์กัน แสดงความรักจะแสดงความเคารพ จะแสดงความช่วยเหลือจัดแสดงความไม่วิวาทจะแสดงความเป็นสามัคคีแสดงความเป็นเอกภาพ คุณก็ประพฤติ แค่บทนี้บทเดียวคุณทำได้สำเร็จแล้วก็สบายใจ แล้วก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย อย่างหมู่เรานี่เรื่องน้อย วิวาทะก็น้อย สามัคคียะก็จริง จริง เอกีภาวะก็จริง สังคหะช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็จริง เคารพกันก็จริง รักกันก็จริง ระลึกถึงกันก็จริง

☀️ โศลกธรรมก็ตั้งไปเยอะแล้ว เอา “เกิดมาทั้งทีเอาดีไม่ได้ ตายซะดีกว่า” มีผู้เสนอใหม่ พ่อครูก็ว่า เอาก็ได้ คือ “คนโง่ที่สุดคือคนที่ไม่แคร์ใคร” คุณจะอยู่คนเดียวได้ยังไง เป็นคนต้องมีมิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี พระพุทธเจ้าองค์เดียวเป็นมิตรดีก็สุดยอดแล้ว หรือยิ่งมีมากเป็นโพธิสัตว์แต่ละองค์ หรือสัตบุรุษหลายๆองค์ก็ยิ่งดี หรือเป็นอาริยะเป็นอรหันต์แม้แต่ไม่ถึงอรหันต์กัลยาณชนก็ตาม เป็นมิตรสหายดีของเรา แม้แต่เราพยายามที่จะสัมพันธ์กับพาลชน ช่วยเขา ต้องฉลาดพอที่จะช่วยพาลชน มันก็เป็นความมีน้ำใจ เป็นความเกื้อกูลเอื้อเฟื้อ เอาล่ะสำหรับวันนี้ก็น่าจะพอสมควรแก่เวลา เจริญๆกันทุกๆคน จะได้มาช่วยผมหน่อย จบโอวาทพ่อครู

....🌿 กองงานปัจฉาพ่อครู 12 พฤศจิกายน 2566

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน