สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน อยู่กับความเห็นที่แตกต่างอย่างเข้าใจ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน อยู่กับความเห็นที่แตกต่างอย่างเข้าใจ _ สืบเนื่องจากsms พ่อครูที่อ่านเมื่องวาน ฟังแล้วรู้สึกไม่ดี มันเศร้าลึกๆว่า ทำดีขนาดนี้ยังโดนขนาดนี้ คุยกับศีลสนิทเขาว่า คนอื่นที่ไม่เข้าใจเราก็เป็นธรรมดา ให้ทำใจเถอะ แต่ว่าพวกเราต่างคนเป็นคนใน อยู่ในนี้มานานแต่ก็ด่าว่ากันเองพวกเถียงกันเอง อัตตามานะใหญ่ในนี้บางคนเพ่งโทสถึงสมณะ บางคนเพ่งโทสมีอัตตามานะ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำใจและเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ที่นี่มีหลายอย่างให้เรียนรู้ ลูกก็ตาสว่างขึ้น เมื่อได้ฟังคุณศีลสนิท ความเศร้าลึกๆก็หายไป รู้สึกขอบคุณมิตรดีสหายดีแบบศีลสนิทมาก พ่อครูเห็นด้วยไหมว่า พวกข้างนอกที่ไม่เข้าใจพวกเราน่ากลัวกว่า ข้างในที่ไม่เข้าใจกันเอง พ่อครูว่า... ใน Social Media ที่คอมเม้นมาว่าอาตมามีเยอะเลย (หลวงปู่ ว่า เด็กชายโนอาห์ที่ส่งเสียงดังว่าให้คุยเบาๆหน่อย) ก็น่ากลัวทั้งคู่ ข้างในก็น่ากลัวอีกแบบ ข้างนอกก็น่ากลัวอีกแบบ เข้าใจให้ได้ว่าเขาเข้าใจอย่างที่เขาเข้าใจ ดีไม่ดีเขายึดมั่นถือมั่น ส่วนเราสิมารู้ว่าเรายึดของเรามากไปหรือเปล่าใครมาแตะไม่ได้หรือเปล่าอนุโลมกันไมได้เลยหรือเปล่า ถ้าเราเห็นว่าอันนี้ดี ยึดถือแต่คนมาแตะต้องลบหลู่ตีทิ้งเขาเข้าใจอย่างนั้น อย่างอาตมาไม่ได้ถือสา แต่สงสารเขา เพราะอาตมาเป็นคนรู้เป็นคนดีเป็นคนสูงไม่ควรมาด่าว่า แต่เขาไม่รู้เขาก็มาลบหลู่ ด่าให้เลย เขาไม่ได้นับถือ ก็เป็นธรรมดาจะไปห้ามเขาได้อย่างไร เราจะทำอย่างไรให้เขาเข้าใจความจริงนี้ได้ แน่จริงคุณก็ทำให้เขาเข้าใจได้ว่าคนดีจริงแล้วเขาก็ยอมรับ เขาไม่ดูถูกเราแล้วไม่มาว่าเราแล้ว เคารพนับถือเราด้วยอาตมาก็ต้องพยายามทำอย่างนั้น เขาจะด่าจะว่าอยู่ก็ไปว่าเขาไม่ได้หรอก เราเองต่างหากไม่สามารถทำให้เขาเข้าใจความจริงความถูกต้อง ให้เขาเข้าใจสิ่ง
อ่านต่อ
นี้ว่ามันดีเขาเข้าใจไม่ได้ น่าสงสารที่เขาเข้าใจความดีจริงนี้ไม่ได้ อย่างอาตมานี้ดีจริง แต่เขาเข้าใจไม่ได้เรื่องเขาด่าอาตมาอีกด้วย มันน่าสงสาร เราเป็นความดีจริง แต่เขากลับเห็นว่าเราเป็นผู้ที่ผิดเป็นที่ไม่ถูกต้องมันก็น่าสงสาร จะทำอย่างไรให้เขาเข้าใจ เขาตีทิ้งความดีลบหลู่ความดี รับเอาสิ่งที่ไม่ดีมาเป็นสิ่งที่ดี แล้วมันไม่น่าสงสารหรือ ไปรับเอาสิ่งที่เป็นพิษภัยมาใส่ตัวเอง เราก็อยากจะช่วยเขาได้อย่างไรดี เขาไม่รู้จักพิษภัยแล้วออกจากพิษภัย แต่เขากลับไปติดยึดความมีพิษมีภัยนั้น เราก็บอกว่าอย่างนั้นเป็นพิษภัยอย่าไปยึดติดเลยอย่าไปยึดถือเลยวางเสียเลิกเสีย เขาก็มาด่าว่าเราไม่รู้จักของดี เหมือนกลับไปบอกว่าหนอนอยากกินขี้ หนอนก็บอกว่าไอ้นี่ไม่รู้อะไรขี้มันของดีจะตาย เราเอาความดีไปให้ เขาก็บอกว่ามันไม่ใช่มันเป็นชั่วเห็นดีเป็นชั่ว เขาแปลความชั่วว่าเป็นความดี แล้วจะไปทำอย่างไร เมื่อเขาเห็นสิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่ถูก เราบอกว่านั่งหลับตาเป็นสิ่งที่ผิด เขาก็บอกว่าเราหน้าโง่ไปทำลายสิ่งที่ดีสิ่งที่ถูกต้องสิ่งที่ดีเขาอีก จะไปถือสาเขาไม่ได้หรอก เขามีภูมิรู้แค่นั้น เหมือนหนอนต้องกินขี้ ไม่ได้ด่าว่าเขานะ อาตมาไม่เคยโกรธใครที่มาดูถูกดูแคลนหรือด่าหยาบคาย คนที่ด่ามามันก็สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล คนที่ด่าได้ต้องเป็นคนชั้นหนึ่งคนที่ด่าไม่ออกก็อีกชั้นหนึ่ง คนด่าก็สะใจด้วยทั้งคำด่าก็หยาบใจก็หยาบด้วยก็เป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปเอาสิ่งที่เขาไม่รู้จักสาระผิดสาระไร้สาระเราก็ต้องพยายามให้เขารู้สาระ เหนื่อยก็ต้องทำ
_เมื่อวานหนูได้ฟังรายการวิถีอาริยธรรม มีคนว่าประณามหลวงปู่มากมาย ขณะฟังหนูรู้สึกโมโห แล้วหัวร้อน รู้สึกกินอยู่ไม่สุขเลยค่ะ อยากทราบว่าหลวงปู่รู้สึกอย่างไรคะ เมื่อมีผัสสะแบบนี้มากระทบหลวงปู่ทำใจในใจได้อย่างไร เวลาที่หนูท้อหนูเจอผัสสะ หนูจะได้ยกหลวงปู่เป็นไอดอล ประจำใจของหนูค่ะ ...จากกาแฟดำ พ่อครูว่า.. ก็ต้องศึกษาทำอย่างไรจะทำได้ หลวงปู่พูดความจริง พยัญชนะภาษาที่พูดไปนี้หลวงปู่พูดความจริงทั้งนั้นทั้งภาษาและจิตใจ ตลอดเวลา ส่วนใครจะฟังเป็นอย่างไรก็เรื่องของเขา หลวงปู่ยืนยันว่าหลวงปู่มีแต่เรื่องจริง พูดก็จริงใจก็จริง ไม่มีพูดข้างนอกไม่จริงข้างในจริงหรือพูดข้างนอกไม่จริงข้างในจริง หลวงปู่ต้องฝึกหัดเสมอแล้วเรียนรู้จะทำจริง ตัวเรายึดถือทั้งนั้น ยึดถือเขาด่าเราเขาว่าเราสุขเราทุกข์ เขาว่าเราดีเราชั่ว เขาว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้มันก็มี 2 เทว ความต่ำกับความสูงความดีกับความชั่วความสุขกับความทุกข์ความมากความน้อย ความสูงความต่ำอะไรก็แล้วแต่ เราก็ฟังความจริงว่า ขณะนี้เขาพูดเรื่องต่ำขณะนี้เขาพูดเรื่องสูง เขาพูดเรื่องความดีกับพูดเรื่องความชั่ว เขาพูดเรื่องความสุขความทุกข์ มองเข้าไปสู่สัจจะอันนั้น แล้วเราก็ร่วมไปกับเขา คนนี้เขาพูดเรื่องสุข ความสุขคืออะไร นี่คือเขายึดถือที่เขามุ่งหมาย ถ้าความสุขอันนี้ควร เขาหมายถึงว่านี่คือความสุข มันเป็นความเข้าใจของเขาหรือเขาจะยึดถืออยู่บ้าง สิ่งที่เขาไม่ยึดถือก็มี เราก็รู้ฐานจิตเขาเป็นอย่างไร เราต้องเข้าใจความจริงตามความเป็นจริง กว่าจะรู้ได้และเข้าใจปล่อยให้เป็นไปตามสัจจะ หรือจะอนุโลมกับเขา เขาจะอยู่ในฐานนี้ ฐานะเขาแค่นี้ เราก็ปฏิบัติร่วมกับเขา แล้วเราจะรู้ว่าที่มันสุขกว่านี้มีไหมความสูงกว่านี้มีไหม เราจะมีศิลปะอย่างไรทำให้เขาเข้าใจว่าอย่างนี้มีความสูงขึ้นไปกว่าที่คุณยึดถืออยู่แล้วให้เขาเห็นดีว่าควรจะทำอย่างนี้ ได้อย่างนี้แหละ หลวงปู่ทำอย่างนี้ตลอดเวลาและช่วยคนให้ทำอย่างนี้ คนที่ใช่ไม่ได้พูดกันไม่ได้ก็ตามจริงเราทำให้เขาเข้าใจไม่ได้เราก็ต้องยอม
620204_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 37