สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ความเบื่อในร่างกับเบื่อในจิต.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.59 KB
วันที่แก้ไข5 กุมภาพันธ์ 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ความเบื่อในร่างกับเบื่อในจิต _ฝากฟ้า...อยากถามสักกายะ เรื่องความเบื่อ มันฝังอยู่ในจิต พอมาเจอพ่อครูก็หายเบื่อไปหน่อยแต่ก็กลับมาอีก พยายามแก้ความเบื่อด้วยการไปทำงานเสียสละ แต่ในที่สุดสิ่งเหล่านั้นก็ไม่สลายความเบื่อ แต่ช่วงเวลาของการที่เราได้อยู่กับสิ่งแวดล้อมที่นี่มา 40 กว่าปี อารมณ์เบื่อเหล่านี้ ทำให้เราเข้าถึงความจริงตามความเป็นจริงมากขึ้น ปกติแล้วเวลาเรามีสุขที่มันจะเปลี่ยนความเบื่อได้แต่เมื่อเราเข้าถึงความสุขที่มันไม่จริง อารมณ์เบื่อมันก็ขึ้นมาอีก พอประสบการณ์นี้ มันมีมากขึ้น จนถึงจุดที่ว่า อารมณ์เบื่อพ่อท่านบอกว่ามันไม่มีแล้วมันไม่เที่ยง เราก็พิจารณาถึงตรงนี้ แต่ในที่สุดแล้ว อารมณ์ตรงนี้มันค่อยผ่อนคลายลง จากความเบื่อจนจุกอก ถ้าเราไม่มีสติปัญญา มันก็คลายไป ตอนแรกเราเบื่อเพราะว่าไม่สมหวัง แต่เรามีสัมมาทิฏฐิมากขึ้น การเสพก็ไม่ถึงจุดสูงสุดที่เราเสพ เราเข้าใจแล้วก็เหลือความเบื่ออยางเดียว เราก็รู้ว่ามันเกิดจากอวิชชา มันก็เบื่อน้อยลงแต่ไม่หมดไป อยากถามพ่อท่านว่า เวลามันเบื่อ มันไม่มีผัสสะ แต่มันเบื่อ พ่อครูว่า. . คุณเองรู้อาการเบื่อของคุณ ความเบื่อที่ละหน่ายจางคลายคือนิพพิทา คุณต้องเข้าใจความจริงว่าคนเบื่ออะไรแท้ๆ เท่าที่ฟัง คุณบรรยายมา เข้าใจว่าคุณเบื่อชีวิต ชีวิตมันจะอยู่ไปทำไม คุณต้องรู้จักบุญคุณของความมีชีวิต ถ้าคุณไม่มีขันธ์ 5 คุณไม่สามารถที่จะมาดูอะไรต่ออะไรที่จะครบพร้อม จนมีนิพพิทาญาณ ความเบื่อมันมีเช่นนี้ ในพระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 230 บอกว่ากายคือจิตมโนวิญญาณ ที่ว่า ความเบื่อในร่างกายนั้นเห็นกันได้ง่าย แต่ความเบื่อของจิตนั้นเห็นกันได้ยาก คนไม่รู้ว่าจิตคืออะไร จิตนี่แหละคือตัวแทนของประธานทุกอัตภาพ ที่เราจะต้องมาเรียนรู้ เมื่อ

อ่านต่อ

เรียนรู้เจอความน่าเบื่อก็ดีแล้ว คุณเกิดมาได้ร่างนี้ก็เลยได้อาศัยร่าง ถ้าคุณเกิดมาแล้วไม่มีร่าง มันก็เรียนรู้ไม่ได้ คุณก็ต้องมาได้ร่างแล้วก็ต้องรู้บุญคุณของร่าง คนจึงได้อาศัย เห็นมันน่าเบื่อ จิตก็อาศัยร่าง ร่างเป็นคันธโภให้จิตอาศัยเพื่อเรียนรู้การสัมผัส คุณสัมผัสอะไรมั620204_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 37นก็น่าเบื่อทั้งนั้น คุณรู้แล้ว พระพุทธเจ้าบอกว่าต้องเกิดปัญญาญาณ มันน่าเบื่อก็จะเกิด มุลจิตุกัมมยตาญาณ มันปลดเปลื้องออก เรารู้ว่าร่างนี้น่าเบื่อแล้ว เราก็รู้ว่าจิตก็น่าเบื่อ คุณก็จะไม่ยึดมั่นถือมั่น เมื่อมีความไม่ยึดมั่นถือมั่นก็จำนนว่า เราจะต้องอยู่กับมันอาศัยมันนี่แหละอาศัยร่างนี้มันไปให้เห็นความจริงยิ่งขึ้น สักวันก็ต้องตาย ก็เข้าใจให้ได้ว่าจิตก็อาศัยไตรลักษณ์มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์แล้วมันก็ไม่มี จบที่อนัตตา ชัดเจนก็ตายด้วยอนัตตาก็สูญ ขณะนี้คุณยังมีอยู่นะต้องอาศัยสิ่งที่มีคือร่างนี้ คุณอาศัยสิ่งที่เรียนรู้เป็นสังขารคนอื่นเขายึดถืออุปาทานต่างๆ คุณก็เรียนรู้ว่าคนอื่นมันมีไม่เหมือนเรา หรือมีเหมือนเรา เราเข้าใจแล้วไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้ว คนอื่นเขายึดมั่นถือมั่น ก็จะมีปฏิภาณรู้จักคนอื่นเพิ่มเติมขึ้นอีก อันนี้พูดถึงนัยยะของโพธิสัตว์เป็นอรหันต์ด้วยแล้วก็ต้องอาศัยร่างเวียนมาเกิดอีกอาตมาเบื่อเรื่องนี้ไม่ได้ แม้ว่ามีหน้าที่ต้องมาต่อภพภูมิศาสนาพุทธ อาตมาถึงเบื่อไม่ได้ง่ายๆ ร่างจะมีทุกข์บ้าง อาตมาไม่มีโรคประจำตัวเลย โรคความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือด ปวดตรงนั้นตรงนี้ มีอะไรต่ออะไร ลุกก็โอยนั่งก็โอย อาตมาไม่มีพวกนี้สักอย่าง นอกจากมีวิบากที่การไอ แต่ไอแรงอย่างไรก็ไม่เจ็บคอ ต้องไอแรงด้วยเพราะมีเสมหะเป็นเหตุต้องกำจัดออก ต้องไอ ถ้าไม่เคลื่อนก็ต้องไอ ดูเหมือนน่ากลัว อาตมาก็เห็นคุณค่าของความมีชีวิตร่างกายนี้เพื่อทำประโยชน์และศึกษา คุณเข้าใจบุญคุณของการมีชีวิตร่างกาย อาศัยตัวเราจะได้ศึกษา คุณไม่สวยนี่ดีแล้ว

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน