สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แนวคิดแบบคนจนนั้นคนมีภูมิจึงเข้าใจได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน แนวคิดแบบคนจนนั้นคนมีภูมิจึงเข้าใจได้ พ่อครูว่า...ก็ขอตอบตรงๆว่าสังคมยุคนี้มันเป็นสังคมที่เป็นอบาย ลงไปสู่จุดต่ำ ต่ำแบบหลงอบาย หลงความฟุ้งเฟ้อหรูหรา หลงความสวยงดงาม คือหลงไปอีกทิศทางสุดโต่ง จัดจ้าน ไม่ว่าจะเป็นความหรูหราใหญ่โตงดงาม ร่ำรวยมั่งมี แย่งกันแบบนั้นหมด เป็นโลกธรรมจัดจ้าน หมดทั้งโลก เป็นแต่เพียงคนที่อดอยากคนที่ไม่มีมากก็อยากได้แบบนั้น มีแนวคิดอยากรวยอยากหรูหราใหญ่โต แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ก็เลยต้องจำนนเท่านั้นเองก็เลยยอมจน จนอย่างจำนน แต่ผู้ที่รวยก็ยังมีน้อยผู้ที่จนก็ยังมีมาก ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยจึงห่าง ห่างเป็นระดับ แต่ถ้ามาจน ก็จนเสมอกัน ช่องว่างจะน้อยจะมีมากน้อยกว่ากันก็นิดๆหน่อยๆ แต่จะมาหาความจนกัน เศรษฐศาสตร์ที่คนหมู่ใหญ่พยายามมาจนกันให้ได้มาก แล้วก็มีปัญญารู้ว่าความจนนั้นเป็นความประเสริฐ คนที่จนนี้เป็นคนประเสริฐเป็นประโยชน์เป็นคนที่ไม่เป็นภาระ เป็นคนจนที่ขยันหมั่นเพียรสร้างสรรอย่างที่เราเป็น มีอยู่มีกินรู้จักความพอไม่ไปสุรุ่ยสุร่ายเลยเถิดจนเกินไป รู้จักเขตความพอและเป็นผู้มักน้อยสันโดษ คนที่ปฏิบัติตามได้ตรงกับธรรมะพระพุทธเจ้านี้อย่างที่เราเป็นกันได้ เป็นตัวอย่างที่ขัดแย้งกับค่านิยมสังคมโลกที่ตอนนี้ถูกครอบงำ ถูกมอมเมาให้อยากไปเป็นแบบโลกียะที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเป็นอบาย เขาก็เลยรู้สึกแบบนี้เพราะมีค่านิยมยึดมั่นถือมั่นแบบนี้ พวกเรามาพูดแบบนี้เขาก็เลยขัดแย้ง คนที่หลงผิดมันมีมาก คนที่ยึดติดมีมาก มันก็เลยอย่างนี้ เขาก็มีพวกมาเยอะ รับรองกัน คอมเม้นสนับสนุนกันเลยเพราะเป็นค่านิยมเดียวกัน เจตคติเดี๋ยวกัน มโนคติเดียวกัน ไปทิศทางเดียวกัน ที่เป็นอบายโลกธรรมฟุ้งเฟ้อจัดจ้าน เขาไม่รู้ว่าผิดนะ แต่พวกเรามาบรรลุธรรมมาเห็นว่าทิศทางมักน้
อ่านต่อ
อยสันโดษ ทิศทางมีวรรณะ 9 เป็นคนเลี้ยงง่ายบำรุงง่ายเป็นคนมักน้อยเป็นคนสันโดษเป็นคนยากจนเป็นคนที่มีจิตใจพอเพียง เป็นคนที่มีศีลขัดเกลาตนเอง มีอาการที่น่าเลื่อมใส เป็นคนไม่สะสมเป็นคนยอดขยัน ขยันเสมอ เป็นคนที่เข้าหลักเกณฑ์ของวรรณะ 9 เป็นคนชั้นสูงเป็นคนคลาสสิค เป็นผู้มีคลาส มีชั้นวรรณะ จึงเป็นความเข้าใจที่ยากมากเพราะเขาจะเห็นอย่างที่เขาเห็นแสดงออกมา อาตมาจึงพยายามแสดงตำหนิวิจัยวิจารณ์ความไม่ถูกต้องความตกต่ำที่เป็นกันอยู่มากมันก็มีมากและมีเยอะอาตมาก็ใช้เวลามามากแล้ว เกือบ 50 ปีแล้ว วันนี้ก็เลยตั้งใจว่า ต่อไปนี้อาตมาก็จะหยุดแล้ว จะหยุดตำหนิติเตียน จะหยุดว่าอะไรต่ออะไรเขา เพราะว่าไปแล้วคนที่พอมีปัญญา ไม่มีอัตตามานะมากนัก ไม่มีอคติอะไรมากนักมันก็พอรับได้ พากเพียรไปตามทำอยู่แล้วก็จะมีคนจำนวนหนึ่ง ส่วนคนที่เป็นอเวไนยยสัตว์คนที่สอนไม่ได้แล้ว ก็คงต้องวางมือปล่อยให้เขาเป็นไปตามวิบากกรรมยถากรรมของเขา จริงๆมันเป็นความโหดร้ายนะที่อาตมาพูดนี้ เหมือนอาตมาโหดร้าย แต่ก็ยอมเพราะว่ามันน่าจะเพลาแล้ว เขาต่อต้านก็ทำร้ายจิตใจเขาเองเขาไม่ควรต่อต้านในสิ่งที่อาตมาปรารถนาดีความเจตนาดีที่จะให้เขา แต่เขาเข้าใจไม่ได้ มันก็ได้แค่นั้น เพราะฉะนั้นก็เลยตั้งใจที่จะหยุดตำหนิติเตียน จะตั้งหน้าตั้งตามาอธิบายธรรมะ ธรรมะที่อธิบายก็จะเป็นธรรมะที่ลึกเราก็ยิ่งไม่ได้อะไรเลย ก็จะมีคนที่ได้คือคนที่มีภูมิตั้งใจฟังเพราะเป็นภูมิโลกุตระ ก็ต้องทำอันนี้แม้ใครจะเห็นว่าเห็นแก่ตัวเห็นแก่พวกมันเท่านั้น มันพูดไม่ให้กูรู้เรื่องก็แล้วแต่ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะมันสุดทางแล้วอาตมาก็จะทำอย่างนี้บ้าง เพราะว่าพยายามแล้วพูดให้เขาเข้าใจรู้ตัวตำหนิเขาก็เลยดูแรงดูลึก ดูมาก เพราะว่ามันขยายความมากขึ้นก็เลยยิ่งเห็นความชั่วที่มากขึ้น เขาก็จะทนไม่ไหวอีก อาตมาตำหนิติเตียนมามากขนาดนี้ เขาไม่มาตีเอาหัวแตกไม่มาทำร้ายก็ดีแล้ว ก็ลองๆอ่านอีกหน่อย มันไม่หมดหรอกนะ สิบกว่าหน้า 620203_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตีแตกเทวะด้วยคอมเม้นท์ที่เห็นต่างจากพ่อครู